เจาะสมรภูมิพัทยา "บ้านใหญ่" วัดพลัง "พรรคประชาชน" เดิมพันรื้อระบอบอุปถัมภ์

1 เม.ย. 2569 - 16:56

  • ศึกเลือกตั้ง "นายกเมืองพัทยา" ปีนี้ คือภาคต่อ การปะทะระหว่าง "ระบบอุปถัมภ์" ที่ "กลุ่มบ้านใหญ่" ยอมจับมือศัตรูเก่า ร่วมชายคา "พรรคภูมิใจไทย" ผลพวงจาก "เมืองที่เติบโต-ประชากรแฝง" ก่อเกิดแนวคิด "การเมืองเชิงอุดมการณ์" ในพื้นที่ ซึ่งฝั่ง "พรรคสีส้ม” ได้เข้ามาชิงส่วนแบ่ง ตั้งแต่ปี 62

เจาะสมรภูมิพัทยา "บ้านใหญ่" วัดพลัง "พรรคประชาชน" เดิมพันรื้อระบอบอุปถัมภ์

พัทยาไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้น แต่ในทางการเมือง พัทยา คือ ห้องทดลองที่มีชีวิตของการเมืองไทย จาก ระบอบอุปถัมภ์ดั้งเดิม ที่หยั่งรากลึกผ่าน "ระบบบ้านใหญ่" สู่การท้าทายจากกระแสการเมืองเชิงอุดมการณ์ ที่ถูกเรียกขานว่า "กระแสสีส้ม" 

ประวัติศาสตร์การเมืองของพัทยาจึงเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านทางสังคม ประชากร และความคิดทางการเมืองของคนไทยในรอบ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีตัวแสดงหลักอย่าง "ตระกูลคุณปลื้ม" เป็นแกนกลางของขั้วอำนาจเดิมที่ต้องเผชิญกับการรุกคืบของคนใหม่ที่แสวงหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ

รากฐานแห่งอำนาจ - การก่อรูป "รัฐท้องถิ่นพัทยา"

ในเชิงประวัติศาสตร์การเมืองไทย ยุคทองของบ้านใหญ่พัทยาเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการผงาดขึ้นของ สมชาย คุณปลื้ม หรือ "กำนันเป๊าะ" ผู้ซึ่งเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก "กำนันตำบลแสนสุข" เป็น "เจ้าพ่อตะวันออก"

ความสามารถในการเป็น “แม่เหล็กในพื้นที่” ทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงนักการเมืองระดับท้องถิ่น เข้ากับ พรรคการเมืองระดับชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้หลักการ "ใจถึง พึ่งได้" และการสร้างพันธมิตรข้ามตระกูลที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุด และเป็นหัวใจของการศึกษานี้คือ "ตระกูลงามพิเชษฐ์"

ในช่วงทศวรรษที่ 2520 ภายใต้บริบททางการเมืองที่พรรคการเมืองระดับชาติยังคงพึ่งพากลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นในการจัดตั้งรัฐบาล กำนันเป๊าะ ได้วางยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายฐานอำนาจจาก บางแสน เข้าสู่ พัทยา และ เขตอำเภอบางละมุง 

โดยการส่ง "สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์" นักธุรกิจและนักการเมืองท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญ เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติในนาม "พรรคกิจสังคม"

การเลือก "พรรคกิจสังคม" ในเวลานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางหมากเพื่อเข้าสู่วงโคจรของอำนาจรัฐส่วนกลาง ผ่านพรรคการเมืองที่เน้นนโยบายเศรษฐกิจและฐานราก "จรูญ งามพิเชษฐ์" กลายเป็นตัวแทนของบ้านใหญ่แสนสุขที่สามารถครองใจประชาชนในพื้นที่ชลบุรี เขต 2 (ซึ่งในขณะนั้นครอบคลุม อ.ศรีราชา, อ.บางละมุง, อ.สัตหีบ และ อ.เกาะสีชัง) ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ชัยชนะที่ต่อเนื่องถึง 3 สมัยติดต่อกัน คือในปี 2526, 2529 และ 2531 คือหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความทรงอิทธิพลของระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ที่ "คุณปลื้ม-งามพิเชษฐ์" ร่วมกันสร้างขึ้น

ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพ่ออย่าง กำนันเป๊าะ และ จรูญ งามพิเชษฐ์ ไม่ได้เป็นเพียงความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ฉาบฉวย แต่มีแนวคิดที่ต้องการเห็น "คนชลบุรีดูแลคนชลบุรี" ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานของอุดมการณ์ "พลังชล" ในรุ่นลูก

ยุค "พลังชล" สืบทอดอำนาจสู่รุ่นที่ 2 ความรุ่งโรจน์ ‘แป๊ะ-เบียร์’

เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือสู่รุ่นที่สอง นำโดย สนธยา คุณปลื้ม (แป๊ะ) บุตรชายคนโตของ กำนันเป๊าะ ทิศทางการเมืองของพัทยาได้ยกระดับจากการพึ่งพาพรรคการเมืองขนาดใหญ่ สู่การสร้าง "พรรคเฉพาะถิ่น" เพื่อสร้างอำนาจต่อรองโดยตรง 

การก่อตั้ง "พรรคพลังชล" ในปี 2554 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของบ้านใหญ่ในการเป็น "พรรคทางเลือก" ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ในสนามเลือกตั้งปี 2554 สนธยา คุณปลื้ม ได้นำทัพพรรคพลังชลลงสนามพร้อมกับส่ง ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (เบียร์) บุตรชายของ จรูญ ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ชลบุรี เขต 7 (พื้นที่บางละมุง) เป็นสมัยแรก 

ชัยชนะของ ปรเมศวร์ ในนามพรรคพลังชลในปีนั้น ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาเก้าอี้ของตระกูล แต่ยังเป็นการยืนยันว่า "ยี่ห้อบ้านใหญ่" ยังคงทำงานได้ดีเยี่ยมในระดับพื้นที่ 

ความสำเร็จนี้ทำให้ สนธยา ได้รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นการครองอำนาจ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติอย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานี้เองที่ โครงสร้างพื้นฐานทางสังคมของพัทยาเริ่มเปลี่ยนไป การขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมทำให้มี "ประชากรแฝง" และคนรุ่นใหม่ไหลเข้าสู่พัทยาจำนวนมาก ประชากรกลุ่มนี้ไม่ได้เติบโตมาในระบบอุปถัมภ์แบบดั้งเดิม และเริ่มมองหาการเมืองที่ตอบโจทย์เชิงอุดมการณ์ และการจัดการเมืองที่ทันสมัยมากขึ้น

พายุสีส้ม - แผ่นดินไหวการเมือง 2562 ยุค "บ้านใหญ่อ่อนกำลัง"

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์การเมืองพัทยาสมัยใหม่ คือ การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 เมื่อพรรค "อนาคตใหม่" ภายใต้การนำของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปรากฏตัวขึ้น พร้อมนโยบายทำลายโครงสร้างอำนาจเดิมและปฏิรูปกองทัพ 

ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งโดยสิ้นเชิง กับแนวทางของบ้านใหญ่ ที่เลือกจะเข้าพึ่งพิงอำนาจรัฐทหารผ่าน "พรรคพลังประชารัฐ"

ในสนามเขต 7 ชลบุรี "ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์" ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ (ในฐานะตัวแทนบ้านใหญ่) ต้องเผชิญหน้ากับ "กวินนาถ ตาคีย์" ทนายความสาวหน้าใหม่จากพรรคอนาคตใหม่ ผลการเลือกตั้งที่ออกมาสร้างความตกตะลึงให้แก่เซียนการเมืองทั่วประเทศ 

เมื่อกวินนาถสามารถคว้าชัยชนะด้วยคะแนน 31,247 เสียง ทิ้งห่างปรเมศวร์ที่ได้ 28,001 เสียง

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความพ่ายแพ้ของตัวบุคคล แต่เป็น "สัญญาณเตือนภัย" ว่า "ระบบบ้านใหญ่" กำลังสูญเสียความขลังในพื้นที่เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของสีส้มในครั้งนั้นต้องเผชิญกับบททดสอบเรื่องความเชื่อถืออย่างรุนแรง เมื่อ "กวินนาถ ตาคีย์" ตัดสินใจ "โหวตสวน" มติพรรค ในประเด็นสำคัญ จนถูกขับออกจากพรรค และย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองฝั่งรัฐบาล 

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดความรู้สึก "ถูกทรยศ" ในหมู่ผู้สนับสนุนสีส้มในพัทยา และกลายเป็นบาดแผลทางการเมืองที่บ้านใหญ่ นำมาใช้โจมตีในเวลาต่อมา

ศึกชิง "เมืองพัทยา 2565" ทวงคืนพื้นที่ "กลุ่มคุณปลื้ม"

เมื่อมีการประกาศเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา 22 พฤษภาคม 2565 สนามแข่งนี้จึงกลายเป็นสมรภูมิพิสูจน์ "บารมีตระกูลคุณปลื้ม" ว่าจะยังสามารถครองใจคนพัทยาในระดับท้องถิ่นได้หรือไม่ 

สนธยา คุณปลื้ม ในฐานะผู้นำกลุ่ม "เรารักษ์พัทยา" ตัดสินใจส่ง "ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์" ลงสมัครเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลพันธมิตร

ขณะที่ฝ่ายสีส้มซึ่งเปลี่ยนรูปมาเป็น "คณะก้าวหน้า" ภายใต้การนำของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ส่ง "กิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย" หรือ "บ๊อบ" แกนนำ กลุ่มพัทยาฟิวเจอร์ ลงสมัครเพื่อวัดกระแสพลังสีส้มอีกครั้ง 

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น เมื่อมีกลุ่ม "พัทยาร่วมใจ" ของ นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตคนในเครือข่ายบ้านใหญ่ แยกตัวออกมาส่งน้องชาย "สินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร" เข้าชิงชัยด้วย

ผลการเลือกตั้งแสดงให้เห็นว่า ปรเมศวร์ สามารถเอาชนะไปได้ ชัยชนะครั้งนี้สะท้อนว่า ในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น "ตัวบุคคล" และ "ผลงานเชิงประจักษ์" ยังคงเป็นปัจจัยหลัก 

ในขณะที่ คณะก้าวหน้า แม้จะได้รับคะแนนเป็นอันดับ 3 แต่ก็เป็นคะแนนที่สะท้อนว่า ยังมีผู้ต้องการการเปลี่ยนแปลงในพัทยาเกือบ 1 ใน 4 ของผู้มาใช้สิทธิ

ยุค "ส้มไม่หวาน" - บ้านใหญ่ปรับทัพ - พรรค ปชน. สู้ต่อ

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ที่พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) สามารถถล่มบ้านใหญ่ชลบุรีจนพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ในเกือบทุกเขตเลือกตั้ง สส. สถานการณ์ทางการเมืองในพัทยา และ จ.ชลบุรี จึงเข้าสู่โหมด "สงครามเต็มรูปแบบ" 

ต่อมา บ้านใหญ่แสนสุข ที่เคยอยู่กับ พรรคเพื่อไทยเพื่อ หวังแลนด์สไลด์แต่ไม่สำเร็จ ได้มีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ด้วยการ "รวมพลัง" กับ "กลุ่มอำนาจอื่น" เพื่อสกัดกั้นสีส้ม

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจที่สุด คือ การจับมือกันระหว่าง "บ้านใหญ่แสนสุข" (ตระกูลคุณปลื้ม) และ "บ้านใหม่" (สุชาติ ชมกลิ่น หรือเสี่ยเฮ้ง) ภายใต้สังกัด "พรรคภูมิใจไทย" 

การยุติความขัดแย้งของสองกลุ่มอิทธิพลที่เคยเป็นศัตรูกัน ในช่วงปี 2565-2566 เพื่อมารวมตัวกันเป็น "บ้านเดียวกัน" จนสามารถชนะ "พรรคประชาชน" ไปได้ สะท้อนให้เห็นว่า ภัยคุกคามจากพรรคประชาชนมีความรุนแรงจนบดบังความขัดแย้งส่วนตัว จนบ้านใหญ่ภายใต้ร่มเงาภูมิใจไทย สามารถชนะพรรคประชาชนได้อีกครั้ง ในการเลือกตั้งในปี 2569

ล่าสุดในฝั่ง พรรคประชาชน ได้มีการเปิดตัว นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ ชิงตำแหน่ง นายกเมืองพัทยา 

การส่งผู้สมัครที่มีภูมิหลังจากการเมืองฝั่งประชาธิปไตยดั้งเดิม แต่สวมเสื้อสีส้ม คือ ความพยายามในการควบรวมฐานเสียง "ผู้สนับสนุนทักษิณเดิม" เข้ากับ "คนรุ่นใหม่" เพื่อเอาชนะเครือข่ายอุปถัมภ์ของ "ภูมิใจไทย"

ในยุค "ส้มไม่หวาน" ที่พรรคประชาชน ต้องเผชิญกับกำแพงพันธมิตร "บ้านใหญ่-บ้านใหม่" ภายใต้พรรคภูมิใจไทย ความท้าทายสำคัญ คือ การพิสูจน์ให้คนพัทยาเห็นว่า การเลือก "คนใหม่" จะนำมาซึ่ง "คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า" 

ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนขั้วอำนาจ ขณะที่ "ฝ่ายบ้านใหญ่" เอง ก็ต้องเร่งสลัด "ภาพลักษณ์เดิม" ให้กลายเป็นสถาบันการเมืองท้องถิ่น ที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง หากต้องการรักษาที่มั่นสุดท้ายนี้ไว้ จาก "คลื่นสีส้ม" ที่พร้อมจะถาโถมมาอีกครั้งในฤดูกาลเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะถึง

ท้ายที่สุด พัทยา จะเป็นบททดสอบสำคัญของระบอบประชาธิปไตยไทย ว่า "ผลประโยชน์เฉพาะหน้า" กับ "อุดมการณ์ทางการเมือง" จะหาจุดสมดุลร่วมกันได้หรือไม่ ? หรือพัทยาจะยังคงเป็น "เมืองที่การเมืองระดับชาติ" และ "ระดับท้องถิ่นเดิน" ไปคนละทิศทางต่อไป

Pattayapoliticalhistory-1Apr26-3.jpg

อ้างอิง

spacebar / scispace / bangkokbiznews / komchadluek / today / buuir / thetricontinental / election /progressivemovement / iseas / radiotrat / thaipbs / themomentum /

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์