พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมโครงการเสริมศักยภาพ สส.พรรคเพื่อไทยและบุคลากรทางการเมือง ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค โดยมีแกนนำพรรค และสส. ทยอยเดินทางเข้าเพื่อร่วมกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นำโดย 'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' สส.บัญชีรายชื่อ 'ประเสริฐ จันทรรวงทอง' สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย 'ชูศักดิ์ ศิรินิล' สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 'สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล' สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
จากนั้น เวลา 09.00 น. 'แพทองธาร ชินวัตร' อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางร่วมกิจกรรมด้วย โดยภายในงานมีการบรรยายพิเศษเรื่องให้ความรู้เกี่ยวกับงานสภาผู้แทนราษฎร และ 'จุลพันธ์' ขึ้นบรรยายพิเศษหัวข้อ 'ความคาดหวังของประชาชนต่อพรรคการเมือง' กล่าวว่า อยากให้ทุกท่าน โดยเฉพาะ สส.ใหม่ เริ่มคิดถึงเส้นทางการเมืองว่าจะก้าวไปทางไหน เติบโตไป ณ จุดใด เติบโตไปเป็นกรรมาธิการอะไร แล้วจะไปเป็นรัฐมนตรีจุดไหน หรืออยู่ในเส้นทางของสภา ทั้งหมดสามารถเลือกได้ และสามารถสร้างขึ้นมาได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์กับทุกคน ในวันนี้จะมีการอบรมทั้งเช้าและบ่าย
ส่วนช่วงเย็นจะเป็นการประชุมตามปกติ มีการพูดคุยในเรื่องที่ค้างคา ที่มีการเสนอในการประชุม โดยเฉพาะเรื่องของคุณสมบัติการเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ทั้งวิธีการสรรหา และการจัดสรรตำแหน่ง


“ในช่วงบ่ายนี้คงเป็นกิจกรรมที่ละลายพฤติกรรม เพื่อให้พวกเรามีความรักความสามัคคีกัน เพราะเราอีก 4 ปีข้างหน้า 74 คนของเรา คงต้องทำงานกันอย่างเข้มแข็ง และมีความสามัคคีเพื่อที่จะขับเคลื่อนพรรค และหวังว่าครั้งถัดไป จาก 74 คนนะได้เป็น 150 คน เป็นสิ่งที่พวกเราตั้งหวัง และพาเพื่อนของพวกเรากลับมาสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง“
— จุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์อีกว่า การประชุมสัมมนาพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นกลไกปกติของพรรคทุกครั้งที่จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็จะมีอบรมสัมมนา เพราะมี สส.หน้าใหม่เข้ามา โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรให้ความรู้ ทั้งเรื่องญัตติ กระทู้ การอภิปราย และสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ ซึ่งเราพร้อมที่จะทำหน้าที่นิติบัญญัติให้ดี และจะทำงานในส่วนของสภาอย่างเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนการตรวจสอบการทำงานของรัฐ และผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ เดินหน้าแก้ไขกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
จุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ยื่นกฎหมายเข้าสู่สภาฯ ไปแล้วประมาณ 10 ฉบับ และเตรียมจะยื่นภายในสมัยประชุมนี้รวมทั้งทั้งสิ้น 47 ฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เพิ่มมูลค่ากับประชาชน เพื่อทำให้ประเทศไทยเพิ่มรายได้มากขึ้น ซึ่งเป็นกฎหมายผลักดันเรื่องการทำธุรกิจให้ง่ายมากขึ้น ประชาชนมีความสะดวกมากขึ้น และลดอุปสรรคของความเป็นรัฐลง


สำหรับญัตติเรื่องเกี่ยวกับพลังงานมีการเตรียมพร้อมอะไรบ้าง จุลพันธ์ กล่าวว่า ได้เตรียมไว้สองสัปดาห์แล้ว หากในวันที่โหวตนายกรัฐมนตรีมีการเสนอญัตตินี้ พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะอภิปราย ซึ่งญัตติดังกล่าวไม่อาจเฉพาะพลังงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลางด้วย ที่เห็นได้ชัดเรื่องพลังงานที่มีการจัดสรรน้ำมัน ที่ไม่สามารถจัดสรรได้ แม้จะบอกว่าเพียงพอ ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สส. ฝ่ายค้าน หรือ รัฐบาล ก็มีหน้าที่รับผิดชอบ และพูดในประเด็นที่เป็นปัญหาเหล่านี้ นอกจากเรื่องผลกระทบของน้ำมันแล้ว ยังมีผลกระทบอีกหลายเรื่องตามมา ทั้งเศรษฐกิจ สินค้าอุปโภคบริโภค ที่จะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ต้องสะท้อนไปยังรัฐบาล เพื่อเตรียมรับมือ และแก้ปัญหาให้กับประชาชน
ส่วนในที่ประชุมมีการถามถึงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี อนุทิน 2 หรือไม่ จุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะไม่ได้อยู่ในวาระการประชุมในวันนี้ วันนี้เป็นเรื่องเฉพาะการทำงานในสภา สมาชิกทุกคนยังมีความรักความสามัคคี โดยในช่วงบ่ายจะมีกิจกรรมละลายพฤติกรรม เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม และมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ยืนยันว่า มีสมาชิกที่มีอารมณ์ผิดแผกแตกต่าง ทุกคนพร้อมเดินหน้าไม่ว่าจะการจัดสรรตำแหน่งของพรรคจะเป็นอย่างไร เพราะทุกคนรู้ว่า โอกาสครั้งหน้ายังมี และเน้นในเรื่องประโยชน์ที่พรรคสามารถขับเคลื่อนได้ในการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่า ไม่มีปัญหาใดๆ


ด้าน 'ยศชนัน' กล่าวถึงการประชุมสัมมนาในวันนี้ว่า มี สส.ใหม่ค่อนข้างมาก โดยจะอัปเดตกฎระเบียบต่างๆ และแนวทางที่พรรคมองไว้ในอนาคต การสัมมนารอบนี้น่าจะทำให้ บุคลากรของพรรคได้ทำความรู้จักกัน ซึ่งการพูดคุยในวันนี้ จะมีการบรรยายถึงแนวทาง ในการทำงาน 4 ปี โดยผู้มีประสบการณ์ก็จะมาแชร์องค์ความรู้ และแนวทางการเสนอญัตติต่างๆ พรรคเพื่อไทยมองเห็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นมา 20 ปีแล้ว รวมถึงการพูดคุยเรื่องพลังงาน และสงครามต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนตัวประเมินไว้ และพูดคุยที่พรรคตั้งแต่การประชุมครั้งที่แล้ว โดยประเมินเป็นฉากทัศน์ ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจบ แต่ไม่จบ ดังนั้น ในฉากทัศน์ที่ร้ายแรงที่สุด ภาครัฐ และกระทรวงต่าง ๆ มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อม ซึ่งดูมาใน 3 มิติ
- มิติแรก ด้านปัจจัยสี่ เกี่ยวกับอาหาร น้ำต่างๆ ที่จะมีปัญหาได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ที่อยู่อาศัย ราคาค่าน้ำค่าไฟ การคมนาคมขนส่ง ยารักษาโรค ที่ได้พูดคุยกับโรงพยาบาลต่างๆ เริ่มมีการตรวจสอบ ว่า จะมียาอะไรขาดแคลนบ้าง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอแนวทางให้กับภาครัฐว่า หากยาขาดแคลนแล้วจะต้องทำอย่างไร แต่ขณะนี้ยังไม่ขาดแคลน ยังซื้อขายกันได้ตามปกติ ซึ่งการเตรียมพร้อมเหล่านี้ เพื่อให้รับมือได้ หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ขณะเดียวกัน จะเป็นการเพิ่มโอกาสใช้ยาจากไทย ซึ่งปัจจุบัน สปสช. พยายามนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนในบางเรื่อง ส่วนเรื่องเครื่องนุ่งห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งขณะนี้เริ่มพูดถึงกันแล้ว
- มิติที่สอง เรื่องการเรียงความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือ ซึ่งกลุ่มแรก คือ กลุ่มเปราะบาง ไล่เรียงตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ที่จะทำให้คนสามารถอยู่ดีกินดีได้ ตรึงราคาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ตามปกติมากที่สุด
- มิติที่สาม มิติของอนาคต ซึ่งสามารถเริ่มได้เลย วันนี้การนำพลังงานทดแทนมาใช้ ทั้งโซลาร์ อีวี ไม่ได้ใช้ตรงไปตรงมา ต้องเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งประเทศไทยมีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องเทคโนโลยี จะต้องไปดูว่า มีอะไรที่สามารถทำเรื่องนี้ทดแทนเพิ่มเติมได้บ้าง รวมถึงการหาซัพพลายเชนต่างๆ เพิ่มขึ้นในยามฉุกเฉิน ซึ่งสามารถพูดคุยเพิ่มเติมได้เลย โดยทั้ง 3 มิตินี้ในสัปดาห์ที่แล้ว ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน วันนี้แต่ละคนก็จะรวบรวมบางส่วนเข้ามา ซึ่งจะมีแนวทางการแก้ปัญหาในแต่ละมิติ โดยการทำงานหลังบ้านพยายามส่งข้อมูลหลายอย่าง เพื่อแนะนำ และให้สามารถลงมือทำได้ ทั้งคนรู้จักที่อยู่ในภาครัฐ รวมถึงรัฐบาล เพื่อให้ข้อมูลในเชิงพื้นที่ และในวันพรุ่งนี้น่าจะมีการพูดคุยเพิ่มเติมที่สภา เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ยศชนัน ยังเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้พรรคเพื่อไทย ได้เตรียมญัตติขอหารือเรื่องน้ำมันไว้ และความจริงแล้วเตรียมไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งที่แล้ว ซึ่งแม้ไม่ได้พูดแต่สามารถทำได้เลย และแนวทางที่พูดมาทั้งหมดนี้สามารถทำในพื้นที่ต่างๆ ได้เลย ซึ่งมีการสำรวจความเดือดร้อนในเขตพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยดูแลอยู่แล้ว และความจริงแล้วการประชุมในวันนี้ ควรจะเป็นแบบสบายๆ

ส่วนกรณีราคาน้ำมันขณะนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ที่จะกระทบไปถึงระบบขนส่ง และอีกหลายอย่าง ยศชนัน กล่าวว่า วันนี้เดือดร้อนจริงๆ มองเห็นแล้วว่าในหลายที่ต่างๆ มีปัญหาพอสมควร ที่พูดว่า วันนี้สบาย คือ การทำให้บรรยากาศการแชร์ข้อมูลสามารถทำได้อย่างเข้มข้นจริง โดยจะให้ สส.ในพื้นที่มาพูดคุย เรื่องปากท้อง และวิกฤตที่เกิดขึ้น ซึ่งน่าจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน ขณะเดียวกันก็ต้องจับตามองในแต่ละจุดแบบวันต่อวัน สำหรับเรื่องต่างประเทศ ก็ต้องให้การดูแลเหมือนเดิม แม้วันนี้เราดูแลคนในประเทศไทย แต่ก็ยังมีคนไทยอยู่ในประเทศต่างๆ ด้วย พรรคเพื่อไทยก็มีเครือข่าย เพราะก่อนหน้านี้ก็ดูกระทรวงการต่างประเทศมา ก็ต้องตรวจสอบว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง และคงสะท้อนประเด็นเหล่านี้ให้รัฐบาล พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข



