ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา แถลงข่าวเปิดตัว โดยระบุว่า ถือเป็นการประชุมนัดที่ศูนย์ของ ครม.เงา ยังไม่ถือว่าเป็นครั้งแรกเพราะเราตั้งใจจะออกแบบกลไกทํางาน ครม.เงา ในการทํางานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการต่าง ๆ จึงเห็นว่า การประชุมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการประชุมภายใน เพื่อออกแบบกระบวนการทํางาน ในทีมของพรรคประชาชน

ณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคนําทีมแถลงข่าว เพื่อให้ประชาชนทุกคนเห็นภาพว่า สิ่งที่พรรคประชาชนขับเคลื่อนอยู่ตอนนี้ คืออะไร ครม.เงานี้ ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองและพรรคประชาชนคนใดคนนึง และไม่ใช่สิ่งที่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งคิดในประเทศนี้ แต่เรารับวัฒนธรรมต่างประเทศ อย่างอังกฤษ ที่มีการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภามาอย่างต่อเนื่องเป็นร้อยปีแล้ว
ณัฐพงษ์ กล่าวว่าสิ่งที่พวกเรามองเห็น จากการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นอกจากเรื่องความถดถอยด้านเศรษฐกิจ การเมือง ระบบนิติรัฐ นิติธรรมแล้ว สิ่งที่มองเห็น คือความถดถอยของความหวังประชาชนไทย ในฐานะตัวแทนประชาชน พรรคการเมือง เรามีหน้าที่เติมความหวังให้ประชาชนต่อไป ครม.เงา ในส่วนพรรคประชาชน เป็นสิ่งที่คิดและเชื่อว่า ช่วยเติมความหวังให้กับประชาชนคนไทยได้

โดยการประชุมในแต่ละสัปดาห์ จะเป็นการประชุมที่มีความสําคัญ เพราะทุกมติของ ครม.ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน และผู้ประกอบการ มีคนที่ได้และเสียประโยชน์ในทุกการตัดสินใจ การเมือง นโยบายภาครัฐ
ดังนั้น เมื่อมี ครม.เงา มีการตรวจสอบใกล้ชิดทุกมติ ครม.ที่ออกมา เชื่อว่าจะเป็นกลไกสําคัญ ที่จะใช้ในการตีแผ่ให้ประชาชนเห็นว่า ตกลงแล้วการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หรือมีการอิงแอบกับผลประโยชน์ ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่

นอกจากการตรวจสอบเข้มข้นอย่างใกล้ชิดแล้ว อีกหนึ่งส่วนที่สําคัญ คือภารกิจการเติมความหวัง ดังนั้น งานในส่วนของทีม ครม.เงา พวกเราจะทําหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะ ทางเลือกที่ดีกว่า ที่เราเชื่อว่า ถ้าประชาชนคนไทย มีรัฐบาลที่มีที่มาที่ไป ยึดโยงกับประชาชน ทําเพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่ ตัวเลือกที่ดีที่สุด ในการดําเนินนโยบายต่าง ๆ เหล่านั้นจะเป็นอย่างไร
ภารกิจโดยตรงของ ครม.เงา คือให้ข้อเสนอแนะ มาตรการเร่งด่วนในวิกฤติเฉพาะหน้า ที่มีวิกฤตรายล้อมในหลายด้าน เราจะมีข้อเสนออย่างไร ที่จะเรียกร้องไปยังรัฐบาลชุดปัจจุบัน ให้เร่งดําเนินการ มี 3 ภารกิจสําคัญที่ ครม.เงา จะทําหน้าที่ติดตามทุกสัปดาห์ อย่างน้อยจะมีการสื่อสารกับสื่อมวลชน และประชาชนอย่างสม่ําเสมอ ทั้งการตีแผ่ให้ข้อเสนอแนะที่ดีกว่า และมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า
แบ่งกลุ่มการทํางานออกเป็น 4 เสาหลัก นําโดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีของพรรคในแต่ละด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ดูแลด้านเศรษฐกิจ ศิริกัญญาตันสกุล ดูแลการปฏิรูปรัฐ เดชรัต สุขกําเนิด ดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต และพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ดูแลความมั่นคงใหม่ เราไม่ทํางานอยู่แค่เท่านี้ แต่เรายังมีคณะทํางาน ทีมงานสส. ที่เราเรียกว่า ทีม ครม.เงา พรรคประชาชน เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเด็นต่าง ๆ รวมถึงการประชุมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ผลลัพธ์ในวันนี้ เรามีการพูดคุย 4 วาระเร่งด่วน ที่เราจะติดตามอย่างใกล้ชิด ในช่วงหนึ่งเดือนต่อจากนี้ ได้แก่ 1.มาตรการช่วยเหลือ มาตรการไทยช่วยไทยพลัส และการเยียวยาประชาชน ต้องไม่ตกหล่น โดยเฉพาะกลุ่ม เกษตรกร ประมง และขนส่ง 2.ค่าไฟ อย่าแก้ค่าไฟแพงแบบฉาบฉวย ด้วยการโยนภาระให้ประชาชน ต้องเจรจาลดค่าพร้อมจ่าย ทลายเพดานโควตาซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชน 3.แลนด์บริดจ์ รัฐบาลต้องประเมิน โดรงการแลนด์บริดจ์ใหม่ ทบทวนการออก พ.ร.บ.SEC ตั้งต้นด้วยเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตภาคใต้ และ 4.ลมหายใจ รัฐบาลต้องหยิบกฏหมาย ปกป้องลมหายใจคนไทย 2 ร่างสำคัญ ดือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ พ.ร.บ.PRTR กลับมาเดินหน้าต่อ ภายใน 12 พฤษภาคม


สำหรับแคนดิเดต ครม. The Professionals จะมาร่วมประชุมด้วยหรือไม่นั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะมีส่วนร่วมประชุมด้วยแน่นอน เป้าหมายของพวกเราไม่ได้ยึดโยงกับตัวบุคคลไม่ว่าจะเป็นทีม The Professionals หรือทีมที่แถลง ทีม สส. ภาคเอกชน ภาคประชาชนทุกภาคส่วน เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกันกับทุกคน โดยเอาวาระของประเทศเป็นตัวตั้ง
ส่วนมาตรการของ ครม.เงา จะแตกต่างจากตรวจสอบของรัฐบาลในสภาอย่างไร ณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการเติมความหวังกลับไปให้ประชาชน ต้องยอมรับว่า บางครั้งเราใช้กลไกในสภาที่เป็นกลไกทางการ การประชุมกรรมาธิการบางครั้ง ต้องเป็นไปตามระเบียบวาระ บางครั้งอาจจะไม่ได้ทันท่วงทีสถานการณ์ บางครั้งประชาชนอาจจะไม่ได้ติดตามประชุมกรรมาธิการ หรือการประชุมสภาฯ อย่างต่อเนื่อง จึงคิดว่ารูปแบบ ครม.เงา จะเพิ่มความคล่องตัว และทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้ การสื่อสารจะไม่ได้แค่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว แต่จะมีการเสนอทางเลือกที่ดีกว่าประกบไปด้วยเสมอ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมองเห็นความหวัง
เมื่อถามถึง ครม.เงาในอดีต เช่นพรรคประชาธิปัตย์ บางคนได้เป็น ครม.จริงด้วย ใช้ได้กับพรรคประชาชนหรือไม่ ณัฐพงษ์ ย้ำว่า เราไม่เคยยึดติดที่ตัวบุคคล และไม่ปฏิเสธที่จะทำงานร่วมกับคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีเจตจำนงทางการเมือง อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนเห็นภาพตรงกันว่าการทำงาน ครม.เงาของพรรคประชาชน เราทำงานกันเป็นทีม และทุกคนที่ทำงานร่วมกัน ไม่ได้รู้สึกว่าต้องมาทำงานเพราะตำแหน่งในครั้งหน้า ทุกคนเอาผลประโยชน์เป็นตัวตั้งแน่นอน

ส่วนจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาประชุมร่วมกับ ครม.เงาด้วยหรือไม่ ณัฐพงษ์ ระบุว่า ในฐานะพรรคฝ่ายค้านให้ข้อเสนอไป แต่รัฐบาลจะหยิบไปทำหรือไม่ทำนั้น ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล การที่เราพยายามผลักดันให้เกิดการทำจริงในฝั่งราชการ เราต้องฝากข้อเสนอผ่าน ครม.ไปยัง กมธ.ชุดต่างๆ ทั้ง 35 คณะ ไม่จำเป็นเฉพาะที่พรรคประชาชนได้ประธาน
ดังนั้น เชื่อว่าการที่เราจะช่วยเติมความหวังให้ประชาชนผ่านใต้บริบทเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในปัจจุบัน คือการที่เราพยายามให้ข้อเสนอที่ดีกว่าให้ประชาชนเห็น หากรัฐบาลไม่ยอมนำข้อเสนอต่างๆ เหล่านั้นไปดำเนินการ คนที่จะเป็นคนตัดสินหน้าตาของรัฐบาลในครั้งหน้า คือประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า หากในอีก 1-2 ปี ครม.จริงไปไม่รอด ครม.เงาของพรรคประชาชน จะมีส่วนเข้าไปเติมเต็มหรือไม่ ณัฐพงษ์ คิดว่า เร็วไปที่จะไปพูดถึงการปรับเปลี่ยนหน้าตาของรัฐบาล ตอนนี้วาระสำคัญที่ ครม.เงาได้นำเสนอไปนั้นคือการพยายามเติมเต็มความหวังของประชาชน ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เสนอทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนบริบทการเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ ขอให้รอติดตามการทำหน้าที่ของพรรคประชาชนตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันข้างหน้า รอดูสถานการณ์การเมืองในอนาคตดีกว่า
เมื่อถามถึง มติที่ประชุมของพรรค เรื่องเงื่อนไขของการเข้าร่วมรัฐบาล คือจะสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงการเมืองได้หรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีแค่นั้นเลย เราเข้ามาทำงานการเมือง คือต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐ เพื่อไปสร้างการเปลี่ยนแปลง
ส่วนของรายละเอียดของสูตร ในการจัดตั้งรัฐบาลต่อจากนี้ ในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่เร็วไปที่จะพูด และเปล่าประโยชน์ที่จะพูดด้วย เพราะยังไม่มีใครรู้ว่า สถานการณ์ทางการเมืองในอนาคต ผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่พูดได้ คือเป็นมติของที่ประชุมใหญ่พรรค พรรคประชาชนเห็นตรงว่า เราเข้ามาทำงานการเมืองไม่ได้เข้าสู่อำนาจรัฐ เพราะแค่อยากได้อำนาจรัฐ และการจัดสรรงบประมาณ เราอยากได้อำนาจรัฐ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามว่า 4 วาระเร่งด่วนของครม.เงาที่จะเสนอให้ครม.จริง คาดหวังการปรับครม.จริงด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การปรับหรือไม่ปรับอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาล และความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย การตรวจสอบเรื่องการปรับครม.จะส่งผลสะเทือนหรือไม่ เราก็ทำเต็มที่ นอกเหนือจากการตรวจสอบแล้วการให้ข้อเสนอแนะที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเราก็ต้องทำไปพร้อมกันด้วย การจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนไม่ได้อยู่ที่ฝั่งเราฝั่งเดียว แต่อยู่ที่ตัวรัฐบาลเอง เชื่อว่าการจัดรัฐบาลแบบยึดโยงกันด้วยกลุ่มผลประโยชน์ และการที่เราตรวจสอบอย่างเข้มข้นจะทำรัฐบาลที่ดูแข็งนอกแต่จริงๆ แล้วอ่อนใน มีความปราะบาง อยากให้ประชาชนติดตามการทำหน้าที่ของพวกเราในชุดครม.เงาอย่างต่อเนื่อง





