พรรคเพื่อไทย จัดงาน ‘ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้’ พร้อมเปิดตัวรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 คน อย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย ,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ,จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแสดงวิสัยทัศน์และเปิดนโยบายชุดแรกของพรรคเพื่อไทย

จุลพันธ์ กล่าวว่า เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค รับเอาความคาดหวังที่พรรคเพื่อไทยให้กลับมาแข็งแรง ในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ เราไม่ได้พูดถึงระยะเวลาการเปลี่ยนแปลง แต่เราทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง เรามีการยกเครื่องเน้นเรื่องของการสื่อสารที่มีความรวดเร็ว และเป็นการสื่อสารในเชิงรุก เรามีการทำงานในสภาที่เข้มแข็ง ตรวจสอบอย่างจริงจัง ไม่มีการเกรงใจ มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ประกอบด้วยคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกภูมิภาค มีทีมงานในส่วนของกรรมการนโยบาย ฟังเสียงของนักวิชาการ และเสียงของประชาชนตัวจริง และที่เกิดขึ้นได้เพราะพวกเราทุกคนมีความเชื่อในเป้าหมายเดียวกัน มีหัวใจดวงเดียวกันคือประชาชน 25 ปีที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่เคยละทิ้งประชาชน

“วันนี้ผมมาเสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เพียงเพื่อความฝันของตัวเองแต่มาขอความไว้วางใจจากประชาชนเพื่อทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่คือ การทำให้คนไทยไร้จน หลุดพ้นจากความยากจนอย่างถาวร พรรคเพื่อไทยต้องการสร้างพรุ่งนี้ที่ดีกว่า โดยการสร้างหลักประกันเงินออมการปลอดหนี้ และการสร้างรายได้ใหม่เพราะนิยามของประชาชนในสังคมคือความมั่นคง อิสรภาพและโอกาส ตรงกับแนวคิดของพรรคเพื่อไทยคือ มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี วันนี้ประชาชนยังประสบด้านเศรษฐกิจค่าของชีพที่สูงขึ้น แต่รายได้กลับลดลง ประชาชนหนี้สินล้นพ้นตัว บัตรเครดิต หนี้การศึกษาหนี้ ธกส. และหนี้นอกระบบ คนไทยแก่ก่อนรวย ผู้สูงอายุส่วนมากไม่มีเงินออมไม่มีรายได้หลังเกษียณต้องคอยพึ่งพารัฐเท่านั้น ตัวเลขเลขเศรษฐกิจไม่สามารถสะท้อนคราบน้ำตาและความลำบาก คนไทยได้ นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่ยังคงเดินหน้าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก”
— จุลพันธ์ กล่าว
จุลพันธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยจึงเสนอ 2 นโยบายเร่งด่วนที่สามารถทำได้ทันที คือ ’หวยเกษียณ’ ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ทำต่อ หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลสามารถทำได้ภายใน 3 เดือนแรก เพราะทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ยังเป็นความหวังของคนไทยแต่เงินเกษียณเงินทุกบาทจะไม่หายไป จะกลายเป็นเงินออม เชื่อว่า ผู้สูงอายุไม่อยากเป็นภาระพึ่งพาลูกหลาน เมื่อสามารถทำหวยเกษียณ สร้างความมั่นคงให้กับผู้สูงอายุด้านการเงินสุดท้ายแล้ว จะเป็นการปลดล็อกอิสรภาพทางการเงินให้กับลูกหลาน หวยเกษียณ จึงเป็นการเปลี่ยนการเสี่ยงโชคสู่หลักประกันเป็นการเปลี่ยนความหวังระยะสั้นให้เป็นความมั่นคงในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย ‘การล้างหนี้‘ ให้กับคนไทย เพราะปัญหาหนี้ของคนไทย ไม่ใช่ปัญหาส่วนบุคคล แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจไม่ให้เจริญเติบโต พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะสานต่อรัฐบาลล้างหนี้ กลุ่มแรกคือ หนี้นอกระบบจะให้สินเชื่อ 50,000 บาท มีหลักประกันโดยไปปิดหนี้นอกระบบ ,กลุ่มหนี้เสีย NPL ที่ทำให้ประเทศติดล่ม ทำให้คนที่เป็นหนี้สินไม่เกิน 200,000 บาทจ่ายไม่เกิน 10% เพื่อปลดหนี้ ,เกษตรกรที่เผชิญกับความผันผวนของราคาและภัยธรรมชาติพรรคเพื่อไทยเสนอที่จะเข้ามาพักหนี้ให้เกษตรกร ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 3 ปีในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ,กลุ่มผู้สูงอายุ วัยเกษียณ จะปลดหนี้เสียให้ผู้สูงวัยในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท คืนความสุขให้บั้นปลายคนไทยทุกคน , และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มลูกหนี้ดีที่ชำระตรงจ่ายตรงครบทุกงวดควรได้รับรางวัล พรรคเพื่อไทยจะจ่ายให้ฟรีหนึ่งงวด สำหรับยอดเงินไม่เกิน 100,000 บาท

“การแก้หนี้ให้ประชาชน ไม่ใช่การจ่ายเงินไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นการซ่อมฐานรากของระบบเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็งเพื่อสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป พรรคเพื่อไทยจะทำพรุ่งนี้ที่ดีกว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องทำให้ประชาชนมีกินมีใช้มีเกียรติมีศักดิ์ศรี พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะยกเครื่องประเทศไทย เพราะมีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ทำได้”
— จุลพันธ์ กล่าว
สุริยะ กล่าวว่า ขอบคุณพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อสุริยะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตลอดเวลา 25 ปีในการทำงานคือผลักดันนโยบายที่ได้รับมอบหมายให้ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมตามกรอบเวลาที่ได้รับมอบหมาย แล้วเมื่อได้รับมอบหมายก็มีความจริงจังทุ่มเทเต็มที่ เพื่อให้นโยบายประสบความสำเร็จ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ตนทำงานมา บริการได้รับมอบนโยบายที่เกี่ยวกับคมนาคมมาโดยตลอด ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะสานต่อนโยบายที่เกี่ยวกับคมนาคม โดยมองว่า การคมนาคมที่ดีต้องทำให้คนเข้าถึงและเป็นประโยชน์ อย่างนโยบาย ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ ไม่เข้าใจว่า รัฐมนตรีไปทำอะไรอยู่ทำไมไม่ทำเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่าภายใน 3 เดือน หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลประชาชนจะได้ใช้นโยบาย 20 บาทตลอดสายทันที เพราะการเดินทางจากปริมณฑลเข้ากรุงเทพฯ หากใช้วินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายมากกว่าการขึ้นรถไฟฟ้า 20 บาท และ รถเมล์แอร์ 10 บาท ให้คนจนสามารถใช้รถเมล์แอร์ได้ในราคารถร้อน

พร้อมกันนี้ ยังสานต่อนโยบาย ’บ้านเพื่อคนไทย‘ ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ความฝัน มี 4 โครงการนำร่องพร้อมดำเนินการเพื่อพิสูจน์ว่าคนไทยสามารถมีบ้านในทำเลที่ดีได้จริง บ้านที่อยู่ใกล้ระบบคมนาคม และจ่ายไหว เพราะหัวใจของบ้าน ไม่ใช่แค่ตัวบ้าน แต่คือทำเลและทำเลที่ดีต้องเดินทางสะดวก หรือตั้งใจจะขยายไปในพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ ทำให้ระบบคมนาคม ไม่ใช่แค่การพาคนเดินทาง แต่เป็นโครงสร้างที่ทำให้คนไทยตั้งหลักได้มีบ้านมีคุณภาพชีวิตมีแรงออกไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและสร้างอนาคตของตัวเองได้จริง

“คนข้างนอกบอกว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ในจุดท้าทาย บอกว่าเราไม่สามารถกลับไปอยู่ในจุดเดิม แต่ผมเชื่อว่า ทุกคนในที่นี้เราไม่ได้คิดแบบนั้น เรายังมีไฟ เรายังมีฝัน เรายังมีอุดมการณ์เดียวกัน จะไปทำงานทำนโยบายดีๆ ให้กับพี่น้องประชาชนของเรา”
— สุริยะ กล่าว

ยศชนัน กล่าวขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวเกิดมาในครอบครัวที่เป็นข้าราชการ คุณพ่อเป็นผู้พิพากษา คุณแม่เป็นพยาบาล ภูมิใจมากในการเป็นลูกข้าราชการ เราเดินทางด้วยกันตลอดตั้งแต่เหนือจรดใต้ จึงเกิดคำถามว่า ยศชนันเป็นคนที่ไหน ขอตอบว่าเป็นคนไทย โชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย เพราะสำหรับคนไทยทุกอย่างเป็นไปได้ แค่ขอโอกาสและแรงสนับสนุน

ยศชนัน กล่าวว่า ในปีนี้ปัญหาเดิมกลับเข้ามาอีกครั้ง เศรษฐกิจตกต่ำ แต่ครั้งนี้ยิ่งกว่าครั้งต้มยำกุ้ง เพราะครั้งที่แล้ว เป็นแค่เศรษฐกิจตกต่ำของประเทศไทย แต่ครั้งนี้เศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหานี้ไม่ใช่แก้ง่ายๆ แต่การที่เราเปลี่ยนนายกฯ ปีละคน แล้วนายกรัฐมนตรีทำได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าเก่งมากๆ ปัจจุบันประเทศไทยถือว่า ยังโชคดี วันนี้ถ้าเรายังทำเหมือนเดิม การเมืองแบบเดิม เราจะเลี้ยวไปความมืดมิด แต่ถ้าวันนี้เราเริ่มใหม่ ปรับโครงสร้างใหม่ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างเทคโนโลยีบวกกับความคิดสร้างสรรค์ของความเป็นคนไทยทุกอย่างเป็นไปได้
“ผม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อาสาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยพร้อมจะนำประเทศไทยหลุดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้”
— ยศชนัน กล่าว

ยศชนัน กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยจะวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูงให้ได้ ดังนั้น เราต้องทำเศรษฐกิจมูลค่าสูงให้เกิดขึ้นให้ได้ เราต้องอัพเกรดภาคการเกษตร อุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการ เพราะทั้ง 3 อย่างคือ เสาค้ำของ GDP ประเทศไทย คือการเพิ่มเทคโนโลยีมาใช้ในทุกอุตสหรรม พัฒนาพันธุ์ข้าว พืชพันธ์ต่างๆ ซึ่งเราสามารถทำได้ทันที เราต้องเพิ่มจุดเด่นของประเทศไทย อัพเกรดอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เป็นดิจิทัล AI ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวประทับใจสนามบิน อยู่โรงแรมมีความสุข ความปลอดภัย และ สนับสนุนด้านกีฬาทุกรูปแบบดนตรีศิลปะ ซึ่งเป็น DNA ที่อยู่ในคนไทยอยู่แล้ว แต่นโยบายพื้นฐานจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราไม่ล้างหนี้ทั้งระบบ อีกทั้งเราต้องเตรียมคนให้พร้อมสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศจะนำวิวัฒนาการด้านการรักษาที่ดีที่สุดเข้ามาอยู่ในเมืองไทย


ดังนั้น ต้องสร้างความเชื่อมั่นและการสร้างคน ซึ่งต้องเปลี่ยนบทบาทภาครัฐที่รองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง ต้องสร้างความมั่นคงในทุกมิติเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และต้องสร้างทำสงครามกับคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ โดยสร้างรัฐบาลดิจิทัล ขณะที่การต่อต้านคอรัปชั่นจะต้องเป็นวัฒนธรรมของประเทศไทย และต้องปรับโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาคือหัวใจ ของความเสมอภาค เริ่มเลยเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล การทำสาธารณสุขคุณภาพสูง สุดท้ายเราจะเห็นความสมดุลของ GDP ดังนั้น คนไทยทุกคนต้องได้รับโอกาสที่เท่ากันในการเติบโตที่เท่ากันไม่ว่าจะเกิดที่ไหน

“สิ่งที่เราทำไว้ได้ทำเพื่อประกันเบื้องใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เราทำเพื่อเปลี่ยนแปลงและหัวใจคือประชาชน การเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่การเดินทางของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการเดินทางเพื่อให้พวกเราได้กลับมาเพื่อช่วยกันสร้างประเทศไทยของเราขึ้นมาใหม่อีกครั้ง วันนี้ทุกคนจากพรรคไทยรักไทย จากพรรคที่อาจจะไม่ได้รับความยุติธรรม กลับมาอยู่บ้านของพวกเราที่เป็นคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย เรามารวมกัน และผมมั่นใจมากกว่าเราทำได้ เริ่มจากวันนี้เวลานี้ วินาทียกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ ถ้าเพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยทำได้แน่นอน”
— ยศชนัน กล่าว



