‘เพื่อไทย’ จี้ ‘กกต.’ สอบ คลิปเสียง ‘ประกาศศักดา’ ไม่ใช่ ai

5 ก.พ. 2569 - 12:56

  • ‘เพื่อไทย’ แถลง ยื่นร้อง กกต.วันนี้

  • จี้ไต่สวนเอาผิด ‘คลิปเสียงประกาศศักดา’

  • ด้าน ‘พนม’ ไม่กลัว บอกคิดดีทำดี มาเล่นการเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้ปชช.

‘เพื่อไทย’ จี้ ‘กกต.’ สอบ คลิปเสียง ‘ประกาศศักดา’ ไม่ใช่ ai

‘ชูศักดิ์ ศิรินิล’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ‘พนม โพธิ์แก้ว’ ผู้สมัครสส. จ.กาญจนบุรี และอดีต สจ. ‘อานนท์ ถนอม’ รวมถึง ‘นรวิชญ์ หล้าแหล่ง’ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แถลงเกี่ยวกับคลิปเสียง ‘ประกาศศักดา’ ที่แพร่กระจายอยู่ตามโซเชียลมีเดียต่างๆ และการดำเนินการของพรรคจากกรณีดังกล่าว  

เมื่อ 2–3 วันที่ผ่านมา มีคลิปเสียงออกมาเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จังหวัดกาญจนบุรี คลิปเสียงดังกล่าวมีข้อความจำนวนมากที่กล่าวถึงเรื่องการเลือกตั้ง และเข้าข่ายที่อาจผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายตอน ที่สำคัญมีถ้อยคำหลายคำที่ไม่เหมาะสม และอาจเป็นปัญหาในแง่ของการหมิ่นต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

เมื่อคลิปเสียงออกมา ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าไม่ใช่เสียงของตนเอง เป็นเสียงที่ทำโดย AI ผู้สมัครของเรา คุณพนม ได้แจ้งมาที่พรรคเพื่อไทยว่า คลิปเสียงนี้ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย และขอให้พรรคดำเนินการตามที่เห็นสมควร ซึ่งเห็นว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ขณะนี้ชัดเจนว่ามีข้อความหลายส่วนที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตรา 

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องระบุว่าไม่ใช่เสียงของเขา คจึงเห็นว่าควรให้บุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคลิปออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนและประชาชนว่าเสียงดังกล่าวเป็นมาอย่างไร เพื่อประกอบการพิจารณา วันนี้จึงเชิญอดีต สจ. และผู้สมัครของเรา คุณพนม โพธิ์แก้ว มาแถลงต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและเจ้าของเสียงได้ชี้แจงข้อเท็จจริง 

ด้านอานนท์ กล่าวว่า ผมอานนท์ ถนอม หรือ 'สจ.ตูน' ในคลิป เป็นผู้บันทึกเสียงดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เวลาประมาณ 08.00 น. ได้อยู่กับอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปิล็อก คือ 'ปรีชา จีรวงศ์สุธารมณ์' ขณะนั้นมีสายโทรศัพท์เข้าที่เครื่องของนายกฯปรีชา และขอคุยกับตนเอง ตนไม่ทราบว่าจะคุยเรื่องอะไร แต่ก่อนหน้านั้นมีข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับการพูดคุยในช่วงเลือกตั้ง จึงตัดสินใจบันทึกเสียงไว้เพื่อป้องกันตัว 

หลังจากได้ฟังคลิปแล้ว จึงนำคลิปให้เพื่อนหลายคนช่วยกันพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากอยู่ในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกฯปรีชาได้บอกว่าบุคคลที่โทรมาเป็นคนที่ปรากฏอยู่ในคลิป จึงเก็บบันทึกไว้ โดยเป็นคลิปที่บันทึกจากโทรศัพท์ 

ขณะที่พนม กล่าวว่า การออกมาแถลงข่าวครั้งนี้ เนื่องจากตนเองรู้สึกว่าเป็นผู้ได้รับความเสียหาย เพราะในคลิปมีการกล่าวถึงว่าพรรคของผู้พูดจะได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน ส่วนพรรคที่ตนสังกัดจะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน และกล่าวว่าหากตนได้เป็นผู้แทน จะไม่สามารถนำงบประมาณลงพื้นที่ได้ อีกทั้งยังมีถ้อยคำพาดพิงว่าพรรคภูมิใจไทย 'ใจดำมาก' ซึ่งอาจทำให้ผู้สนับสนุนเกิดความลังเล และอาจเปลี่ยนใจไปสนับสนุนบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคลิปได้ 

ชูศักดิ์ กล่าวสรุปว่า จากการพูดคุยกัน มีอดีตนายกฯหลายท่านไปที่บ้าน สจ. ในช่วงเช้า และแจ้งว่ามีบุคคลต้องการพูดคุยทางโทรศัพท์ สจ.จึงระมัดระวัง เพราะก่อนหน้านั้นมีการพูดจาในลักษณะข่มขู่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงตัดสินใจบันทึกเสียงไว้ และส่งให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยกันพิจารณา 

เมื่อคุณพนมร้องขอให้พรรคดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง พรรคจึงพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจเข้าข่ายความผิดหลายประการ เช่น การใส่ร้ายด้วยความเท็จ การสัญญาว่าจะให้ และการทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

เมื่อวานนี้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีมติให้ดำเนินการร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อไต่สวนและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคลิปเสียง เนื่องจากก่อให้เกิดความเสียหาย โดยมอบหมายให้นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้ยื่นเรื่องต่อ กกต. ในวันนี้ พร้อมเอกสารและพยานหลักฐานทั้งหมด 

ผู้สื่อข่าวถาม อดีตสจ. ตูน ยืนยันได้หรือไม่ว่าคลิปเสียงนั้นเป็นของศักดา เนื่องจากเจ้าตัวไปแจ้งความว่าไม่ใช่เสียงตนเอง อานนท์ กล่าวว่า เจ้าของโทรศัพท์ที่เอาให้ตนคุยก็พูดชื่อนี้ และเป็นคนขอสายคุยกับตน และมีสายนี้โทรเข้ามาคุยกับตนหลายครั้ง เพื่อชวนให้ตนไปช่วยหาเสียง แต่ไม่มีเรื่องการข่มขู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่โทรมานั้นน่าจะเป็นเบอร์ของลูกน้อง ซึ่งเป็นเบอร์ตามชื่อที่ปรากฏตามคลิป โดยเป็นเบอร์ของนายกอบต.คนหนึ่งที่รู้จักกัน ส่วนเหตุผลที่โทรหาตนนั้นคิดว่าเป็นอดีตสจ. พอที่จะมีประชาชนในพื้นที่รัก จึงคิดว่าอยากให้ตนช่วยในเรื่องของคะแนนเสียง  

ส่วนเรื่องการดำเนินคดี สำหรับคลิปเสียงนั้นจะสามารถเป็นหลักฐานได้หรือไม่ นายนรวิชญ์กล่าวว่า วันนี้อดีตสจ. ได้มอบคลิปและรับรองการถอดเทปให้ ถือเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่ง ซึ่งจะนำไปประกอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสืบสืบสวนสอบสวนต่อไป สำหรับคนที่ถูกกล่าวอ้าง ไปแจ้งความบอกว่าเป็นเสียง AI  นั้น นรวิชญ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการไปพิสูจน์กัน แต่คนที่คุยสายด้วยเขายืนยันแล้ว 

เมื่อถามว่านอกจากจะร้องเรียน ตามกฎหมายเลือกตั้งกับกกต. ในเนื้อหาคลิปอาจจะหมิ่นเหม่ไปยังเรื่องคดีมาตรา 112 ทางพรรคมีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทางพรรคกำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะถึงขั้นไหนค่อยว่ากัน แต่คิดว่ามีความหมิ่นเหม่อยู่หลายเรื่อง  

เมื่อถามว่าหลังจากที่มีคลิปปรากฏประชาชนในพื้นที่เสียงสะท้อนต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร พนม กล่าวว่า มีประชาชนหลายคนมาถามเลือกตนไปแล้ว จะได้เป็นฝ่ายค้าน แล้วงบประมาณจะไม่ได้จริงหรือไม่ ซึ่งมีทั้งกังวลและรู้สึกตกใจ ทำให้คะแนนนิยมของตนกับคนที่อยากจะสนับสนุนเปลี่ยนใจได้ ซึ่งมีทั้งชาวบ้านที่โทรมาถาม และถามในขณะที่ลงพื้นที่ ทำให้ตนมีผลกระทบ เพราะคำพูดในคลิปเสียงชักชวนคนที่สนับสนุนตนชัดเจน และเหตุผลที่ตนต้องออกมาแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจากคู่กรณีในคลิปเสียงไปแจ้งความว่าเป็น AI ทำให้คุณอาจจะเข้าใจว่าเราเป็นคนสร้างขึ้น กุเรื่องขึ้นเพื่อสร้างความนิยมให้กับตัวเอง ซึ่งจะทำให้เป็นกระแสตีกลับมาที่ตนเองหากไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง  

ส่วนกังวลหรือไม่ว่าหลังจากมีการมาแถลงข่าวจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นพนม กล่าวว่า ไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน คิดดีทำดีเราไม่ได้คิดจะไปทำร้ายใครและการมาเล่นการเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ย้ำว่าไม่กลัวอยู่แล้ว  ขณะที่อานนท์ ยอมรับว่ากลัวอยู่แล้ว แต่ต้องถูกต้องมากกว่า ความถูกต้องและประชาชนต้องมาก่อน ตอนอยู่กับการเมืองมานานอยากให้การเมืองบ้านตน ชาวบ้านได้พัฒนา เหมือนที่นายพนมทำอยู่ซึ่งดีอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก 

เมื่อถามนอกจากความผิดรายบุคคล จะสามารถเชื่อมโยงความผิดไปยังพรรคต้นสังกัดของคู่กรณีได้หรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า น่าจะโยงถึงพรรคได้หลายเรื่องเพราะรู้อยู่แล้วว่าสมาชิกทำผิดกฎหมาย  พรรคเพื่อไทยจึงมอบหมายให้นายนรวิชญ์ไปยื่นกับกกต.ก่อน ส่วนเรื่องพรรคหรืออื่นๆกำลังพิจารณา  พร้อมระบุด้วยว่า  เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เราต้องดูว่าการเมืองที่ว่าเป็นอย่างไร  ไม่ถูกต้องหากถูกกฎหมายหรือไม่เราก็ใช้สิทธิ์ของเรา  เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้ท้ายสุดก็จะไม่เกรงกลัวอะไรกัน ต่อไปก็ใช้อำนาจรัฐทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม  เราต้องตัดสินใจกรรมการบริหารพรรคจึงมีมติในเรื่องนี้ขอดำเนินการตามกฏหมายเลือกตั้ง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์