SPACEBAR เปรียบเทียบสาระสำคัญร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 ของ 3 พรรคการเมือง ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ระบุ รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง

จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งคือกลุ่มบุคคลที่จะเข้าทําหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคภูมิใจไทย 100 คน พรรคประชาชน 2 ร่าง 150 คน และพรรคเพื่อไทย 152 คน
โดยพรรคภูมิใจไทย กําหนดที่มา สสร. จากตัวแทน จังหวัด 77 คน และ ผู้เชี่ยวชาญ 23 คน ขณะที่พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย มีจุดตั้งต้นคล้ายกัน คือเริ่มจากการเลือกตั้ง แล้วสุดท้ายให้รัฐสภาเป็นผู้ตัดสินใจ
แต่พรรคประชาชน เสนอ 2 โมเดล โดยร่างแรกประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้ง เลือกแคนดิเดต สสร. ทั้งหมด 150 คน แบ่งเป็นมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เสมือนตัวแทนเชิงพื้นที่ 100 คน และอีก 50 คน มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เสมือนตัวแทนเชิงประเด็น หรือกลุ่มอาชีพ แล้วจึงนำกลับมาให้รัฐสภารับรองทั้งหมด แยกรายบุคคลไม่ได้ และหากไม่รับรอง จะต้องเลือกตั้งใหม่
ร่างที่สอง ประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้ง ให้ได้แคนดิเดต สสร. ทั้งหมด 300 คน แบ่งเป็น 200 คน แบบแบ่งเขต และ 100 คน แบบบัญชีรายชื่อ แล้วส่งรายชื่อ ให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ แบบแบ่งเขต 100 และแบบบัญชีรายชื่อ 50 คน รวมเป็น 150 คน
อย่างไรก็ดี ยังมีการกำหนดหลักการ การคัดเลือก โดยใช้การคํานวณคะแนนพึงมี โดยสมาชิกรัฐสภา 700 คน เลือก สสร.ได้ 1 คน กล่าวคือ หากหารตามสัดส่วน แคนดิเดตที่ได้รับคะแนนมากกว่า 7 จะถือว่าได้เป็น สสร.ในทันที แล้วค่อยมาเลือกที่เหลือไปเรื่อยๆ จนครบจำนวน และให้เป็นการลงมติลับ เพื่อคงความเป็นอิสระของ สสร.
ในร่างพรรคเพื่อไทย เลือกตั้งเบื้องต้นของประชาชนในแต่ละจังหวัด 300 คน แล้วให้รัฐสภาเลือกเหลือ 100 คน และมาจากการแต่งตั้งจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อของ สส., สว., ครม. และองค์กรส่วนต่างๆ อีกจำนวน 52 คน
กรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ อำนาจ สสร. พรรคภูมิใจไทย ระบุไว้ ห้ามแก้หมวดหนึ่ง และหมวดสอง สำหรับพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย กำหนดว่า ต้องไม่นําไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ หรือระบอบการปกครอง ซึ่งสอดคล้องกับ มาตรา 255 ของรัฐธรรมนูญ
เรื่องเงื่อนไขเสียงเห็นชอบ พรรคภูมิใจไทย คงเกณฑ์เดิมของ สส.ฝ่ายค้านไว้ที่ 20% แต่ปรับลดจำนวน สว.ลงมา เป็น 1 ใน 4 หรือ (50 คน) ด้านพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด จะใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา (สส.,สว. 350 คน)
ส่วนระยะเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน กำหนดที่ 360 วัน มีเพียงพรรคเพื่อไทยที่ให้เวลา 300 วัน
ขณะนี้ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ได้ยื่นร่างแก้ไขถึงมือประธานสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่พรรคเพียงไทย ที่ยังคงต้องประสานพรรคการเมืองอื่น เพื่อขอเสียงสนับสนุบเพิ่มเติมมาลงชื่อ ซึ่งต้องใช้เสียง สส. 1 ใน 5 (100 คน)




