ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถึง นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องคดีโกง สว. ซึ่งนภินทร เลื่อนตอบกระทู้
'พริษฐ์' ผิดหวัง 'นภินทร' ไม่มาตอบกระทู้
โดยพริษฐ์ แสดงความผิดหวัง เนื่องจากครั้งนี้เป็นสัปดาห์แรกของการประชุมสภาฯ ก่อนปิดสมัยประชุมครั้งที่แล้ว โสภณก็พยายามย้ำว่า ต้องการให้รัฐบาลและรัฐมนตรีทุกคนรับผิดชอบต่องานสภาฯ แต่กระทู้แรกของฝ่ายค้าน รัฐมนตรีก็เท ไม่มาตอบกระทู้ถามสด
สิ่งที่น่าผิดหวังยิ่งกว่า คือ ตนเองได้รับหนังสือชี้แจงเหตุผลจากนภินทร อ้างว่าติดภารกิจที่จังหวัดราชบุรี ในเมื่อรัฐมนตรีรู้อยู่แล้ว ว่าช่วงเช้าวันพฤหัสบดี มีการถามกระทู้สด ก็ควรจะบริหารจัดการตารางงาน เพื่อให้อยู่ในกรุงเทพมหานคร ข้ออ้างเช่นนี้มีความสุ่มเสี่ยงที่จะผิดข้อบังคับที่ 151 รัฐมนตรีจะไม่มาตอบกระทู้ ก็ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สิ่งที่ทำให้ผิดหวังมากยิ่งขึ้นกว่านั้น คือวิปสองฝ่ายมีการหารือกันโดยตลอด ฝ่ายค้านมีความประสงค์ ที่จะถามนภินทรในกระทู้ถามสด แจ้งไปตั้งแต่เย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา ตนเองเห็นใจวิปรัฐบาล ที่พยายามประสานงานเต็มที่ แต่การที่รัฐมนตรีจะมาตอบหรือไม่ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการประสานงาน แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของรัฐมนตรี
เอี่ยว 'ฮั้ว สว.' หรือไม่ ? กังวลไม่สั่งฟ้อง 'คนใน ครม.'
พริษฐ์ กล่าวว่า ตนเองตั้งใจจะถามนภินทรเกี่ยวกับกรณีทุจริตคดีการได้มาซึ่ง สว.หรือคดีโกง สว. ซึ่งนภินทรเป็นหนึ่งใน 229 คนที่ถูกกล่าวหา แต่ตนเองมีความกังวลใจว่า กกต. จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ในการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่นั่งอยู่ใน ครม.หรือไม่
จากหลักฐานที่ตนเองได้รับมาถือเป็นข้อกล่าวหา แต่หากเป็นเรื่องจริงจะบ่งชี้ชัดว่า นรภินทรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกง สว. ข้อมูลที่ตนเองได้รับมา บ่งชี้ว่าก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ หรือก่อนวันที่ 26 มิ.ย.67 มีผู้สมัคร สว.นามสมมติ ”นายเอ“ ถูกเชิญให้เข้าไปพบกับนภินทรในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึง 2 ครั้ง
ครั้งที่หนึ่งคือ วันที่ 24 มิ.ย.67 นายเอถูกชวนให้ไปที่กระทรวงพาณิชย์โดยแจ้งว่า มีคนจะขอดูตัว เมื่อเดินทางไปถึงกระทรวงพาณิชย์ ก็พบกับรัฐมนตรีในห้องทำงาน และมีการกล่าวหาว่า รัฐมนตรีพูดประมาณว่า ถ้าได้เป็น สว.แล้ว จะขอ 2-3 อย่าง
ส่วนเหตุการณ์ครั้งที่สอง คือวันที่ 25 มิ.ย.67 หรือหนึ่งวันก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ นายเอ ถูกเรียกให้กลับไปที่กระทรวงพาณิชย์อีกรอบ รัฐมนตรีได้นำใบลาออกมายื่นให้กับนายเอ เป็นนัยยะว่าเซ็นใบลาออกล่วงหน้า หากได้รับเลือกเป็น สว.แล้วจะมีบุคคลอื่นที่สามารถมีใบลาออกของนายเอ และยื่นใบลาออกดังกล่าวนั้นได้
หมายความว่า กลุ่มคนที่มีใบลาออก จะสามารถควบคุมทิศทางการทำงาน และการลงมติของนายเอได้ จึงต้องการถามนภินทรว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เชื่อว่าท่านจะหยิบยกข้ออ้างว่า แม้เจอนายเอในห้องทำงานจริง แต่เป็นการประชุมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว.
'ภท.' ประท้วง อย่าถามเรื่องส่วนตัว ที่ไม่เกี่ยวงานราชการ
จากนั้น ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า กระทู้ถามสดต้องเป็นกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการของรัฐมนตรี แต่สิ่งที่พูดเป็นการถามเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น ขอให้ประธานดำเนินการตามข้อบังคับ ก่อนที่โสภณ จะวินิจฉัยให้พริษฐ์ถามได้ แต่เตือนว่าอย่าลงรายละเอียดมาก
พริษฐ์ ขอไม่เสียเวลากับคำประท้วงที่ผิดหลักการ ตนเองเชื่อว่า จากข้อมูลที่ได้รับมา นภินทรจะอ้างว่า การประชุมที่ห้องทำงานของท่านในกระทรวงพาณิชย์ ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. แต่เป็นการหารือเกี่ยวกับปัญหาไก่งวงล้นตลาดที่จังหวัดราชบุรี
ศุภชัย จึงลุกขึ้นประท้วงประธานในที่ประชุม เนื่องจากไม่ควบคุมการประชุม ปล่อยให้สมาชิกทำผิดข้อบังคับ เพราะหากจะตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ต้องถามในหน้าที่ราชการ ท่านมาถามเรื่องฮั้ว สว. ตนเองก็ฮั้ว สว.ไปด้วย หากรัฐมนตรีไม่มา ก็ควรจะยุติ ไม่ต้องไปฝากถาม เพราะเป็นการตีหัวเข้าบ้าน
โสภณ กล่าวว่า ผู้ประท้วงฟังขึ้นมีเหตุผล แต่ก็ต้องเคารพการวินิจฉัยของคณะกรรมการ จึงอนุญาตให้พริษฐ์พูด แต่ขอให้ไม่ลงรายละเอียดมาก เพราะจะเหมือนว่าถามแล้วไม่มีผู้ตอบ มันจะไม่ถูกต้อง ในอดีตหากไม่มีผู้ตอบ ก็อนุญาตให้ลุกฝากประเด็นได้
หวั่นอ้าง เอกสารเท็จ นำพยานที่ถูกกล่าวหา มาช่วยยืนยัน
พริษฐ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ตนเองได้รับมา เชื่อว่านภินทรจะหยิบเอกสารข้อร้องเรียนจากสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรีมากล่าวอ้าง จึงอยากรู้ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือไม่ แต่ข้อมูลที่ได้รับร้องเรียน ไม่พบการลงเลขรับหนังสือดังกล่าวในระบบราชการกระทรวงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม หากท่านอาจจะอ้างว่า ในห้องทำงานมีเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณ 10 คน อาจจะนำคนที่อยู่ในห้อง มาช่วยยืนยันว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่อง สว. แต่เราเชื่อคำพูดของคนเหล่านั้น ได้มากแค่ไหน เพราะพบว่าคนที่อยู่ในห้อง 3 คน เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. 2 คน เป็นข้าราชการประจำของกระทรวงพาณิชย์ และอีก 2 คนเป็นคณะทำงานของนภินทร
เตือน 'กกต.' อย่าปกป้อง-ตอบแทน 'ระบอบสีน้ำเงิน'
"อยากเรียกร้องให้นภินทรตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวให้ชัดในที่สาธารณะ ขอความร่วมมือไปยังศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโกง สว. แต่ตนเองกังวลใจว่า จะมีข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ ที่เคยร่วมงานกับนภินทรสร้างเอกสารเท็จย้อนหลัง เพื่อมาปกปิดข้อกล่าวหาจึงขอให้ศุภจีทำทุกวิถีทาง และขอเป็นกำลังใจให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่ายกคำร้องให้กับใคร แม้หลักฐานจะชัด เพียงเพื่อปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน หรือตอบแทนบุญคุณใครที่มีส่วนในการเลือกท่านมา" พริษฐ์ ย้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงท้ายโสภณ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า หากรัฐมนตรีจะเลื่อนตอบกระทู้ จะต้องเป็นภารกิจที่สำคัญจริง ๆ เพราะการตอบกระทู้ถามที่สภาฯ เป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาล
'นภินทร' เคยยอมรับแล้ว คงพิสูจน์ไม่ยาก
พริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า นภินทรเคยยอมรับกับบางคนไปแล้ว ว่ามีการพบปะกับนายเอ ในวันก่อนเลือก สว.จริง แต่มีการพยายามชี้แจงว่า เป็นการประชุมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. เพียงประชุมเรื่องร้องเรียน พร้อมอ้างอิงเอกสารนั้น จึงมองว่าเรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยาก
เมื่อถามว่าข้อมูลที่พริษฐ์ได้รับมาจากไหน ว่า ขอพูดในภาพรวมข้อมูลที่ตนเองใช้ในการตรวจสอบคดีการโกง สว.มาโดยตลอด เราได้รับข้อมูลหลายภาคส่วนหลายทาง และสิ่งที่ตนเองพยายามทําเสมอ คือการกลั่นกรองข้อมูล และความน่าเชื่อถือของข้อมูลในเบื้อง ก่อนที่จะออกมานําเสนอเป็นคําถามให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจง และอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือใครก็ตามที่สามารถยืนยัน และพิสูจน์โดยหลักวิทยาศาสตร์ได้กระทำ
เมื่อถามว่าเป็นไทม์ไลน์ที่ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่า จะต้องมีการเปิดก่อนสิ้นเดือนนี้หรือไม่ พริษฐ์ ระบุว่า การตรวจสอบเรื่องนี้ในช่วงหลัง คาบเกี่ยวกับช่วงการปิดสมัยประชุมพอดี การจัดเวทีฝ่ายค้านช่วงระลอกที่ผ่านมา 4-5 ครั้ง เมื่อมีการเปิดสมัยประชุมสภา จึงคิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม
ในฐานะที่ตนเองเป็น สส. จะใช้กลไกที่เป็นทางการของสภา ในการตั้งคําถามที่ยังเป็นที่คาใจของสังคม เกี่ยวกับการทําหน้าที่ของรัฐบาล และรัฐมนตรี การถามในสัปดาห์นี้ เพราะเป็นสัปดาห์แรกของการเปิดประชุมสภา และเป็นที่น่าความผิดหวังที่นภินทรไม่มาตอบในวันนี้
หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ต้องฟ้องขั้นต่ำ 229 คน
ส่วนประเมินว่า กกต.จะสั่งฟ้องกี่คน พริษฐ์ เรียกร้องมาโดยตลอด กกต. ควรทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ควรสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปที่ศาล ย้ําว่า ตัวเลขนี้ ไม่ได้มาลอยๆ แต่เป็นบทสรุปการทำงานของคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ที่ทํางานร่วมกันระหว่าง กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตนเองก็ยังมีข้อสงสัย ถึงบุคคลบางคนที่ไม่ได้อยู่ใน 229 คนนี้ ที่ตนเองเห็นว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทําการทุจริตเกี่ยวกับการเลือก สว.เช่นกัน
พริษฐ์ ยกตัวอย่างกรณี วิทยา คำพวง ซึ่งตนเองเคยตั้งคําถามว่า เป็นบุคคลที่อยู่ในคลิป และเจ้าตัวออกมายืนยัน ตนเองเห็นว่าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า แต่วิทยาไม่ได้อยู่ใน 229 คนนั้น ย้ําว่าการที่เราพุ่งเป้าไปที่ 229 คน ไม่ได้เป็นการเหมารวมทุกคนที่ถูกกล่าวหาโดยสังคม หรือข้อมูลต่าง ๆ แต่เป็นลิสต์รายชื่อที่ถูกกลั่นกรองมาในระดับหนึ่งแล้ว
พริษฐ์ ย้ําถึงเกณฑ์ที่ กกต. ต้องใช้ในเวลานี้ ในการจะสั่งฟ้องหรือไม่ว่า ไม่ใช่เกณฑ์ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย เพราะเป็นหน้าที่ของศาลในขั้นตอนต่อไป แต่ตามตัวบทกฎหมาย กกต. ต้องตั้งคําถามว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าหรือไม่ และในหลายกรณีที่เรานําเสนอ แม้ไม่ได้เป็นหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ จนสิ้นข้อสงสัย แต่ก็เป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการทุจริต
ดำเนินคดีอาญาถูกแล้ว แต่ช้าเกินไป
สําหรับกรณีมีการเผยแพร่เอกสารจาก กกต. ว่าจะมีมติให้ดําเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. ที่ไม่มีสิทธิ์สมัคร 1,767 ราย มองว่าเป็นการลดกระแสสังคมหรือไม่ พริษฐ์ ไม่มั่นใจว่า จะวิเคราะห์ในทางนั้นได้หรือไม่ แต่ตนเองมองว่า เราคาดหวังให้ กกต.ดําเนินทุกคดีเลยอย่างรวดเร็วตรงไปตรงมา ด้วยมาตรฐานเดียวกัน
หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ตามที่ กกต. ออกเอกสารมา ก็เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ที่ดําเนินคดีตามกรอบกฎหมาย แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า คดีดังกล่าวเริ่มต้นมานานแล้วหรือยัง ระยะเวลาที่ กกต.ใช้ก่อนการดําเนินคดี ยาวเกินกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ แม้ตนเองยังไม่เห็นรายละเอียดของคดีข้างต้น
และขอยกตัวอย่างคดีที่เคยถูกพูดถึงในเวทีฝ่ายค้านฯ จากข้อส่งข้อสงสัยที่เขาได้ไปตรวจสอบมา มีผู้สมัครบางคนที่เป็นสามีภรรยา หรือพ่อแม่ลูกกัน มาสมัคร ซึ่งกฎหมายกําหนดชัดว่า จะสมัคร สว.ในครั้งเดียวกันไม่ได้
"ความจริงถ้าพูดตามตรง ควรจะตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่มีการรับสมัครแล้ว เพราะมีฐานข้อมูลอยู่ในกรมการปกครอง ดังนั้น ถ้ากรณีลักษณะแบบนี้ กกต. ใช้เวลา 2 ปีกว่านับจากวันที่มีการเลือก สว. ผมคิดว่า แม้ว่าผลลัพธ์อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่ก็เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นช้าเกินไป" พริษฐ์ กล่าว
ข้อมูลที่นำเสนอ-ตั้งคำถาม บ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือ
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมีหลักฐานมากกว่านี้ ที่ชัดเจนในการจะสามารถเอาผิดได้เลยหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า ข้อมูลที่นําเสนอในข้อเท็จจริง หรือคําถามที่ต้องการคําชี้แจง รวมถึงข้อมูลที่ได้รับมา และต้องการให้หน่วยงานยืนยัน ซึ่งข้อมูลแทบจะทั้งหมดที่มีการนําเสนอไป ท้ายที่สุดก็ถูกพิสูจน์ว่าเป็นข้อมูลจริง
เช่น เส้นทางการเงินต่างๆ หรือการตั้งคําถามหลายๆ อย่าง ก็มีคนออกมายืนยันว่า เป็นข้อมูลจริง ที่ผ่านมาการที่ข้อมูลที่ตนเองนําเสนอ ถูกยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง น่าจะบ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือ ในสิ่งที่ตนเองพยายามทําอยู่ระดับหนึ่ง
พูดถึง 'คณะอนุฯ ชุดที่ 36' มาตลอด แต่ไม่มีใครตอบคําถาม
ส่วนกรณี สว. และพรรคภูมิใจไทย ตั้งคําถามว่าเหตุใดจึงไม่ใช้ข้อมูล ของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ด้วยนั้น พริษฐ์ ขอเจาะจงไปที่ ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจ ว่า ตนเองประหลาดใจมาก ที่มีการใช้คําว่า ตนเองมีการนําเอกสารมาแสดงโชว์ แล้วศุภชัย ก็ถือเอกสารขึ้นมาชุดหนึ่ง พร้อมอธิบายว่า เป็นเอกสารอะไร หากศุภชัยยืนยันว่า เมื่อวานนี้ ตนเองมีการทําเช่นนั้น ก็ระบุให้ชัดว่าตนเองไปแสดงเอกสารนั้น เวลาไหนผ่าน ช่องทางไหน
สําหรับข้อมูลคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ยืนยันว่า ตนเองมีการพูดถึงมาตลอด เมื่อตอนที่ กกต.มาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการช่วงเดือน มิ.ย. ตนเองมีการซักถามการทํางานของทั้งสองคณะ แต่คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 อาจช่วงโชคดีว่า มีรองเลขาฯ ที่เป็นประธานมา จึงชี้แจงได้
ขณะที่ คณะอนุฯ ชุดที่ 36 ไม่มีใครตอบคําถาม และปลายเดือน มิ.ย.เราก็มีการส่งเอกสารขอข้อมูลโดยละเอียดไป เช่น 7 อนุกรรมการ ถูกเสนอชื่อโดยใคร การตั้งคณะแบบนี้เคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้วหรือไม่ คดีอะไรบ้าง และเหตุผลคืออะไร และการทํางานของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 มีการประชุมกันกี่ครั้ง พิจารณากันอย่างไร แต่มาถึงวันนี้ จะครบกําหนดส่งเอกสาร ก็มีการเลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง จนครบ 2 เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว
"ผมอยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าคุณศุภชัย หรือคุณพิสิษฐ์ ช่วยผมในการเรียกร้องให้ กกต. ส่งเอกสารกลับมายังกรรมาธิการ เกี่ยวกับการทํางานของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ผมก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง" พริษฐ์ กล่าว
ไทม์ไลน์คาบเกี่ยว ห้วงเวลา 90 วัน ก่อนชี้ขาด
เมื่อถูกถามว่า ได้มีการประเมินไว้หรือไม่ หากมีการเปิดข้อมูลมาก่อนหน้านี้สถานการณ์อาจเปลี่ยนไป พริษฐ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเองเข้ามาทําหน้าที่ต้นปีนี้ ตนเองได้มีการตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องโกง สว. ซึ่งคาบเกี่ยวพอดีกับห้วงเวลา 90 วัน จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า ทําไมหลายภาคส่วนถึงออกมาสื่อสารกับเรื่องการโกง สว. อย่างหนักหน่วง เพราะเป็นเวลาที่ กกต.ต้องใช้เวลาพิจารณา และลงมติชี้ขาด ว่าจะสั่งฟ้อง หรือตัดตอนให้เรื่องของใครไปไม่ถึงศาล
ณ เวลานี้ ยังไม่รู้ว่า กกต. จะลงมติวันไหน แต่ตามกรอบเวลา อย่างไร กกต. ต้องพิจารณาให้แล้ว เสร็จตามกำหนดช่วงต้นเดือน ก.ย. ส่วนจะจบเมื่อไหร่ในชั้น กกต.คงรู้ผลภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ แต่สิ่งที่สําคัญกว่าคือจะจบอย่างไร
"ต้องเริ่มด้วยการถามใจตัวเองก่อน ว่าคุณเชื่อว่ามีกระบวนการโกง สว.ไหม ถ้าคุณเชื่อว่าไม่มี เหมือนคณะอนุฯ ชุดที่ 36 คุณยกคําร้องเลย แต่ยืนยันว่า จะสวนทางกับหลักฐานที่เราเห็นปรากฎ แต่ถ้าคุณเชื่อว่ามี มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ขบวนการนี้ จะประสบความสําเร็จ โดยมีผู้กระทําผิดแค่ 10 20 30 คน หากคุณเชื่อว่ามี ก็ต้องมีผู้ร่วมกระบวนการจํานวนมาก ผมรออยู่เหมือนกันว่า ถ้า กกต.จะไม่สั่งฟ้องทั้งหมด จะอธิบายกับสังคมอย่างไร" พริษฐ์ กล่าว
คดีสําคัญส่งผลอนาคตประเทศ ต้องทำงานร่วมกัน
สําหรับมีการเปรียบเทียบการเปิดเผยข้อมูลกับฝ่ายไอลอว์ ว่าทางนั้นทําไวกว่า และลึกกว่าพริษฐ์ มองว่า คดีโกง สว.เป็นคดีที่สําคัญต่ออนาคตประเทศ หากมีคนที่ทําผิดที่ไม่ต้องรับผิด เหมือนสังคมกําลังออกใบอนุญาตให้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ยึดกลุ่มประเทศได้ โดยไม่ต้องยึดโยงกับประชาชน ซึ่งจะส่งผลต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุลในอนาคต และทําให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มในอนาคตทําอะไรก็ไม่ผิด
เพราะฉะนั้น เมื่อเป็นคดีสําคัญที่กระทบต่อประชาชนจํานวนมากและอนาคตของประเทศเรา หลายฝ่ายที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ก็พยายามร่วมกันทํางานเต็มที่ นําเสนอชุดข้อมูลที่ตนเองมี เป็นการทํางานร่วมกัน เพื่อเสนอความจริงมากที่สุดต่อสาธารณะ
'พูลแมน' แคนเซิล ย้ายจัด 'เวทีฝ่ายค้าน' ที่สภาฯ แทน
พริษฐ์ เปิดเผยอีกว่า โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ ซึ่งมีการประสานงานมาอย่างต่อเนื่อง และยืนยันเกี่ยวกับการจัดงานผู้นําฝ่ายค้านฯ ที่จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 29 ส.ค.นั้น ได้มีการเปลี่ยนการตัดสินใจ ขอให้เราเลื่อนหรือไม่จัดงาน ก็ไม่เป็นไร ตนเองมีการประสานจองห้องที่สภาฯ ไว้ เป็นแผนสํารองแต่ต้นอยู่แล้ว จึงจะขยับมาจัดที่สภาฯ
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ ที่คนอาจจะมองเป็นเกมการเมือง ว่ารู้อยู่แล้วคงจัดไม่ได้ แต่เลือกไม่จัดที่อื่น พริษฐ์ กล่าวว่า ก่อนจะมีการประชาสัมพันธ์ในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเวทีที่กรุงศรีริเวอร์ ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่า เป็นศูนย์จัดทําโพยแห่งหนึ่ง หรือโรงแรมพูลแมนครั้งนี้ ตนเองรอคํายืนยันจากโรงแรมว่า จัดได้แน่นอน มีการประสานรายละเอียดไปเยอะมากแล้ว ก่อนเราจะมีการประชาสัมพันธ์ แต่เพิ่งได้รับแจ้งในวันนี้ ว่ามีการขอไม่ให้จัด เป็นการเปลี่ยนการตัดสินใจของโรงแรมพูลแมน ก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะมีการตัดสินใจได้
ส่วนเรื่องเหตุผล ถามทางพูลแมนน่าจะดีกว่า ตนเองพยายามเคารพสิทธิ์ของโรงแรมเอกชน ไม่อยากให้เกิดความเสียหาย แต่ยืนยันว่า เราไม่เคยอยู่ดีๆ ประชาสัมพันธ์ออกไป โดยไม่ได้รับการยืนยันในรายละเอียดครบถ้วนก่อน และมีแผนสํารองไว้แล้ว
พริษฐ์ ย้ำว่า เราทํางานเป็นขั้นเป็นตอน เคารพให้เกียรติกันและกัน ขอย้ําว่า สถานที่ไม่ได้มีการกระทําอะไร ที่เป็นการกระทําความผิด ที่ผ่านมา เราเดินหน้าตามขั้นตอนปกติ ทั้งนี้ เมื่อมีการย้ายมาจัดที่รัฐสภา จะมีการเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม เนื่องจากสถานที่รับรองคนเข้าร่วมได้มากขึ้น




