ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีแกนนำพรรค อาทิ 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค 'ศิริกัญญา ตันสกุล' สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค 'วีระยุทธ์ กาญจนชูฉัตร' สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค 'ณัฐวุฒิ บัวประทุม' สส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค 'ศรายุทธิ์ ใจหลัก' อดีตเลขาธิการพรรค 'พริษฐ์ วัชรสินธุ' สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค รวมถึง สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง



ณัฐพงษ์ กล่าวเปิดการประชุมชี้แจงการปรับโครงสร้างใหม่ รวมถึงทิศทางการทำงานตรวจสอบรัฐบาล และทิศทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคต ว่า วันนี้เป็นวาระการประชุมใหญ่สามัญของพรรคอย่างเป็นทางการ แต่จริงๆ แล้วเรามีการสัมมนาร่วมกันตลอดสองวันที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่า เราไม่ได้พูดคุยกันแค่เรื่องปัญหาภายในพรรค แต่สิ่งที่เราพูดคุยกัน คือปัญหาและอนาคตของประเทศ สิ่งสำคัญคือการที่พวกเราจะทำอย่างไร ให้พรรคประชาชนเป็นยานพาหนะที่จะนำมาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลง ไปสู่สังคมที่ดีกว่าอย่างแท้จริง
สำหรับหัวข้อที่เราพูดคุยกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่เราได้รับเสียงสะท้อนมาตั้งแต่หลังเลือกตั้ง และต้องยอมรับกันว่า หลังการเลือกตั้งหลายอย่างเกิดความไม่ชัดเจนขึ้นในสังคม จากที่ได้พูดคุย และตกผลึกสร้างความคิดร่วมกัน สามารถสร้างความชัดเจนขึ้นได้ ทั้งในองคาพยพของพรรค และความชัดเจนที่จะนำเสนอต่อสังคม
“การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเลือกทางเดินทางหนึ่งได้ เราต้องเลือกทั้งสองอย่างอย่างดีที่สุดโดยพร้อมพร้อมกัน มีข้อเสนอจากเพื่อนสมาชิกว่า ทำงานทางความคิดต้องเริ่มอย่างเข้มข้น และ ต้องเริ่มจากพรรค และมีข้อเสนอว่า เราจะไปทำงานความคิดกับประชาชนได้อย่างไร หากองคาพยพยังมีความคิด และความเชื่อไม่ตรงกัน นี่เป็นสิ่งสำคัญ ที่ผมขอให้คำมั่นสัญญากับเพื่อนสมาชิกทุกคน ว่าคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารของพรรค เราจะเน้นการทำงานทางความคิดให้เข้มข้น ทั้งภายในพรรค และภายนอกพรรคอย่างต่อเนื่องต่อไป”
— ณัฐพงษ์ กล่าว



อย่างไรก็ตาม การทำงานทางความคิดเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่สามารถที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ ต้องทำงานในพื้นืที่อย่างเข้มข้นด้วย โดยจะมีการจัดตั้งแกนนำในชุมชนต่างๆ เพื่อปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชน และคนรุ่นหลัง การทำงานพื้นที่ของเรา จะไม่มีวันไปทำงานประเภทแจกของ หรือสร้างบุญคุณตามตอบแทนกับประชาชน ประชาชนไม่จำเป็นต้องมาติดหนี้พวกเราในฐานะนักการเมือง เราต้องรับใช้พวกเขา มีข้อเสนอจากเพื่อน สส. ว่าการทำงานจัดตั้งมวลชนของพวกเรา คือการชวนให้เขามาเป็นเจ้าของประเด็น ร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปพร้อมกับเรา
ประเทศไทยในวันนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่อุปสรรคภายนอก หากเรามีระบบรัฐบาล และการเมืองในประเทศที่เข้มแข็ง มีรัฐบาลที่ไม่มีสีเทา สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ถูกครอบงำ โดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่ไม่ควรจะเป็น หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ว่าอุปสรรคภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนก็ยังคาดหวังสิ่งที่ดีกว่าได้เสมอ



ณัฐพงษ์ ย้ำว่า เห็นได้จากวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา ใครที่มีเส้นสายกับบ้านใหญ่ หรือกลุ่มทุนพลังงาน ก็อาจเข้าสู่ทรัพยากรได้เร็วกว่าคนตัวเล็กตัวน้อย สิ่งสำคัญของเราต่อจากนี้ คือการล็อคเป้า และชี้เป้าให้คนไทยทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกับเราชัดๆ ไม่ว่าเขาจะเคยเลือกพรรคการเมืองใดในอดีตก็ตาม แต่อุปสรรคและศัตรูของประชาชนที่สำคัญในประเทศนี้ ไม่ใช่วิกฤติพลังงานเฉพาะหน้า หรือวิกฤตต่อๆ ไป ที่ถาโถมในอนาคต แต่คือวิกฤตภายในของพวกเราเอง
ดังนั้น เราจะต่อสู้กับระบอบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่อย่างไร องค์กรอิสระ หรือสมาชิกวุฒิสภา ระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใส และไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นภารกิจหน้าที่ของเราทุกคน การสื่อสารของพวกเราต่อจากนี้ ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่สำคัญของประเทศคือระบอบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้อยู่ สำหรับ 4 หมุดหมาย คือ
- เตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงา ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล
- ขับเคลื่อนกรรมาธิการทั้ง 9 คณะ ต้องขอชื่นชมทีมเจรจาที่ทำให้เราได้คณะกรรมาธิการที่ดีมาก และสามารถขับเคลื่อนประเด็นที่เราตั้งใจในสภาฯ ชุดนี้ได้
- การทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ พรรคได้ตั้งทีมทำงานขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง เราเตรียมพร้อมจะเคาะผู้สมัครให้เร็วภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อลงไปทำงานในพื้นที่ ให้มีเวลาในการเข้าไปนำเสนอนโยบาย และปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชน ส่วนในเรื่องของปัญหาคุณสมบัติผู้สมัคร ยิ่งเราเคาะผู้สมัครได้เร็ว ประชาชนก็ยิ่งมีโอกาสเข้ามาตรวจสอบผู้สมัครของเราได้เร็ว
- การเลือกตั้งท้องถิ่น เราเห็นแล้วว่า ลำพูนโมเดล การเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ เรายังเดินหน้าและเอาจริงกับสนามการเลือกตั้งท้องถิ่นเช่นกัน และสมาชิกพรรคเสนอให้มีการเคาะตัวผู้สมัครการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้เร็วเช่นเดียวกัน


นอกจาก สนามพัทยาและ กทม. เชื่อว่า ภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทีมกรุงเทพฯ ทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. จะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีของชาวกรุงเทพฯ แน่นอน ขอบคุณสมาชิกทุกคนอีกหนึ่งครั้งที่ยังมีสปิริต และยังเชื่อในความเป็นพรรคมวลชนของพวกเรา ซึ่งหมายถึงทุกคนในพรรค มีส่วนร่วมเข้ามากำหนดทิศทางอย่างแท้จริง
ณัฐพงษ์ ยังเสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนศรายุทธิ์ ที่ลาออก คือ 'พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์' และยังมี 'สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา' อดีตสส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค โดยณัฐพงษ์ ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ คงเดิม
ณัฐพงษ์ ได้ทิ้งท้าย คำพูดของวีระยุทธ ตลอดช่วง 2 วันที่ได้สื่อสารกับสมาชิกพรรคประชาชน ว่า กรรมการบริหารพรรคทุกคน พร้อมทำงานอย่างเต็มที่ รับใช้สมาชิกพรรค และคนไทยทุกคน ปัจจุบันเราอยู่ในยุคโซเชียลมีเดีย ที่ปัจเจกบุคคลลุกมาเด่นดังได้ ในขณะเดียวกัน เรามีสงครามเฟคนิวส์ที่ปล่อยข่าวโจมตีพวกเราเป็นรายวัน ขบวนการสายก้าวหน้า จะขับเคลื่อนอย่างมีพลัง และเดินหน้าได้แท้จริง เราต้องรักษาขบวนการเป็นหลัก และสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือปัจเจกกำลังโด่งดัง แต่กระบวนการกำลังพังทลาย ไม่เชื่อว่า สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน ถ้าพวกเรารักษาสปิริต ข้อบังคับพรรค วินัยพรรค และการครองตนที่ดี ความเป็นประชาธิปไตยคุยกันอย่างเต็มที่ตกผลึกกันภายในพรรค ภายนอกพรรคขับเคลื่อนไป อย่างมีเอกภาพและเป็นพลัง เชื่อว่าเราจะเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง
ความชัดเจน คือบุคลากร การทำงานของพรรค และอุปสรรคที่สำคัญของประเทศ รวมถึง 4 หมุดหมายที่สำคัญ ที่เราจะนำเสนอต่อประชาชนคนไทย ว่าเมื่อเรามีความชัดเจนในข้อนี้แล้ว อะไรเป็นหมุดที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569
ความชัดเจนแรก ขอแสดงความยินดีกับ 10 สส. ที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในสภาผู้แทนราษฎรกับทุกคน ความชัดเจนที่สอง คือความชัดเจนของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่เราจะนำเสนอในระเบียบวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ ที่ผ่านมาเราถูกบีบว่า พรรคประชาชนจะต้องเลือกทำทางไหน สังคมตั้งคำถามกับเรา ว่าจะเป็นพรรคเชิงกระแส หรือเป็นพรรคที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปทำงานในพื้นที่ เลือกทำการเมืองแบบที่พรรคอื่นทำในอดีต




