‘ลิซ่า’ บีบมือ ‘ชาดา’ เปลี่ยนจากสงเคราะห์คนแก่ เป็นให้สวัสดิการดีกว่าหยิบยื่นเศษเงิน

14 เม.ย. 2569 - 16:06

  • ‘ลิซ่า’ ขอ ‘ชาดา’ เปลี่ยนจากสงเคราะห์คนแก่ 950 บาทเป็นให้สวัสดิการ

  • ชี้เบี้ยผู้สูงอายุวันละ 20 บาทไม่พอกิน ผลักดัน รัฐดูแลประชาชนให้มีศักดิ์ศรีเท่าเทียม 

‘ลิซ่า’ บีบมือ ‘ชาดา’ เปลี่ยนจากสงเคราะห์คนแก่ เป็นให้สวัสดิการดีกว่าหยิบยื่นเศษเงิน

ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย แจกเงินผู้สูงอายุ 950 บาท เนื่องในวันสงกรานต์ ว่า การที่ประชาชนได้รับ เราก็เห็นด้วย เพียงแต่ว่าวันนี้ชาดาเอง หรือว่าใครก็ตามที่กำลังใช้วิธีแบบนี้ และเป็นผู้มีอำนาจที่อยู่ในรัฐบาล เราเห็นแล้วว่าผู้สูงอายุในประเทศไทย ได้รับการดูแลแบบการสงเคราะห์ และหยิบยื่นให้มาโดยตลอด  

“พวกเขาเหล่านี้มีศักดิ์และสิทธิเท่ากันนะคะ เขาควรได้รับการดูแลจากรัฐแบบที่เขาหวังผลได้ ไม่ต้องมารอว่าคุณชาดาแจกเท่านี้ ใครแจกเท่านี้ ดิฉันอยากจะให้ผู้มีอำนาจในฝั่งรัฐบาล มองเห็นความจำเป็นของเรื่องนี้ และผลักดันให้มันเป็นสวัสดิการรัฐสำหรับผู้สูงอายุไปเลย วันนี้ทุกคนรู้ดีค่ะว่า 600 บาทสำหรับผู้สูงอายุไม่เพียงพอ ดังนั้น รัฐคำนวณเลยว่างบประมาณวันนี้ รัฐบาลสามารถอุดหนุนผู้สูงอายุได้เท่าไหร่ ดิฉันไม่ได้มีปัญหากับสไตล์ของแต่ละคน เพียงแต่ว่าถ้าเราไม่จริงใจกับเรื่องแบบนี้ เราก็จะเห็นภาพแบบนี้ และสุดท้ายเองคุณชาดาเองก็จะไม่พ้นเรื่องของการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองบ้านใหญ่ การเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าสุดท้ายแล้ว คุณก็หยิบยื่นให้ประชาชนแบบสงเคราะห์ หรือหยิบยื่นเศษเงินให้ประชาชน“ ภคมน กล่าว  

ภคมน ย้ำว่า หากรัฐและหวังดีกับประชาชนจริงๆ ตนเองอยากจะให้มันผลักดัน อยากจะให้มีการผลักดันเป็นสวัสดิการรัฐ เป็นสวัสดิการอย่างถาวรให้กับพี่น้องประชาชนเลย เพราะเรามั่นใจว่าพี่น้องประชาชนทุกคนควรจะได้รับสวัสดิการในฐานะที่เขาเป็นพลเมือง เป็นคนจ่ายภาษี เป็นคนที่ทำงานมาตลอดชีวิต บั้นปลายชีวิตแล้ว รัฐบาลควรจะดูแลพวกเขาเหล่านี้อย่างมีศักดิ์และสิทธิให้มากพอและเท่าเทียมกัน 

เราคิดว่าคุณชาดาเอง หรือคนที่อยู่ในการเมือง หรือผู้มีอำนาจเอง ทราบดีว่าปัญหาของผู้สูงอายุคืออะไร และเงินผู้สูงอายุที่พูดกันมาโดยตลอด เวลาที่เราเฉลี่ยแล้ว 600 บาท 30 วัน วันละ 20 บาท เรารู้ดีว่ามันไม่มีทางพอ

ภคมน กล่าว 

ดังนั้น วันนี้แทนที่จะให้กันเป็นครั้งคราว หากหวังดีกับผู้สูงอายุจริงๆ เขาควรจะได้รับแบบที่มั่นคงในทุกๆ เดือน เราคิดว่าในเมื่อเรามองเห็นปัญหาร่วมกันแล้ว อยากจะผลักดันให้มันเป็นระดับนโยบาย ให้ประชาชนทุกคนมีสวัสดิการที่เขาควรจะได้รับอย่างมีศักดิ์ศรีจริงๆ  

”ดิฉันไม่ได้มีปัญหานะคะ ว่าเงินส่วนนั้น เป็นเงินคุณชาดา ดิฉันไม่ได้มีปัญหาว่าใครจะให้ใครเท่าไหร่ แต่หากเราเห็นปัญหาร่วมกัน ในฐานะที่เราเป็นตัวแทนประชาชนวันนี้ อยากจะให้หวังดีกับประชาชนแบบที่เขาสามารถพึ่งพิงหลักประกันของรัฐได้จริงๆ เพราะว่าปีหน้าเราไม่รู้ วันผู้สูงอายุคุณชาดาจะให้เท่าไหร่ อาจจะลดลงเหลือ 80 บาท มันไม่มั่นคงแล้วนึกออกไหมคะ แต่ถ้ารัฐจ่ายเขาในทุกๆ ปี ใน ในทุกๆ เดือนแบบที่เขาหวังผลได้ ดิฉันว่านี่คือความหวังดีที่เราในฐานะผู้แทน ในฐานะผู้มีอำนาจในฝั่งรัฐบาลเอง ที่จะหยิบยื่นให้ประชาชน เราอยากจะให้ทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ให้มันเกิดขึ้นจริงๆ เปลี่ยนน้ำใจเหล่านั้นเป็นความหวังดีระยะยาวให้กับประชาชนจะดีกว่าค่ะ“ ภคมน กล่าว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์