





















บรรยากาศแคมเปญ ‘เปลี่ยน’ เวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคประชาชน ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก ส่วนใหญ่ใส่เสื้อสีส้ม หรือของที่มีสีส้ม
เจ้าหน้าที่เริ่มเปิดประตูตั้งแต่เวลา 14.00 น. เมื่อคนเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาต่อเนื่องจนที่ภายในอาคารเต็ม จึงได้ขยับไปที่รอบนอกบริเวณสนามหญ้าข้างอาคาร โดยพรรคประชาชนได้สร้างประตูเป็นสีต่างๆ ประจำพรรคการเมืองที่ลงแข่งเลือกตั้งรอบนี้ เช่น สีแดง สีส้ม สีน้ำเงิน จากนั้น แกนนำขึ้นเวทีเวลา 16.00 น. ในช่วงแรก อาทิ เดชรัตน์ สุขกำเนิด, พริษฐ์ วัชรสินธุ และ สิทธิพล วิบูลย์ธนากิจ
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร กล่าวว่า ได้เวลารัฐบาลประชาชนจัดทำหลักนิยมใหม่ โฟกัสเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โฟกัสที่ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ลดการเสี่ยง การสูญเสียของกำลังพล พี่น้องของพวกเรา ให้ลดลงให้มากที่สุด ได้เวลาที่เราส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้เวลาที่เราจะใช้ยานเกราะที่เราผลิตเอง ได้เวลาใช้โดรนที่เราทำเองภายในประเทศ มีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ที่สามารถปฏิบัติการรบร่วมกันของเหล่าทัพต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หน้าที่ของรัฐบาลประชาชน ต้องทำให้หน้าที่การเสียสละชีพเพื่อชาติ ให้เกิดกับฝั่งตรงข้าม แล้วพาพี่น้องเรากลับบ้านอย่างปลอดภัย และ ได้เวลาปฏิรูปศาลทหาร ทำกองทัพของพวกเราให้มีความโปร่งใส เอาคดีทุจริตในค่ายทหาร ในกองทัพขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ เหมือนกระทรวงอื่น ๆ
— วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
ในส่วนตำรวจ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องคืนความก้าวหน้าให้กับตำรวจที่ดี และคืนตำรวจที่ดีให้กับประชาชน นี่คือจุดสำคัญที่สุด รัฐบาลประชาชน ต้องไม่มีระบบตั๋ว ไม่มีระบบส่วย ไม่ต้องเก็บเงินส่งให้นาย หรือใครหน้าไหนอีกต่อไป ตำรวจได้เวลาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีความโปร่งใส ใช้งานอย่างถูกวัตถุประสงค์ สนับสนุนพนักงานสอบสวน
นี่คือการปฏิรูปตำรวจ ที่พวกเราต้องการ ไม่ได้ยาก แต่ที่ผ่านมา ถ้านายกฯ ยังมีตั๋ว ยังต้องส่งส่วยให้นาย ความฝันที่เราจะเห็นตำรวจที่ดี เป็นไปไม่ได้เลย นโยบายด้านความมั่นคงไม่มีอะไรยาก ไม่มีอะไรซับซ้อน ทำได้
คำพูดที่เราได้ยินบ่อยๆ “ความมั่นคงของชาติ” ประชาชนจะได้เข้าใจเสียทีว่า “ความมั่นคงของชาติก็คือความมั่นคงของประชาชนทุกคน” ทุกวันนี้ใครบอกว่า วิโรจน์ พรรคประชาชนรู้ยังว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ให้พวกเราตอบเขาว่า เวลาทหารตัวเล็กตัวน้อยถูกกระทืบ ถูกรังแกจนตาย พอพรรคการเมืองรู้เบื้องหลังเป็นคนมีดาวบนบ่า เป็นนายพลนายพันชั้นยศใหญ่ เขาหนีหายไปไหน ทำไมมีแต่พรรคประชาชน ที่ยืนเคียงข้างนายทหารชั้นผู้น้อย ลูกหลานของพวกเรา เพราะพวกเรารู้ว่าทหารมีไว้ทำไม รู้ว่าจะส่งเสริมทหารดีอย่างไร และเรารู้ว่า เราจะจัดการปราบปรามทหารที่ทุจริตอย่างไร
— วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
ขณะที่ รังสิมันต์ โรม กล่าวว่า ปัญหาสแกมเมอร์ เป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าสร้างความเสียหายกับประเทศอย่างมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถรับมือกับปัญหาอย่างนี้ได้อีกแล้ว
วันนี้เดินบนท้องถนนเห็นป้ายหาเสียง หลายพรรคบอกว่าปราบสแกมเมอร์ แต่คําถามง่ายๆ ของตนเองคือ ในวันที่พวกท่านมีอํานาจท่านปล่อยมาได้อย่างไร พรรคประชาชนถือว่าวาระเรื่องนี้เป็นวาระใหญ่ เราจะจัดการอย่างเด็ดขาด เป็นวาระแห่งชาติที่เราจะดำเนินการอย่างจริงจังแน่นอน
อย่างนายกฯ กว่าจะรู้ว่า ปปง.อยู่ใต้อำนาจตัวเอง ก็ต้องรอถึงเดือน พ.ย. แล้วจะปราบสแกมเมอร์ได้อย่างไร ถ้าคุณบอกว่าคุณคือรัฐบาลมืออาชีพ มืออาชีพแบบไหนถึงเพิ่งรู้
— รังสิมันต์ โรม
ในทางกลับกัน หากเปรียบเทียบป้ายหาเสียงของพรรคสีอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคส้ม ไม่มีความหมาย หลังๆ นโยบายก็ชักจะเหมือนๆ กันเหมือนรอพรรคประชาชนเปิดมาก่อนแล้วค่อยดู
ลองคิดดู ถ้าจะให้พรรคสีแดงไปปราบสแกมเมอร์ วันนี้ผ่อนค่าเครื่องบินหมดแล้วหรือยัง ได้ข่าวว่าผ่อนเดือนละร้อย น่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะหมด ข้อมูลล่าสุดเครื่องบินลํานี้ อาจจะไม่ใช่ของเบน สมิธ แต่โยงไปถึงยิม เลียก จะให้พรรคการเมืองนี้ปราบสแกมเมอร์จริงหรือ หรือจะให้สีน้ําเงิน จําได้หรือไม่ ตอนจะตัดไฟที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พวกเราบอกตั้งนาน แต่สิ่งที่เขาตอบกลับมา คือบอกว่าเขาไม่ใช่รัฐมนตรีมหาดพม่า คุณต้องการให้คนแบบนี้เป็นผู้นําในการปรับสแกมเมอร์จริงหรือ แค่ตัดไฟวันนั้น ต้องด่ากันทั้งประเทศ แล้วจะแก้ปัญหาสแกมเมอร์ได้อย่างไร ขึ้นป้ายใหญ่โตว่าปราบสแกมเมอร์ แต่เวลานี้เบน สมิธ หนีไปแล้ว และมีหลายคนมาเล่าให้ผมฟัง ว่ามีการคุยด้านหลัง และนําไปสู่การปล่อยทรัพย์ในที่สุด ซึ่งเงินเหล่านั้น สามารถคืนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด หรือคุณจะให้พรรคสีเขียว เขาอาจจะเรียนรู้การปราบจากออสเตรเลียมาแล้วก็ได้
— รังสิมันต์ โรม
รังสิมันต์ ยืนยันว่า ถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล คุณไม่ต้องห่วง ว่าจะมีการคุยกันด้านหลัง มีแต่การลุยแหลก ชนแหลก การปราบแหลก เราต้องเริ่มจากรัฐบาล ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับข้าราชการ ให้เขารู้สึกว่าฝ่ายการเมืองไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เพราะถ้าเขาทําได้ เขาทําไปนานแล้ว วันนี้จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่หายไป จากการปราบสแกมเมอร์ จึงเป็นเจตจํานงเอาจริง ซึ่งแก่จํานงนั้น เรียกว่าพรรคประชาชน
สำหรับ รักชนก ศรีนอก กล่าวว่า ตั้งแต่เราเกิดมาในประเทศนี้ หลายคนไม่ได้แตกต่างไปจากตนเอง หากใครที่เรียนโรงเรียนรัฐ และเกิดในชุมชนที่แออัดจะเห็นกับปัญหาสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด เด็กท้องในวัยเรียน หรือเด็กที่ยากจนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ตอนที่เรายังเป็นเด็กเราถูกทำให้เชื่อว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ที่ไม่สามารถมีใครเข้ามาแก้ไขปัญหาได้ เป็นเรื่องของบุญกรรมทำแต่ง ทั้งหมดที่เจอตั้งแต่ครรภ์มารดาจนสู่เชิงตะกอน ไม่ใช่เรื่องของบุญกรรมทำแต่ง แต่ในชีวิตของท่าน อาจจะเกิดมาในรัฐบาลที่ไร้ความสามารถ หลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้มีเจตจำนง เพื่อจะเข้ามาทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน
การเปลี่ยนแปลงที่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนพูดถึง คือความเรียบง่ายในประเทศที่เจริญแล้วเขามีกัน เป็นความธรรมดาปกติ แต่ความเปลี่ยนแปลง ที่เรานำเสนอถูกบิดเบือนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัว เป็นการเปลี่ยนแปลงที่โค่นล้มบางสิ่งบางอย่างที่ฝากอนุรักษ์นิยมเชื่อและศรัทธา
— รักชนก ศรีนอก
หลายคนตั้งคำถามว่า เราจะโดนอะไรอีก ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะใช้อำนาจ หรือเครื่องมือไหน มาทุบทำลายพวกเรา และองคาพยพสีส้ม แต่ตนเองเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีอะไรเหมือนเดิม ตนเองสาบานในสภาฯ ในวันที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องก้าวออกไป ว่าจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างสูงสุด เราทุกคนอย่าปล่อยให้จบแบบเดิม เราจะต้องส่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และทีมบริหารของพรรคประชาชน เข้าไปเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์ประเทศนี้ไปด้วยกัน
ดิฉันขอสาบานว่าหากดิฉันมีชีวิตและเป็น สส.อยู่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความฝันความหวังของประชาชนที่เอาใส่บ่าใส่หลังพวกเราอย่างเต็มที่ และดีที่สุด
— รักชนก ศรีนอก
ภาพ: กชามาส เพ็งพอรู้

























