ล่าสุด (16ก.พ.) ช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ในฐานะพรรคอันดับ 4 ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเชิญมาที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเมื่อไหร่ ภายหลังจากพรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคอันดับ 3 มาพูดคุยเรื่องร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว
ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยเองต้องการดูแลกระทรวงทางเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคกล้าธรรมดูแลอยู่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยต้องการให้ ครม.เศรษฐกิจ เป็นทีมเดียวกันทั้งหมด เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรและราคาสินค้าได้ง่าย และ ยังต้องการดูดูแลเรื่องเศรษฐกิจในทั้งหมด แบบเบ็ดเสร็จ เพราะมีผลต่อสร้างผลงานให้แก่ประชาชน ที่ต้องการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และจะไม่ปล่อยให้แก่ พรรคเพื่อไทย เพราะเมื่อครั้งเคยเป็นรัฐบาล ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
นอกจากนี้ ยังต้องการดูแลกระทรวงทางด้านความมั่นคง อาทิ กะทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ถูกครหาเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา หากให้พรรคเพื่อไทยดูแลอาจจะถูกกระแสต่อต้านได้ รวมถึงพรรคภูมิใจไทยยังต้องการดูกระทรวงยุติธรรมเองด้วย เพราะไม่ต้องการให้มีพรรคการเมืองใด ใช้กลไกลการเมืองเข้าแทรกแซงคดีฮั้ว สว. หรือ เขากระโดง รวมถึงคดีความอื่นๆอีกด้วย
ขณะเดียวกัน การจัด ครม. ครั้งนี้จะชูภาพมืออาชีพ หลังมี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นแกน ปรับภาพลักษณ์ให้กับพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนทำให้พรรคได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากนี้ อาจจะขอความร่วมมือพรรคร่วมไม่ให้ส่งบุคคลที่เป็นกังขาของสังคม หรือมีภาพลักษณ์การเมืองเดิมๆ มา
ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในพรรคภูมิใจไทยเอง จะมีการจัดสรรตำแหน่งให้บุคคลที่ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยผู้บริหารพรรคจะจัดสรรตามความเหมาะสม ไม่ปล่อยให้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม หรือระดม สส. มาเพื่อต่อรอง เนื่องจากพรรคมีข้อมูลทั้งหมดว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาใครทำอะไรมากน้อยแค่ไหน และ ที่สำคัญพรรคยังมีจุดยืนในความเป็นเอกภาพ ที่ถือเป็นจุดแข็งและรักษาเอาไว้ ด้วย
วานนี้ (15ก.พ.) ช่วงดึกที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ‘อนุทิน 2’ ที่ประกาศตัวสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุน ให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี
ล่าสุดพรรคภูมิใจไทย ได้รวบรวมและ ประกาศ อย่างเป็นทางการ รวมทั้งสิ้น 276 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเล็ก 6 พรรคๆ ละ 1 เสียง รวม 6 เสียง คือ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่
ส่วนพรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง แม้ว่า ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์หนุน อนุทิน เช่นเดียวกัน โดยอยู่ ระหว่างเจรจา ตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่ง 5 เสียง ขออยู่กระทรวงเดิม คือ กระทรวงแรงงาน ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ
รายงานข่าวแจ้งว่า การประกาศเปิดตัวพรรคการเมืองที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ในสัปดาห์นี้ พรรคภูมิใจไทย จะทาบทาม พรรคการเมือง ที่ได้คะแนนเสียงมาเป็นลำดับ 3 คือ พรรคกล้าธรรม จำนวน 58 เสียง โดยจะขอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลับมา เพื่อให้มาทำเรื่องสินค้าเกษตรควบคู่กับกระทรวงพาณิชย์
ซึ่งต้องดูการเจรจาระหว่าง เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่า จะออกมาในรูปแบบใด เพราะหากไม่ยินยอมตามข้อเสนอ ขอคืนกระทรวงเกษตรฯ ก็จะเจรจา กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี สส. 22 เสียง มาเป็น พรรคลำดับ 4 และส่งผลให้พรรคกล้าธรรม ไปเป็นฝ่ายค้านกับพรรคประชาชน นอกจากนี้จะมีการประกาศตัวพรรคเล็ก ที่จะมาสนับสนุน อนุทิน เป็นระยะๆ ด้วย
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีกระแสข่าวว่า จะเป็น โสภณ ซารัมย์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ไม่เป็นความจริง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา และยังมีอีกหลายคนที่มีความเหมาะสม เป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชน เท่านั้น เพราะขณะนี้การประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ยังไม่เรียบร้อยอย่างเป็นทางการ




