กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
พริษฐ์เริ่มต้นโดยย้ำว่า “เจตนาของพรรคประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้ง ตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาเพื่อมุ่งเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง แต่เราจำเป็นต้องตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้งเพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนว่าเสียงของเขาถูกบันทึกอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะกาให้กับพรรคการเมืองไหนก็ตาม รวมถึงเราต้องการให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างบกพร่องหรือจงใจทุจริต ต้องรับผิดชอบต่อกฎหมายเพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ทำให้เรามีการเลือกตั้งในอนาคตที่ประชาชนเชื่อมั่นเชื่อถือได้”
การแถลงในวันนี้มี 4 หัวข้อ หัวข้อแรกคือกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ในการแถลงข่าวของ กกต. เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) มีข้อสรุปว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าว ในทางทฤษฎีสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเห็นว่ามีปัญหา 3 เรื่องหลัก
ปัญหาแรก ทำให้การลงคะแนนเสียงไม่เป็นไปโดยลับ ตามหลักการที่สังคมเข้าใจโดยทั่วไปมาโดยตลอด
การลงคะแนนที่ “ลับ” หมายถึงเมื่อลงคะแนนไปแล้วจะต้องไม่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้เลย แต่การแถลงของ กกต. เมื่อวานเป็นการยืนยันว่าสามารถทำได้ในเชิงทฤษฎี หากมีการเข้าถึงข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลบนบัตร รหัสตรงต้นขั้ว และชื่อผู้ลงคะแนนของรหัสนั้น ๆ
ดังนั้นเห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่ความยากหรือง่ายในการเข้าถึงข้อมูล แต่ประเด็นอยู่ที่หากเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ จะสามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งในอดีตที่ไม่ว่าใครจะเข้าถึงข้อมูลส่วนใด ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเลือกใคร
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
ปัญหาที่สอง เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง สามารถใช้ประโยชน์จากบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าวเพื่อตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร
แม้ กกต. จะชี้แจงว่ามีการเก็บรักษาบัตรและต้นขั้วไว้ในที่ปลอดภัย แต่หากมีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดรู้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาก่อน อาจเปิดช่องให้สามารถออกแบบกระบวนการในการตรวจสอบได้ว่าใครโหวตอย่างไร โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงบัตรหรือต้นขั้วที่ กกต. เก็บไว้หลังปิดหีบ เช่น ตัวแทนพรรคอาจใช้อิทธิพลข่มขู่ให้ประชาชนแจ้งรหัสต้นขั้วก่อนลงคะแนน และจากนั้นมีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทุกใบขณะนับคะแนน เพื่อนำมาสแกนตรวจสอบภายหลังว่าลงคะแนนตามที่ตกลงหรือไม่ หรือหากกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อาจแอบถ่ายภาพต้นขั้วบัตรเพื่อส่งให้ตัวแทนพรรคที่กระทำการดังกล่าวได้
ดังนั้น แม้ กกต. ชี้แจงว่าทั้งหมดที่ทำเป็นไปเพื่อ “รักษาความปลอดภัย” และแม้จะยอมเชื่อไว้ก่อนว่า กกต. มีเจตนาดีเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจริง การดำเนินการของ กกต. ได้เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ ที่ทำให้การเลือกตั้งอาจจะไม่สุจริตเที่ยงธรรม และกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
ปัญหาที่สาม ความเสียหายระยะยาวต่อการเลือกตั้งในอนาคต
เมื่อมีการเก็บบัตรและต้นขั้วไว้ หากข้อมูลดังกล่าวรั่วไหลหรือมีบุคคลใดเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว จะเกิดปัญหาสำหรับอนาคต เพราะข้อมูลการเลือกพรรคการเมืองของประชาชนถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว และจะกลายเป็นข้อมูลที่ผู้มีอำนาจสามารถนำไปใช้จัดเก็บสถิติแยกตามเพศ อายุ และพื้นที่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเตรียมการเลือกตั้งครั้งถัดไปได้
พรรคได้มอบหมายให้ วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและทำคำร้องเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาธิการ กกต. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
— พริษฐ์ วัชรสินธุ

พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า หัวข้อต่อมาเป็นข้อสังเกตต่อประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีจำนวนไม่เท่ากันในเขตเลือกตั้งเดียวกัน โดยพบปัญหานี้ในหลายเขตเลือกตั้ง เมื่อวานนี้ กกต. ระบุว่าความคลาดเคลื่อนเกิดจากระบบรายงานผลบนเว็บไซต์ของ กกต. แต่ยืนยันว่าข้อสังเกตของพรรคประชาชนไม่ได้อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ของ กกต. แต่อ้างอิงจากข้อมูลที่อยู่ในบอร์ดรายงานผลในแต่ละเขตเลือกตั้ง
ดังนั้น ไม่ว่ากระบวนการในการรายงานตัวเลขผ่านเว็บไซต์ของ กกต. จะมีปัญหาแค่ไหน ก็เป็นคนละเรื่องกับหลักฐานที่นำมาแสดงก่อนหน้านี้และในวันนี้ ยกตัวอย่างความผิดปกติที่ชัดเจนในพื้นที่สงขลา เขต 3 และศรีสะเกษ เขต 2 ที่ได้เปิดข้อมูลไปก่อนหน้านี้ รวมถึงอีกหลายเขตที่มีการเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ ซึ่งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวมีทั้งเขตที่พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้งเป็นอันดับ 3 และเขตที่พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง
สะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อหวังให้พรรคประชาชนมี สส. มากขึ้น แต่ต้องการตรวจสอบเพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนและทำให้เรื่องนี้สิ้นข้อสงสัย
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
พริษฐ์ระบุอีกว่า ท้ายสุดนี้ มีข้อเรียกร้องต่อ กกต. คือ
- (1) ขอให้ชี้แจงว่าทำไมจำนวนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ที่ปรากฏในบอร์ดรายงานผลการลงคะแนนของบางเขตเลือกตั้ง จึงคลาดเคลื่อนและแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
- (2) เรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลรายหน่วยเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้โดยสะดวกมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วยเอกสาร 2 อย่าง คือ กกต. ต้องเร่งเผยแพร่รายงานผลการนับคะแนน (สส. 5/18) รายหน่วย ให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด และควรเปิดเผยใบขีดคะแนน (สส. 5/11) รายหน่วย แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดให้เปิดเผย แต่ควรเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ประชาชนมีข้อสงสัย

ด้าน กิตติชัย กล่าวถึงภาพรวมของเรื่องร้องเรียนที่ผู้สมัคร สส. ของพรรคและประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยในส่วนผู้สมัคร สส. ของพรรค รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 57 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ทำเรื่องไปยัง กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบแล้ว37 เรื่อง ส่วนการร้องเรียนของประชาชนผ่านเว็บไซต์ report69 มียอดทั้งหมดกว่า 4,000 เรื่อง ตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่สามารถนำไปสู่การร้องเรียนได้ 1,260 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ดำเนินการตรวจสอบและส่งให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคร้องคัดค้านการประกาศผลต่อไป
และหัวข้อสุดท้าย เป็นเรื่องร้องเรียนใหม่ในพื้นที่สมุทรปราการ เขต 6 มีประชาชนส่งคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่ามีการทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงใบขีดคะแนน (สส. 5/11) ที่บ่อขยะแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเอกสารดังกล่าวระบุวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และระบุหน่วยเลือกตั้งด้วย จุดดังกล่าวไม่ใช่จุดรวมหีบหรือจุดยุบหีบเหมือนกรณีชลบุรี เขต 1 อย่างแน่นอน เพราะเห็นชัดเจนว่าเป็นบ่อขยะ และจุดรวมหีบของสมุทรปราการ เขต 6 อยู่ห่างจากบ่อขยะแห่งนี้ถึง 8 กิโลเมตร
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีใครคนใดคนหนึ่งนำมาทิ้งไว้ เรื่องนี้จึงขอให้ กกต. และ กกต. สมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนโดยเร็วว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น โดยประชาชนที่ส่งหลักฐานเข้ามาได้ลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจไว้แล้ว
ในวันจันทร์นี้ (16 ก.พ.) ผู้สมัคร สส. สมุทรปราการ เขต 6 ของพรรคคือ วีรภัทร คันธะ จะนำหลักฐานดังกล่าวไปร้องต่อ กกต. ด้วยเช่นกัน
— กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์
ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสเข้ามา และจะรวบรวมพร้อมดำเนินการร้องต่อ กกต. ต่อไป



