
ในช่วงสุดท้ายของเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคประชาชน แคมเปญ ‘เปลี่ยน’ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 กล่าวตอนหนึ่งถึงกรณีการเปิดตัวทีมผู้บริหารรัฐบาลประชาชน ว่า ตอนรัฐบาลรัฐประหาร มีเทคโนแครตเต็ม ครม. ไม่เห็นเปลี่ยนอะไรได้เลย แต่ทีมผู้บริหารของประชาชนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะคนเหล่านี้มาพร้อมกับเจตจำนงทางการเมือง เขาไม่ได้ลอยจากท้องฟ้า เขาเปิดหน้า เปิดประวัติให้ทุกคนได้ดู เพื่อนำความหวัง ความฝันของประชาชน ไปเปลี่ยนเป็นวาระขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงประเทศ
"นี่คือความแตกต่าง พวกเรามาเป็นทีม อย่างที่บอก ครม. ต้องมี 36 คน ต้องมีให้ครบเท่านั้น ไม่ใช่มาแค่ 3 คน บริหารประเทศ ไม่ใช่เตะตะกร้อ เราทำมาถึงจุดนี้ มาถึงวันนี้แล้ว เหลืออีกเพียงแค่นิดเดียว เรากำลังจะถึงเส้นชัยที่เราจะไปคว้าชัยชนะมาให้กับทุกคน” ศิริกัญญา กล่าว

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ปราศรัยว่าเป็นคนสุดท้าย โดยยืนยันว่า ความรักชาติ และความเป็นประชาธิปไตย เดินหน้าไปข้างหน้าพร้อมกันได้ แต่เมื่อกี้ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เตือนสติพวกเราแล้ว ขอเสียงคนเห็นช้างตัวเดียวกันหน่อย ช้างตัวนั้นคือบรรดาชนชั้นนำที่ยึดกุม ถือครองอำนาจทางการเมืองในประเทศนี้อยู่ ดังนั้น เชิญชวนประชาชนคนไทยทั่วประเทศ 8 กุมภาพันธ์นี้ ใช้ปากกาของท่าน กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนออกจากการเมืองที่ผูกขาดอยู่กับชนชั้นนำ เป็นการเมืองของประชาชน ดีหรือไม่
ผมอยากบอกว่าการเดินทางของพวกเราที่ผ่านมา ตลอด 8 ปีนี้ เป็นการเดินทางที่สวยงาม ที่บอกว่าสวยงาม เพราะการเดินทางของพวกเราแต่ละคนล้วนมีความหมาย ที่วันนี้หล่อหลอมให้ทุกคนรวมกันในวันนี้ ที่ผ่านมาการเดินทางของพวกเราไม่ง่าย มีอุปสรรคขวากหนามหลายคนโดนเล่นงาน หลายคนโดนข่าวปลอมโจมตี หลายคนโดนดำเนินคดีฟ้องร้องปิดปาก ไม่ว่าพวกเรามีบาดแผลสักเท่าไหร่ เกิดเป็นส้มมันต้องอดทน ความอดทน ความมั่นคงในหลักการ ความเชื่อในการเมืองของประชาชน นี่แหละทำให้พวกเรารัก และศรัทธากันและกันมาถึงทุกวันนี้
— ณัฐพงษ์ กล่าว

จากนั้น บรรดาแกนนำได้ออกไปพบปะกับมวลชนที่รออยู่บริเวณสนามกีฬาข้างอาคาร







