สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยกล่าวว่า ตนพูดไม่บ่อย นานๆ พูดที แต่รอบนี้พูดจากใจ ขอบคุณที่พี่น้องยังรักพรรคเพื่อไทย ทุกคนเจอความเหนื่อย เจอความผิดหวัง แต่การที่ทุกคนยังยืนอยู่ตรงนี้ พร้อมเดินทางไปกับพวกเรา สำหรับพวกตนในฐานะนักการเมือง มันคือเกียรติสูงสุด
ตนมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นอันดับ 1 นักวิเคราะห์บอกว่าเรามาที่ 3 แต่ก็แปลกที่คนที่ได้ที่ 1 กับที่ 2 รวมทั้งกองเชียร์ดูเหมือนจะอยู่กันไม่สุข พยายามก่นด่าเราทุกเช้าเย็น นั่นแปลว่าจริงๆ แล้วเขากลัวเรา กลัวว่าเราจะมาเป็นอันดับ 1
ตนเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นโยบายเพื่อไทยดีกว่าทุกพรรค
นโยบายที่ทำจริงต้องมี 3 อย่างพร้อมกัน คือทีมที่ทำงานจริง มีประสบการณ์ บางพรรคก็เอานโยบายที่เหมือนกันมาปรับคำ บางพรรคก็มีนโยบายน้อยมากแค่บนป้าย บางพรรคก็หยิบสิ่งที่พรรคเพื่อไทยวางรากฐานไว้แล้วมาพูดเหมือนเป็นของตนเอง ตนไม่โกรธ แสดงว่านโยบายเพื่อไทยมาถูกทางจนต้องตามมาเป็นแถว เราเคยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว รัฐบาลผสม และเป็นฝ่ายค้าน เราเห็นมาทุกมุม
ถ้าอยากให้ทุกนโยบายทำได้ใน 4 ปี เลือกเพื่อไทยไปเลย 200 เสียง เพราะนโยบายเพื่อไทยต้องให้เพื่อไทยทำ เราต้องพาประเทศไทยไปไกลด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะวิทยาศาสตร์สอนเรา 3 อย่าง คือทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น คิดบนข้อมูลไม่ใช่ความรู้สึก แก้ปัญหาที่สาเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ วัดผลได้ และปรับปรุงได้
“รอบนี้ตนขอนักวิทยาศาสตร์เป็น นายกฯ ได้ไหม ทำไมเราต้องการนายกฯ ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะทุกวันนี้ทุกประเทศแข่งกันด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่า ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อีกแล้ว ยศชนัน เป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์ มองทุกอย่างในภาพรวม จริงใจ และกล้าตัดสินใจบนเหตุผล” สุริยะ กล่าว
ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นปราศรัยว่า พรรคประชาชนมี สส. มากที่สุด แต่พอกลับไปยกมือให้รัฐบาลเสียงข้างน้อย รัฐบาลเสียงข้างน้อยสุ่มเสี่ยงทำประชาธิปไตยถอยหลังแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมกลับมาแข็งแรง เห็นการโยกย้ายข้าราชการแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
“สื่อ นักวิชาการ และฝ่ายค้าน กลับเลือกปิดปากอย่างยินยอมพร้อมใจ ทำให้อำนาจอนุรักษนิยมเติบโต วันนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล พยายามใช้ความรักชาติมาแบ่งแยกประชาชน ผมอยากบอกคุณอนุทินว่า ประชาชนส่วนใหญ่เขารักชาติ แต่เขาไม่ได้รักหนู คนที่รักหนูอย่างสุดหัวใจมีแต่พรรคประชาชนเท่านั้น” จุลพันธ์ กล่าว
หลังจากมีการยุบสภา เพื่อนร่วมทางของเราหลายคนเริ่มเดินจากเราไป เราถูกตราหน้าจากสังคมว่าเลือดจะไหลหมดตัว บางคนบอกว่าเพื่อไทยจะกลายเป็นพรรคเล็ก มี สส. ไม่ถึง 100 คน บางคนถึงกับบอกว่าถ้ามีการเลือกตั้งอีกครั้งพรรคเพื่อไทยจะสูญพันธุ์ ในวันที่พรรคลำบากที่สุด ในวันที่ผมได้รับความไว้วางใจจากพรรคให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงสุด
ตนเคยถามตัวเองว่าจะสามารถนำพรรคกลับมาเป็นเหมือนเดิม ลบคำปรามาสได้หรือไม่ เราได้คำตอบว่าเราถูกกระทำหลายครั้ง แต่เราลุกขึ้นได้ทุกครั้งด้วยพลังของพี่น้องประชาชน เราโดนยุบพรรค เราโดนรัฐประหาร เพื่อนของเราโดนสังหารกลางถนน เราโดนนิติสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งเรายอมถอย ยอมกลืนเลือด แต่ภายใต้กติกาที่บิดเบี้ยว เราไม่เคยถอย เราสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงตลอด
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่มีทางลัด เรารู้ว่าความหวังมีค่า เรารู้ว่าประชาธิปไตยมีความหมาย เมื่อประชาชนกินอิ่มนอนหลับ มีงานทำ เศรษฐกิจมั่งคั่ง ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนต้องแข็งแรง ภาพของประชาชนทั่วประเทศไม่เคยจางหายไปจากหัวใจพวกเราเลย
เรารู้ดีว่าประชาชนไม่เคยทิ้งพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยก็จะไม่ทิ้งประชาชน บางพรรคการเมืองบอกว่าพรรคเพื่อไทยทิ้งคนเสื้อแดง บางพรรคพยายามเคลมคนเสื้อแดงจากเรา ในวันที่เราเจ็บป่วย ในวันที่เราถูกเรียกว่าควาย ในวันที่เราไม่กล้าแม้กระทั่งใส่เสื้อแดงเพราะเราโดนดูถูกดูแคลน ในวันที่เราวิ่งหลบกระสุนกับประชาชน พวกมึงยังสะใจกับการตายของคนเสื้อแดงอยู่เลย แต่ในวันนี้คนเสื้อแดงสามารถกลับมามีปากมีเสียง กลับมามีที่ยืนในสังคม สามารถยืดอกภูมิใจได้อีกครั้ง
การเลือกตั้งที่มาถึง ตนเชื่อว่าไม่มีพรรคไหนพูดถึงนโยบายมากเท่ากับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยจะสร้างประเทศที่ดีให้คนไทยทุกคน มาร่วมกันสร้างไปพร้อมกันด้วยการเลือกเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ส่ง ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไปเป็นนายกรัฐมนตรี
ตนขอบคุณน้องๆ Gen Z ที่เปิดใจรับฟังพรรคเพื่อไทย หนึ่งเสียงของน้องมีค่ากับทุกสิ่งในประเทศนี้ ทุกการเลือก ทุกการตัดสินใจเป็นของพวกเรา จงภูมิใจในเสียงของตนเอง เราได้เรียนรู้ร่วมกันว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต
แดงเพื่อไทยทั้งหลาย ผมเห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเราโอบรับความแตกต่าง เราไม่สร้างความแตกแยก ประชาธิปไตยไม่ใช่เวทีที่ให้ประกาศว่าใครที่คิดไม่เหมือนเราคือศัตรู เราไม่ทำทุกอย่างเพื่อชนะบนโลกโซเชียลฯ แต่แพ้ในโลกแห่งความเป็นจริง
ประชาชนไม่ได้เลือกเพื่อไทยเพราะโง่อย่างที่เขากล่าวหา แต่เรามีนโยบายที่ตอบโจทย์กับชีวิตจริง ประชาธิปไตยต้องยอมรับเรื่องนี้ ไม่ใช่เหยียบหัวคนส่วนใหญ่แล้วบอกว่าตนก้าวหน้า เพื่อไทยเราไม่ขายความสะใจ เราไม่เหยียบคนอื่นให้ตนเองดูดี เราไม่ใช้ความโกรธในการขับเคลื่อน เราเลือกความอดทนของประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่ยาวิเศษที่ใช้ได้ทันที แต่ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้วยกัน เพื่อไทยต่อสู้มาอย่างยาวนาน
“ยศชนัน จะนำประเทศออกจากความขัดแย้ง และเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน อยากจะบอกเชนว่า เชนเป็นคนมีความสามารถ มุ่งมั่น ทุ่มเท กล้าคิด กล้าทำ โอบรับความแตกต่างไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เชนคือความหวังและอนาคตของคนไทยทุกคน อยากจะบอกเชนว่าจงอย่าเปลี่ยนตัวตน เป็นเชนแบบที่เป็นอยู่ แม้แต่หนิมยังถูกเชนเปลี่ยนทีละน้อย ประเทศไทยและประชาชนคนไทยก็จะถูกเชนเปลี่ยนเช่นเดียวกัน เชนต้องแบกรับความหวัง ก้าวพาพวกเราไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ตนมั่นใจว่า ยศชนัน จะเป็นนายกฯ ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน” จุลพันธ์ กล่าว



