สภาวุ่น 'โรม' พาดพิงแล้วไม่ถอน โดนไล่ออกห้องประชุม จนเกือบต้องนับองค์

1 ต.ค. 2569 - 15:44

  • 'รังสิมันต์' บี้ คดีสินบน40ล้าน-นายคิวเจ้าพ่อเว็ปพนัน ด้าน 'ไชยชนก' สวนหากจริงใจทำงาน ให้ส่งข้อมูล อย่าปรักปรำ ดูเหมือนร่วมขบวนการ ก่อนคัดผลงาน จับ 'เครือข่ายส้ม' คดีฟอกเงิน-นอมินี โชว์กลางสภา

  • บานปลายพาดพิง 'สุชาดา' ถูกกล่าวหาพ่วงด้วย เถียงเดือดให้ 'โรม' ถอน จน 'มัลลิกา' สั่งให้ออกจากห้องประชุมไป พร้อมกำชับตำรวจสภาฯ เฝ้าประตูทุกด้านห้ามเข้ามาอีก

  • ขณะ 'ณัฐวุฒิ' โวย วินิจฉัยแล้ว ขอให้เดินหน้าต่อ ก่อนเสนอนับองค์ประชุม ทำ 'ภราดร-กรวีร์' เตือน คิดดีๆ อย่าเล่นเกมกันแบบนี้ สุดท้ายตกลงได้

สภาวุ่น 'โรม' พาดพิงแล้วไม่ถอน โดนไล่ออกห้องประชุม จนเกือบต้องนับองค์

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระกระทู้ถามทั่วไป รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งถามต่อกรณีความคืบหน้าต่อการเสนอสินบน 40 ล้านบาท ให้กับ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ภายหลังจากที่เปิดประเด็นในปลายปี 2568 ต่อที่ประชุมสภาฯ แต่ล่าสุดกลับไม่มีความคืบหน้าต่อการดำเนินการกับ ฉัตรมงคล ผู้เชี่ยวชาญ สส.อยุธยา ที่เชื่อว่าเป็นนกต่อ รวมถึง ภูวิศิษฐ์ หรือ คิว บุคคลที่เป็นเจ้าของกาสิโนหลายแห่งในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่ทำงานของกลุ่มสแกมเมอร์ข้ามชาติ รวมถึงไม่ปราบกฎว่า ได้ตรวจสอบเส้นเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เช่น วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย

โดยไชยชนก ชี้แจงว่า หลังจากที่ตนพูดกลางสภาฯ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในในกระทรวงดีอี แต่ไม่พบหลักฐานว่ามีคนในกระทรวงเกี่ยวข้อง ตนเองไม่นำความเชื่อส่วนตัวเป็นตัวตั้ง จึงได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ขยายผล และร้องทุกข์กับตำรวจ ซึ่งเป็นการแสดงจำนงที่ชัดเจนต่อการปราบปราม และพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

“ผมขอฝากไปยัง สส. และประชาชน ผมในฐานะผู้เสียหาย แต่ท่านกลับพูดให้ประชาชนนเข้าใจผิดว่า เป็นผู้ร่วมกระบวนการ หากผมเป็นผู้ร่วมกระบวนการ จะแสดงเจตจำนงต่อสภาทำไม และจะทำขนาดนี้ทำไม" ไชยชนก กล่าว

ทั้งนี้ ต้องขอบคุณที่ถามถึงผลงานของรัฐบาล โดยที่ผ่านมาได้จับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับสแกมเมอร์ เว็ปพนันจากการให้เบาะแสจากประชาชน รวม 52 ราย จากหลากเครือข่าย ยึดทรัพย์กว่า 1.7หมื่นล้านบาทและต่อยอดหลายเรื่อง ทั้งคดีสมุทรปราการกับ ซึ่งเป็น สส.พรรคของท่าน ชื่อ สิทธิชัย เชื้อทอง ข้อหาจัดให้มีการพนันและฟอกเงิน ยังมีคดีนอมินี ฟอเร็กซ์ ฟอกเงิน หากรังสิมันต์จริงใจต่อการปราบปราม ไม่ต้องป้ายสีรัฐบาล แต่ควรส่งข้อมูลเบาะแส ทั้งคนในพรรค หรือ นอกพรรคพร้อมทำเต็มที่สุดความสามารถ

รังสิมันต์ ถามย้อนไชยชนก ถึงชื่อ สส.พรรคประชาชนที่ถูกจับดำเนินคดี พร้อมยืนยันว่า ไม่มี และเข้าใจผิดไปไกล ก่อนกล่าวต่อว่า พรรคประชาชนพร้อมให้ตรวจสอบ ไม่ปกป้อง แต่หากทำหน้าที่ให้เป็นธรรม ต้องไปตรวจสอบ สส.หญิง ชัยภูมิ ที่มีสามีเกี่ยวข้องสแกมเมอร์ อาชญากรรมระหว่างประเทศ

“หากจะใช้กฎหมายควรดำเนินการให้ครอบคลุมไม่ใช่ว่า จัดการแต่พรรคส้ม ส่วนสีน้ำเงินนั้นรอด ส่วนที่แคลมผลงานของตำรวจ ผมไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่อยากรู้คือ ตัวการใหญ่ เบื้องหลังของเว็ปพนัน คือนายคิว ทำไมไม่จัดการ ทำให้ผมสงสัยว่า คดีนายคิวที่ช้า เพราะรัฐมนตรีพูดเท็จใจสภาฯ ที่ใส่ร้ายพรรคผมว่ามี สส.สมุทรปราการ ถูกดำเนินคดี หรือพูดจริงแต่นายคิว คือผู้มีพระคุณต่อพรรคท่าน ต่อ พวกพ้องท่าน กฎหมายแตะต้องไม่ได้ ขอคำตอบให้ชัด” รังสิมันต์ ตั้งคำถาม

ไชยชนก ชี้แจงว่า สำหรับคดีที่ จ.สมุทรปราการ จากข้อมูลไม่เป็น สส. แต่ชัยสิทธิ คือ นักการเมืองท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า โดยการดำเนินการไม่เกี่ยวข้องกับพรรค แต่เป็นคดีที่มีหลักฐาน ส่วนที่กล่าวหา สส.หญิง ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอให้ส่งหลักฐาน ตนเองไม่ยกเว้น

“ยืนยันว่าทำเต็มที่ขอให้มีหลักฐาน ส่วนกรณีนายคิว ผมทำเต็มที่ในส่วนของผม และพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบ และทำหน้าที่เต็มที่ตามกฎหมาย ยืนยันจริงจัง และจริงใจ” ไชยชนก ชี้แจง

รังสิมันต์ ระบุถึงกรณีที่รัฐมนตรีไชยชนกพาดพิงตนเอง ซึ่งเพิ่งยอมรับว่า เขาอ่านผิด เป็น สส.สมุทรปราการ ท่านชี้แจงว่าไม่ใช่ ตนเองโอเค

"ผมไม่ปฏิเสธว่า คนที่มาลงรับสมัครกับเรา บางส่วนก็กลายเป็นงูเห่า บางส่วนอาจจะมีเรื่องสินบน เรื่องเงิน แล้วจิตใจไม่เข้มแข็งพอ ก็ไปอยู่กับพรรคอื่น บางส่วนมาลงรับสมัคร แล้วเราค้นพบทีหลังว่า คนเหล่านี้มีปัญหา ก็ไม่ได้ไปต่อ แต่ถ้าจะเอาจริงเอาจังกับเคสที่พูดถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยดูดีๆ เพราะคนนี้เขาอาจจะไม่ได้อยู่กับพรรคเราแล้ว ลองไปดูว่า เขาไปอยู่บ้านใหญ่บ้านไหน ท่านลองไปเช็คดู ผมสนับสนุนเต็มที่ ดำเนินคดีให้เด็ดขาด ในเคสของกรณีนอมินี ท่านเอาเลย ดำเนินคดีเลย เพราะถ้าท่านดำเนินคดีแล้วเป็นบรรทัดฐาน มันจะได้กลายเป็นบรรทัดฐานที่ปรับใช้กับทุกพรรคการเมืองกับทุกคน แต่สิ่งที่เราต้องระวัง คือไม่ใช่แค่ดำเนินการเพียงเพราะคนนี้คือส้ม" รังสิมันต์ กล่าว

สุชาดา ขอใช้สิทธิ์พาดพิง เพราะตนเองเป็น สส.หญิงชัยภูมิคนเดียว ของพรรคภูมิใจไทย ที่เพื่อนสมาชิกพูดออกมา ดิฉันไม่ยอม ท่านต้องถอน ถ้าท่านเป็นลูกผู้ชาย เพราะท่านพูดถึงดิฉันโดยตรง ฉะนั้น เวลาจะพูดอะไร อย่าพูดเลื่อนลอย อย่าใช้แต่อารมณ์ พูดอะไรให้มีหลักฐาน ไม่ใช่ท่านปลุกปั่นคนด้วยอารมณ์ ไม่มีเหตุผล แล้วมาพูดพาดพิงถึงดิฉันแบบนี้ ดิฉันไม่ยอม ท่านต้องถอน ถ้าท่านเป็นลูกผู้ชาย ดิฉันเสียหาย

​มัลลิกา กล่าวว่า ขอให้เอาทีละประเด็น ตอนนี้มีคู่กรณีสองราย ทาง สส.สุชาดา บอกว่า เขาเป็น สส.ผู้หญิงคนเดียวที่ชัยภูมิ แล้วคุณพาดพิงถึงเขา คุณเอ่ยเขาแบบนี้ เขาขอให้คุณถอน กรุณาถอน ถ้ามีสองคนไม่เป็นไร

​รังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเองพาดพิงว่า ถ้าท่านจะปราบ ท่านต้องไปดู สส.อีสานของท่าน ต้องไปดู สส.ชัยภูมิของท่าน โดยเฉพาะที่เป็นผู้หญิง ตนเองไม่ปฏิเสธที่พูดประโยคนี้ ถ้าท่านอยากได้หลักฐาน ไม่ต้องห่วง ยืนยัน

สุชาดา จึงท้าว่า ถ้ามีหลักฐานท่านเปิดเลย อย่าพูดจาเลื่อนลอย ดิฉันเสียหายไปแล้ว จากคำพูดของท่าน เสิร์ชชื่อก็เจอว่าดิฉันเป็น สส.ชัยภูมิคนเดียว ไม่ใช่ว่าท่านจะเอาชื่อเสียงที่ท่านมีมาพูดให้คนอื่นเสียหาย ท่านต้องถอน ดิฉันไม่ยอม ดิฉันเสียหายไปแล้ว และดิฉันไม่มีความจำเป็นต้องชี้แจง เพราะไม่ได้มีเหตุผลว่า ดิฉันผิด ไม่ได้มีหลักฐาน แต่การที่ท่านเป็น สส. มีประชาชนคอยดูท่าน แล้วท่านมากล่าวว่าคนอื่นเขาผิดโดยไม่มีหลักฐาน ท่านต้องพิจารณาตัวเอง

​มัลลิกา พยายามปรามว่า ถ้าวันนี้รังสิมันต์ยังไม่มีหลักฐาน แล้วบอกว่าไม่ต้องรอ เดี๋ยวจะมาเปิดนั้น แต่ ณ เวลานี้ นาทีนี้ อย่าไปกล่าวหาใคร เขาขอให้คุณถอน เพราะ สส.ชัยภูมิผู้หญิงมีคนเดียว คุณเอ่ยขึ้นมาแบบนี้ ทำให้คนฟังเข้าใจผิด เพราะฉะนั้น วันนี้ในเมื่อบอกว่าหลักฐานยังไม่มี เขาให้คุณถอน คุณอาจจะเอ่ยว่า เป็น สส.ชัยภูมิเฉยๆ แบบนี้อาจจะดีกว่า คุณรังสิมันต์ กรุณาถอนคำพูด

​รังสิมันต์ ขอให้เอาข้อบังคับมาคุยกันดีกว่า ข้อที่บอกว่าตนเองจะต้องพูด แล้วต้องเอาพยานหลักฐานมาเปิดตอนนี้เลย เราอยู่ในสภาแห่งนี้ ถ้าท่านยืนยันว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านก็ชี้แจง หลักฐานมาแน่ ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่เรื่องความแมน สภาแห่งนี้ ควรจะพ้นจากเรื่องเพศไปได้แล้ว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับลูกผู้ชาย ลูกผู้หญิง ทุกคนเท่าเทียมกัน

​มัลลิกา วินิจฉัยว่า ท่านไม่ต้องถาม ท่านถอนคำพูดก่อน ประธานวินิจฉัย เพราะมันเสียหายจริงๆ กรุณาถอนคำพูดก่อน จะถอนไหม ไม่ถอนกรุณาออกไปข้างนอกห้อง รังสิมันต์ จึงกล่าวว่า น้อมรับปฏิบัติ และเดินออกจากห้องประชุมไป

จากนั้น ยังคงเกิดการถกเถียงกันในห้องประชุมสักพัก โดยมีสมาชิกลุกขึ้นให้ความเห็น อาทิ วิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย และพิมภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราชพรรคภูมิใจไทย

ขณะที่ ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประท้วงว่า เมื่อท่านประธานวินิจฉัยแบบนี้ แล้วเพื่อนสมาชิกยืนยันว่า จะไม่ถอน ถือว่าจบแล้ว ท่านประธานวินิจฉัยแล้ว ว่าเป็นการสั่งให้นายรังสิมันต์ออก ด้วยเหตุที่ไม่ปฏิบัติตาม ในการให้ถอนคำพูด ส่วนจะมีท่านใดชี้แจงว่าพาดพิง กระทบอย่างไร ตนเองยินดี ฉะนั้น ไม่อยากให้มีท่านใดมาพูดต่อ ขอให้เดินหน้าเข้าสู่การประชุม

ณัฐวุฒิ ระบุถึงเรื่องวอล์กเอาต์ ยืนยันไม่ใช่แบบนั้น ขอให้ท่านถอนในประเด็นที่พาดพิงพวกตนเองเช่นเดียวกัน เราจะได้เดินหน้าต่อ แต่ท่านใช้อารมณ์แบบนี้ ไม่ถอน กล่าวหาไปมา อย่างไรก็ต้องขอนับองค์ประชุม

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล ถามว่า ต่อไปเป็นการพิจารณากฎหมายฉบับแรก ที่เสนอโดย สส.ของพรรคท่าน เพื่อความแน่ใจ และให้ท่านได้ใช้สติไตร่ตรอง แล้วคิดว่าเราจะเอาอย่างไร ถ้าเราจะเดินแบบนี้ พวกตนเองไม่มีปัญหา แต่ถามจริงๆ ว่าเราจะเดินกันแบบนี้ใช่หรือไม่

ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้เฉพาะของเพื่อนฝ่ายค้าน ยังมีกระทู้สดค้างอยู่อีก 2 กระทู้ ท่านรัฐมนตรีมาเตรียมตัวตอบกระทู้ พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านบอกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ วันนี้พวกตนเองหาคนมาตอบกระทู้ให้ กระทู้ห้องแยกเฉพาะมาครบถ้วน

ภราดร กล่าวว่า แต่ถึงเวลาท่านโดนเพื่อนสมาชิกไปกล่าวหาเขา แล้วท่านสู้เขาไม่ได้ ท่านเดินออกห้องประชุม แล้วถึงเวลาท่านวอล์กเอาต์ อย่างนี้ใช่หรือไม่ นี่ประชุมสภาหรือ ไม่เป็นไร เป็นสิทธิ์ของท่าน ถ้าท่านจะนับองค์ประชุม ไม่มีปัญหา รัฐมนตรีพร้อมที่จะมาตอบกระทู้ และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่พอเกมสภาเดินต่อไม่ได้แบบนี้ ท่านวอล์กเอาต์ เกิดอะไรขึ้น

มัลลิกา อธิบายการนับองค์ประชุมระหว่างการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาว่า ในระหว่างนี้ใช้องค์ประชุมแค่ 100 เท่านั้น อย่างไรก็ครบ อาจจะมีบ้างที่ สส.หลายท่านน้ำท่วมกลับไปดูแลพื้นที่ ไม่ใช่ไม่มี แต่เนื่องจากวันนี้เราคุยกันมาแล้วว่า เราจะดำเนินการอย่างไร เราก็ดำเนินการไปตามที่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลตกลงกัน

"ถามว่าทำไมประธานถึงพยายามที่จะให้ทุกคนพูด ทุกคนประท้วงประธานข้อ 9 ว่าไม่ควบคุม แต่ประธานอยากให้ทุกคนพูด จะได้รู้ว่านิสัยของแต่ละคนเป็นอย่างไร คนที่เขาดู ชาวบ้าน ให้เขาตัดสินใจเอง เราไม่ต้องไปตัดสินใจแทนเขา" มัลลิกา กล่าว

ณัฐวุฒิ กว่าวว่า เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกนิสัยเป็นอย่างไร นี่ไม่ได้หมายถึงตนเองใช่ไหม มัลลิกา ระบุว่า หมายถึงตนเองด้วย

​สุดท้ายมัลลิกา ขอให้ณัฐวุฒิถอนญัตติการนับองค์ประชุมก่อน ณัฐวุฒิ จึงกล่าวว่า "ได้ ผมน้อมรับตามคำวินิจฉัยท่านประธาน และคำแนะนำเสมออยู่แล้ว ผมยินดีถอน สิ่งที่ผมขอเสนอให้มีการนับองค์ประชุม" แล้วจึงเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์