การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ใกล้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเข้ามาทุกที เนื่องจาก 21 พ.ค.นี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง
มีการวางไทม์ไลน์ว่า จะมีการประกาศเลือกตั้ง 23 พ.ค.69 และเปิดรับสมัครระหว่าง 25-29 พ.ค.69 แล้วจึงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ในวันที่ 5 ก.ค. 69 และคาดว่า จะสามารถประกาศผลได้ไม่เกิน 4 ส.ค. 69
การสรรหาของ พรรคประชาชน ได้เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงมกราคม 2568 โดยจั่วหัวด้วยการเปิดแคมเปญ ‘2569 เปิด เปลี่ยน กรุง Hackable Bangkok’ ชวนคนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบเมืองที่ต้องการ เปิดเวทีรับฟัง แก้ระเบียบ ปลดล็อคอำนาจให้ตอบโจทย์
‘ณัฐชา-พิจารณ์’ แม่ทัพ กทม.
นำโดย ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ในฐานะผู้ดูแลยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง กทม. มีลูกมืออย่าง ปิยรัฐ จงเทพ รองเลขาธิการพรรคประชาชน สัดส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วยทำงานกับทีมผู้สมัครเดิม ภายใต้การกำกับของ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคประชาชน ผู้วางโครงสร้างในพื้นที่ กทม. ร่วมกับทีม สส. และสก. มาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่
การเตรียมความพร้อมร่วมปีนี้ มีจำนวนผู้สมัครกว่า 112 คน ลง 39 เขต และ สก.เดิมอีก 11 เขต เพื่อให้ผู้สมัครสามารถมีเวลาในการทำพื้นที่ ลงไปรับฟังปัญหา พร้อมสะท้อนกลับมา เพื่อนำไปพัฒนาต่อเป็นนโยบาย เช่น การแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กทม.
กระบวนการมีความเข้มข้นมากขึ้น ตั้งแต่เข้าอบรม ก็มีพี่เลี้ยงคอยประกบตลอดแบบ 1 ต่อ 1 แล้วจึงให้ไปลงพื้นที่ และวนกลับมาสัมภาษณ์อีกหลายรอบ ก่อนจะเรียนรู้การทำงานร่วม และเดินหาเสียงคู่กับ สส.เขตตัวเอง ผสานกับอาสาส้ม ช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยให้ใกล้ชิดชุมชนมากขึ้น
สเปก ผู้ว่าฯ กทม. ที่ ‘พรรค ปชน.’ ตามหา
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุถึงคุณสมบัติของว่าที่ ผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคว่า จะต้องเป็นคนที่หลังตรง กล้าชนกับการทุจริตคอร์รัปชั่น สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา มีความเป็นผู้บริหาร และเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง สามารถประสานงานได้ เพราะหลายอย่างต้องทำควบคู่ไปกับงานสภา
ในช่วงปลาย พ.ย. 69 ก่อนเลือกตั้งใหญ่ พรรคประชาชนได้ว่าที่ผู้สมัคร สก.ครบทั้ง 50 เขต และสามารถตกผลึกกันได้แล้ว ในการเลือกที่จะส่งคนนอก อย่าง ศิธา ทิวารี อดีตผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.พรรคไทยสร้างไทย ลงในนามพรรคประชาชนรอบนี้
แต่ด้วยเพราะสถานการณ์การเมืองต่างๆ กระทั่งเกิดเหตุการณ์ ที่พรรคประชาชนไปยกมือโหวตให้ ‘อนุทินเป็นนายกฯ’ นั้น หลังยุบสภาฯ ช่วงต้นปี 69 ท่าทีของศิธาก็ดูเปลี่ยนไปในทันใด สอดคล้องกับที่มีรายงานว่า พรรคประชาชน จะเปลี่ยนคนอื่นมาลงแทน
ย้อนลิสต์ ปชน. ชิงผู้ว่าฯ กทม.
แม้จะเหมือนว่า พรรคประชาชนมีบุคลากรมากมายหลายรุ่น แต่หากมานั่งกางรายชื่อคนภายในพรรค ที่โหวตเตอร์มักถามถึงส่วนใหญ่ ก็มักเป็นกลุ่มที่มีชนักติดหลังกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะบ่วงใหญ่ในคดี 44. อดีต สส.พรรคก้าวไกล ร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
อาทิ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หากรอดพ้นคดีข้างต้นได้ ก็ยังมีความเสี่ยงในคดีส่วนตัว ความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกรักชนกเป็นเวลา 6 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ส่วน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.พรรคก้าวไกล ก็อยู่ในคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล โดยตอบอย่างหนักแน่นว่า ไม่ลงแน่นอน ไม่ได้วางแผนไว้ เนื่องจากต้องเตรียมตัวนาน สร้างทีม ทำพื้นที่มาก่อน หากประกาศ ใน 3 เดือนมีการเลือกตั้ง แล้วหวังว่าคนกรุงเทพฯ จะเลือก ก็รู้สึกว่าไม่เคารพต่อหน้าที่
หรือคนทำพื้นที่ กทม. อย่าง ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน ออกตัวว่า ยัง เนื่องจากชอบบทบาทการเป็น สส.ในตอนนี้อยู่ และก็ยังอายุไม่ถึง 35 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
ฝ่าย สก.ตัวตึง ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สก.บางซื่อ พรรคประชาชน ก็ระบุว่า ไม่ใช่ตอนนี้ ขอลง สก.สมัยที่สองเป็นอย่างน้อย ในอนาคตค่อยว่ากัน ว่าจะไปทางไหน
ขณะนี้ ว่าที่ผู้สมัคร สก.ของพรรคประชาชน ได้มีบางส่วนที่ทยอยแนะนำตัวผ่านโซเชียลมีเดียของตนเอง สอดคล้องทางแอคเคาท์หลักของพรรค ก็ได้ปล่อยคลิปวิดีโอแนะนำส.ก.คนแรกออกมาแล้ว โดยคาดว่า จะมีการเปิดตัวทางการในช่วงเดือน เม.ย.นี้
อย่างไรก็ดี วิโรจน์ ระบุไว้ในปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า แคนดิเดตของพรรคอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
‘เพื่อไทย’ แพแตก-ส่งซิกไม่ส่ง ผู้ว่าฯ กทม. - สก.
สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนผู้สมัครอิสระ และตัวแทนที่สังกัดพรรคอื่นๆ ยังมี มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ มีรายงานว่า กำลังทาบทามบุคคลภายนอกมาลงในนามพรรคด้วย
ด้าน ชัชชาติ เปิดเผยล่าสุดว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะไม่จำเป็นต้องรีบ ขอรอให้ถึงปลายเทอมก่อน พร้อมยืนยันว่า หากจะลงสมัครอีกครั้ง จะลงในนามอิสระ ไม่ส่งในนามพรรคการเมือง ส่วนทีม สก. ในสังกัดของตนเอง ก็ขอพิจารณาอีกครั้ง
ขณะที่ 'พรรคเพื่อไทย' มีรายงานว่า พรรคอาจไม่ส่ง สก. และ ผู้ว่าฯ กทม. จนทําให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์กันภายในพรรค
ส่วน อดีต สก. ที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทย บางส่วน ซึ่งก่อนหน้านี้ มีกระแสเตรียมเปิดตัวกับกลุ่ม ‘Bangkok First’ ในสังกัด ‘พรรคกล้าธรรม’ หลังลาออกจากพรรคเพื่อไทยนั้น ก็ได้มีการขยับเตรียมหาเสียง
โดยถูกตั้งข้อสังเกต จากการระบุในแผ่นพับว่า ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด แต่กลับใช้สี CI เดียวกับ ชัชชาติ และใช้สโลแกนคล้ายที่ชัชชาติเคยใช้หาเสียง ‘Better Bangkok’ ด้วย ทั้งยังมีการระบุข้อความอีกว่า ผลักดัน และ สนับสนุนนโยบาย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ
ทำให้ เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร ต้องออกมารีบปัดว่า “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ และทีมชัชชาติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่ถ้าบุคคล หรือกลุ่มใด สนใจจะลง สก. และเลือกใช้สี หรือสนับสนุนท่านใด ขอให้เป็นสิทธิแต่ละท่าน ส่วนการสมัครลง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ อยู่ระหว่างการตัดสินใจ”
ต้องติดตามดูโฉมหน้ารายชื่อผู้สมัครผู้ว่า กทม. และทีม สก. ของพรรคสีส้มต่อไป ว่า พื้นที่ กทม.นี้ พรรคประชาชน จะเฟ้นหาใครมาแทนที่ โปรไฟล์ดีเทียบเท่า จนสามารถคว้าชัยกลายเป็นฝ่ายบริหาร เพื่อจำลองภาพฝัน ต่อสู้กับความนิยมของ ‘ผู้ว่าที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี’ ซึ่งเป็นตัวเต็งได้หรือไม่
ไม่เช่นนั้น เราอาจเห็นภาพเดิมซ้ำเหมือนคราวปี 65 ที่แม้พรรคส้มจะกวาด สส. ได้ท่วมท้นเมือง แต่คนกรุงก็ยังไม่ปันใจให้อยู่ดี





