SPACEBAR สรุปสาระสำคัญร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ฉบับพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะยื่นเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้
สำหรับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 152 คนให้มาจากการเลือกเบื้องต้นของประชาชนในแต่ละจังหวัด 300 คน แล้วให้รัฐสภาเลือกเหลือ 100 คน และมาจากการแต่งตั้งจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อของ สส., สว., ครม. และองค์กรส่วนต่างๆ อีกจำนวน 52 คน
ขณะที่การตั้งคณะกรรมาธิการ แบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดละ 35 คน คือ 1.กมธ.ยกร่าง ประกอบด้วย สสร. 25 และแต่ตั้ง 10 คน จาก ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน 3 คน ผู้เชี่ยวชาญ รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 3 คน ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน 2 คน ผู้มีประสบการณ์ด้านการร่างรัฐธรรมนูญ 2 คน
2.กมธ.รับฟังความเห็น ประกอบด้วย สสร. 25 คน และแต่งตั้ง 10 คน จาก ผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ประชุมคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ และคณะวารสารศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐทุกแห่ง 5 คน และผู้ได้รับการเสนอชื่อจากสภาและสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน 5 คน
กำหนดกรอบระยะเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 300 วัน ใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา โดยรัฐสภามีความเห็นให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างได้ แต่หาก สสร.ต้องการยืนยันร่างเดิม ต้องมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
นอกจากนั้น ยังเพิ่มเติมบทบัญญัติว่า สสร. ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องมีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมีการวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบที่เข้มแข็ง มีหลักการนิติธรรม ธรรมาภิบาล และมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
พรรคเพื่อไทย ยังคงยืนยันหลักการห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐ ห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ทั้งนี้ ตามหลักการการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียง สส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือ 100 คน แต่พรรคเพื่อไทยมี สส. 74 คน ขาดอีก 26 คน จึงมีความจำเป็นต้องขอเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่น ให้ร่วมลงชื่อครบตามจำนวน โดยได้ประสานไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เรียบร้อยแล้ว และก็มีพรรคการเมืองอื่นที่มีเสียงไม่ถึง ประสานมายังพรรคเพื่อไทยในลักษณะเดียวกันด้วย
อย่างไรก็ดี ในวันนี้ได้มีนำเสนอร่างดังกล่าวต่อที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมลงชื่อแล้ว




