เงินเยียวยาเป็นตัวประกัน! ‘ฝ่ายค้าน’ ยื่นส่ง ศาล รธน. ยับยั้ง 2 แสนล้าน ปรับโครงพลังงาน

11 พ.ค. 2569 - 14:05

  • ‘ฝ่ายค้าน’ ยื่น ‘ปธ.สภาฯ’ ส่งเรื่องศาล รธน. วินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้าน เฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุขัด รธน. มาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน ยืนยันเขียนคำร้องรอบคอบ ซัดรัฐบาลเอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน

เงินเยียวยาเป็นตัวประกัน! ‘ฝ่ายค้าน’ ยื่นส่ง ศาล รธน.  ยับยั้ง 2 แสนล้าน ปรับโครงพลังงาน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่

โดย ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่ามีความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเราอยากให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่ามีการสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท

ในส่วนของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่กลับเอามาอยู่ใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยนำเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน

โดยเนื้อหาคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญมีทางออกให้ศาลพิจารณาในทุกส่วน เป็นข้อมูลที่เชื่อว่าหากศาลได้วินิจฉัยจะเห็นว่าการปรับโครงสร้างพลังงานสามารถทำได้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือบางส่วนของมาตรการเยียวยาไม่จำเป็นต้องนำมาอยู่ในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะสามารถอยู่ในส่วนสรรพสามิตได้

ด้าน กรณ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญได้เปิดช่องยืดหยุ่นให้รัฐบาลสามารถกู้เงินได้หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ความเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายค้านจึงต้องช่วยกันตรวจสอบว่านอกจากการทำงบประมาณขาดดุล 8 แสนล้านบาทในปีนี้แล้ว รัฐบาลยังมีเจตนาออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทางกฎหมายหรือไม่ เท่าที่ดูข้อเสนอของรัฐบาลเทียบกับการออกพ.ร.ก.กู้เงินในอดีต มีข้อสรุปว่าการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 172

ขณะที่มาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของประเทศระบุว่าการออก พ.ร.ก.จะกระทำได้ในกรณีที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ต้องลองไปเปรียบเทียบว่าในอดีตที่มีการออก พ.ร.ก. ทั้งช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตโควิด สถานการณ์ที่หากไม่มีการกู้ยืมเงินโดยเร็วสามารถนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยต่อไป

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง พ.ร.ก.ดังกล่าวจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ณัฐพงษ์​ กล่าวว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า หากรัฐบาลมีการใช้จ่ายเงินไปก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย และถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น เงินที่ใช้จ่ายไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะต้องเรียกคืนหรือไม่

ในคำร้องของฝ่ายค้านพยายามเขียนให้มีความรัดกุม และให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเฉพาะหน้าให้ระงับการเบิกจ่ายเฉพาะในส่วนของเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน

โดยให้วินิจฉัยเป็นรายกรณีไป ฝ่ายค้านยืนยันว่าเราเขียนคำร้องอย่างรอบคอบ ที่ผ่านมาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหาว่าคำสั่งที่ผูกพันทุกองค์กรบางครั้งไปก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายบริหาร

ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตามพ.ร.ก.กู้เงิน คาดว่าไม่อยากให้รัฐบาลโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ชุดนี้ เพราะการออกพ.ร.ก.ดังกล่าวมีเพียงคณะกรรมการกลั่นกรองไม่กี่ชุดมาพิจารณาต่างจากการพิจารณางบประมาณปกติ ที่มีการพิจารณาคำร้องขอหลายครั้ง หากรัฐบาลไม่ได้มีเจตจาสอดไส้ ปกปิด หรือตีเช็กเปล่า ก็ไม่มีความจำเป็นต้องโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าว

ขณะที่ ศิริกัญญา กล่าวว่า คำร้องของฝ่ายค้านที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ระงับการใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนของการปรับโครงสร้างพลังงาน ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ คำร้องของฝ่ายค้านเป็นการแยกเฉพาะส่วน เราเพ่งโทษเฉพาะการปรับโครงสร้างพลังงาน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการใช้ พ.ร.ก. ดังกล่าวทั้งก้อนหรือเฉพาะส่วน

ด้าน โสภณ กล่าวว่า ตามกระบวนการกฎหมายหลังจากรับเรื่องจากฝ่ายค้านแล้ว ต้องตรวจสอบความถูกต้องของญัตติดังกล่าว และต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วัน ดังนั้น ตนจะปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะตนมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะยื่นศาลก่อนวันที่ 14 พ.ค.นี้ ที่จะมีการพิจารณากู้เงินหรือไม่นั้น ตนจะยื่นให้เร็วที่สุด

โสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมรัฐสภาในวันที่ 15 พ.ค.นี้ เพื่อพิจารณายืนยันร่างกฎหมายที่ ครม.ยืนยันรับรองมา 31 ฉบับนั้น ในการประชุมวิปฝ่ายค้านได้พิจารณาจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้าน รัฐบาล และ สว. อภิปรายโดยให้เวลา 9 ชั่วโมง โดยกรอบการอภิปรายจะให้พูดได้ทั้งในส่วนที่เห็นด้วยกับกฎหมายที่รัฐบาลรับรองมา รวมถึงกฎหมายที่ฝ่ายค้านสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ให้การยืนยันรับรอง ซึ่งสมควรที่จะอภิปรายได้บ้าง และในเดือนมิถุนายนจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งเพื่อพิจารณาวาระข้อตกลงระหว่างประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์