‘ปชน.’ ฟอร์ม ‘ครม. เงา’ ตรวจสอบ ‘รบ.’ หวังงาน ‘พื้นที่ - สภา’ ไร้รอยต่อ

26 เม.ย. 2569 - 13:50

  • ไม่พลิกโผ ‘ประชาชน’ เคาะ ‘เท้ง’ นั่งหัวหน้าต่อ ดัน ‘จ้อน’ ขึ้นเลขาฯป้ายแดง

  • ย้ำไม่กดดัน ประเมิน ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ ภายนอกดูแข็งแรง แต่ภายในเปราะบาง

  • ด้าน ‘อาจารย์ต้น’ เตรียมจัดทีม ‘ครม.เงา’ 4 ด้านหลัก เดินหน้าตรวจสอบ ‘รบ.หนู’

‘ปชน.’ ฟอร์ม ‘ครม. เงา’ ตรวจสอบ ‘รบ.’ หวังงาน ‘พื้นที่ - สภา’ ไร้รอยต่อ

'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชนว่า ที่ประชุมใหญ่ของพรรคได้ให้ความเห็นชอบให้ 'พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์' เป็นเลขาธิการพรรค และ 'สุทธวรรณ  สุบรรณ ณ อยุธยา' อดีตสส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วน 'ภคมน หนุนอนันต์' เป็นโฆษกพรรค พร้อมยืนยันว่าทุกคนพร้อมทำงานเต็มที่  

ด้าน 'พิจารณ์' เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคคนใหม่ จะต่อยอด เรื่องที่ประชุมร่วมกัน ให้เกิดขึ้นได้จริง จะให้ความสำคัญการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทุกองคาพยพของพรรค ซึ่งทุกภารกิจที่พักประชาชนทำจะมีถามว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร ดังนั้นทุกองคาพยพของพรรคทั้งสส. ทีมจังหวัด ทีมเครือข่าย จำเป็นที่จะต้องทำงานสอดประสานกัน และต้องติดอาวุธ ทั้งเรื่องกฎหมายและกลไกในรัฐสภา เพื่อให้การทำงานทั้งในและนอกสภาฯ เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้ความมุ่งหมายที่เราอยากจะชนะการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายเราจะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในฐานะพรรคฝ่ายค้านได้อย่างไร หรือใช้กลไกสภาในการผลักดันรณรงค์การแก้ไขกฎหมาย จึงต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในทุกองคาพยพ  

ส่วนการมุ่งเคาะผู้สมัครสส.ให้เร็วขึ้น จะแก้ไขเรื่องคุณสมบัติที่เป็นปัญหาอยู่ได้หรือไม่ พิจารณ์ กล่าวว่า เวลาที่เราพูดเป้าหมายว่าประชาชนได้อะไร แต่วิธีการก็เป็นอีกเรื่องนึง ซึ่งวิธีการที่เราเห็นตรงกัน คือแคนดิเดตผู้สมัครที่จะสามารถรับรองได้รวดเร็วขึ้น จะมีทีมงาน หรือพลังในการทำงานในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะปูทางไปสู่การเลือกตั้ง  

เมื่อถามว่ากดดันกับการรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคหรือไม่ เพราะถือเป็นตำแหน่งที่เป็นมันสมองของพรรค พิจารณ์ กล่าวว่า การกดดันหรือกดดันไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือ เมื่อที่ประชุมพรรคให้ความไว้วางใจ ตนมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนเป้าหมาย ทั้งกรรมการบริหารและผู้บริหารของพรรค รวมถึงองคาพยพของพรรคได้เห็นตรงกัน ว่าจะมุ่งไปทางไหน ตนก็มีหน้าที่ในการบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ในภาวะนิติสงคราม ภายใต้สถานการณ์การสั่งไม่ให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งตนมองว่าเป็นโอกาสในวิกฤต ที่จะขับเคลื่อนการทำงานผ่าน 10 สส. ที่ไม่ได้ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีพลัง ฉะนั้นเรื่องของความกดดันหรือกดดันคงไม่ใช่ประเด็น แต่จะทำงานให้ดีที่สุด  

ส่วนจะวางรากฐานภายในพรรคอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการเมืองและการแย่งชิงตำแหน่งนั้น จำเป็นต้องทำความเข้าใจทุกองคาพยพภายในพรรค ว่าการมารวมตัวกันเป้าหมายคืออะไร ซึ่งเป้าหมายคือทำให้ชีวิตของประชาชนดียิ่งขึ้น หรือการสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ ดังนั้นถ้าหากทุกคนมองเป้าหมาย ทุกอุปสรรคทุกความขัดแย้งก็จะก้าวข้ามไปได้  

ทั้งนี้ภายหลังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเสร็จสิ้น ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ได้นำยันต์ 'ชนะมาร รุ่นประชาชน พร้อมคาถาชนะมาร' ใส่กรอบ พร้อมด้วยนำผลส้มที่บรรจุอยู่ในกล่องใส มามอบให้กับ 'ณัฐพงษ์ - พิจารณ์' ด้วยเช่นกัน  

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่าส้มที่อยู่ในกล่องใส เหมือนที่อยู่ในห้องทำงานของ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ แต่ณัฐพงษ์ ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มและหัวเราะเท่านั้น 

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวได้ให้หัวหน้าพรรคประชาชน ประเมินรัฐบาลของ 'อนุทิน' ว่าจะอยู่ครบเทอม 4 ปี หรือไม่ รวมถึงอะไรจะเป็นกับดักที่ทำให้รัฐบาลนี้จนมุมได้ โดยระบุว่า ถ้ามองจากภายนอกเหมือนรัฐบาลเข้มแข็ง มีเสถียรภาพหลายด้าน หลายคนวิเคราะห์ว่าอาจมีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับ สว.หรือองค์กรอิสระ แต่มองในอีกมุมหนึ่งภายใต้ความแข็งตรงนั้น ภายในก็เปราะบาง  

ณัฐพงษ์ชี้ว่า สิ่งที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้มีความเปราะบางคือ ทุกๆ กลุ่มก้อนอำนาจที่ยึดโยงอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมุ้งใหญ่จากพรรคอื่นๆ ที่ดูดเข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย รวมถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบขององค์กรอิสระ และกลุ่มทุนนายทุนที่สนับสนุน หรือข้าราชการที่ได้รับประโยชน์อิงแอบจากรัฐบาลสีน้ำเงิน ซึ่งทุกคนล้วนโยงใยกัน โดยผลประโยชน์เราจะเห็นได้ชัดว่าจากวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นจะเป็นอีกหนึ่งวิกฤติที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้แสดงความปรางออกมา และถึงแม้ว่าจะมีรัฐมนตรีที่เป็นสายเทคโนแครต แต่บางประเด็นก็ไม่ได้กล้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์ อย่างเช่นกรณีแลนด์บริดจ์ 

“เพราะฉะนั้นเชื่อว่าความเปราะบางภายในของรัฐบาลที่ยึดโยงกันด้วยกลุ่มผลประโยชน์ตรงนี้ วิกฤตต่อไปในอนาคต ในทุกวิกฤติจะทำให้รัฐบาลที่ดูเหมือนจะเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็จะมีความเปราะบางภายในตัวเอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านและพรรคประชาชนที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า ภายใต้รัฐบาลแบบนี้จะยิ่งทำให้สังคมไทยเปราะบาง และรัฐบาลเองก็จะอยู่ไม่ได้”

ณัฐพงษ์ระบุ 

สำหรับกรณีพรรคประชาชนล่ารายชื่อสมาชิกรัฐสภาเพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระของศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น นายณัฐพงษ์เชื่อว่า มีพรรคร่วมฝ่ายค้านและ สว. บางส่วนร่วมเข้าชื่อกับเรา และเรายืนยันว่าไม่ได้ทํางานตัวคนเดียว 

ส่วนมีการคุยกับใครบ้างแล้วนั้น ณัฐพงษ์ย้ำว่า มีการพูดคุยหลังบ้านกับทุกส่วน แต่เนื่องจากยังไม่มีมติอย่างเป็นทางการ หากพูดไปก่อนว่ามีใครร่วมลงชื่อแล้วบ้าง อาจเป็นการเสียมารยาทในการพูดคุยกัน แต่ยืนยันว่า มีการพูดคุยหลังบ้านแล้ว ส่วนการประเมินเชื่อมั่นว่า สามารถได้รายชื่อครบแน่นอน 

ขณะที่ 'วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร' รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ชี้แจงรายละเอียดแนวคิดการตั้งคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของพรรคประชาชน โดยระบุว่า เป็นความตั้งใจของพรรคที่จะมีกลไกเป็นหัวหอกทำหน้าที่ทั้งตรวจสอบรัฐบาล และเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้ประชาชนเห็น  

วีระยุทธกล่าวว่า ครม. เงา ของเราจะมีการประชุมเป็นรายสัปดาห์ และอยากให้ประชาชนรู้สึกว่า ประเทศไทยดีกว่านี้ได้ ไม่อยากให้คนหมดความคาดหวังกับการเมืองและเศรษฐกิจไทย อยากเสนอว่าหากเราเป็นรัฐบาล เราจะนำเสนอสิ่งที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยอย่างไรในรายสัปดาห์ 

โดย ครม. เงาจะแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านความมั่นคง, เศรษฐกิจ, คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปรัฐและกฎหมาย ไปพร้อมกัน โดยจะเป็นการทํางานที่เชื่อมทุกองคาพยพของพรรค ตั้งแต่คนในพรรค ประธานกรรมาธิการ สส. และงานพื้นที่ เครือข่าย ซึ่งจะลงไปให้เห็นเลยว่า ในแต่ละพื้นที่ ถ้ามีนโยบายที่ดีกว่านี้ จะแก้ปัญหาระดับพื้นที่ได้อย่างไร สส. จะขับเคลื่อนได้อย่างไร  

สำหรับจำนวนและวิธีการคัดเลือก ครม. เงา นั้น วีระยุทธมองว่า การทํางานโครงสร้างรัฐไทยที่เป็นอยู่นั้น การแบ่ง 4 ด้าน จะเป็นประโยชน์มากกว่าแยกรายกระทรวง การทํางานเป็นการเชื่อมโยง สส. และแกนนําพรรค ไม่ได้กําหนดตายตัว บางเรื่องที่สำคัญแต่ถูกทอดทิ้ง เช่น SMEs เราจะตั้งทีม ครม. เงา ที่ดูแลเรื่อง SMEs โดยเฉพาะ เราจะแบ่งทีมให้สอดคล้องกับการทํางานในปัจจุบัน เพราะการแยกเป็นรายกระทรวงอาจทำให้บางเรื่องถูกทิ้งหรือรวมไปโดยไม่จำเป็น จึงจะแยกเป็น 4 โครงใหญ่ และมีทีมย่อยลงไป ซึ่งณัฐพงษ์ได้เสริมว่า สำหรับ ครม. เงาของพรรคประชาชน จะมีการแถลงครั้งแรกเพื่อลงรายละเอียดภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ 

ส่วนการนั่งประธานคณะกรรมาธิการนั้น 10 สส. ที่ไม่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะได้ดำรงตำแหน่งหรือไม่น้้น กระบวนการกําลังเกิดขึ้นภายในพรรค แต่ในเชิงหลักการ ไม่ว่า สส. ใหม่ หรือ สส. ชุดปัจจุบัน หรือแม้จะเป็น 10 สส. เอง เป็นกระบวนการที่เปิดกว้างให้กับทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นอย่างแบบนั้นอยู่แล้ว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์