โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังเชิญตัวแทนพรรคการเมืองหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาเรื่องการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง รวมถึงตัวแทนจากพรรคการเมืองที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ อาทิ วิสุทธิ์ ไชยรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ศรัณย์ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี และราเชน ตระกูลเวียง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ รวมถึงตัวแทนจากพรรคการเมืองอื่นๆ เข้าร่วมด้วย



โดยโสภณ กล่าวก่อนการเริ่มประชุมว่า การเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาประชุมกันในวันนี้ อยากให้เริ่มต้นด้วยความเข้าอกเข้าใจ ให้เกิดความราบรื่นในการทำงาน ตนเองเชื่อว่า ทุกท่านอยากเห็นงานที่ดี และเชื่อว่าประชาชนจะเห็นงานในสภาของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องอาศัยความสามัคคีกัน ตนเองก็จะทำหน้าที่เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสวัสดิการอาหารเลี้ยง สส. ช่วงวันประชุมสภานั้น พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมารายใหม่ หลังจากที่ผู้ค้ารายเดิมได้หมดสัญญาลงด้วยเหตุยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568
ขณะที่งบประมาณเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันของ สส.ในวันประชุม ยังมีงบประมาณเหลืออยู่ ตามกฎหมายงบประมาณประจำปี 2569 โดยมีข้อหารือว่าหากไม่ใช้งบประมาณตามที่จัดสรรสามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นของสภาตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้

โสภณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง ว่า การหารือในครั้งนี้มีหลายเรื่องได้แก่ 1.เรื่องสวัสดิการอาหารของสมาชิก เรามีความเห็นตรงกันเป็นเอกฉันท์ ว่าสมาชิกจะเป็นผู้จ่ายเงินเอง และฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะมีการจัดอาหารเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก โดยใช้ห้องอาหารเดิม ซึ่งจะมีผลในช่วงหลังสงกรานต์
2.เรื่องจำนวนผู้ช่วย สส. ซึ่งเป็นระเบียบของของสภาฯ ออกโดยคณะกรรมการสภา ที่ประชุมมีมติให้นำเรื่องนี้ไปหารือกับคณะกรรมการสภา ซึ่งภายหลังการเลือกคณะกรรมการทั้งในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ในวันที่ 23 เมษายน ตนเองจะมีการนัดประชุมกับคณะกรรมการ ในวันที่ 28 เมษายน เพื่อหาข้อสรุปว่า จะดำเนินการอย่างไร
และ 3.เงินกองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ที่ประชุมเห็นพ้องว่า หากมีคณะกรรมาธิการแล้ว จะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ไปพิจารณาเรื่องดังกล่าว
โสภณ กล่าวถึงเรื่องการแต่งกายของสมาชิกด้วยว่า หากมีระเบียบอะไรที่ล้าสมัย เราได้ให้การบ้านแต่ละพรรคไปดำเนินการ ทั้งการปฎิบัติตนในสภาฯ และการแต่งกาย นอกจากนี้ ตนเองในฐานะประธานสภาฯ ได้ออกระเบียบอนุญาตให้ไม่ต้องผูกเนกไทด์ ไม่ต้องสวมสูท เสื้อเชิ้ตไม่ต้องเป็นคอพระราชทาน แต่ต้องเป็นผ้าไทย โดยจะไปนำเสนอให้เป็นข้อบังคับต่อไป
ส่วนเรื่องการตั้งกระทู้ และการปรึกษาหารือของสมาชิกนั้น ที่ประชุมเสนอให้มีการหารือด้วยลายลักษณ์อักษร โดยประธานสภาฯ จะแจ้งต่อสมาชิกว่า มีใครบ้างที่จะหารือก่อนการประชุม ส่วนเรื่องเวลา จะมีการปรับปรุงตามความเหมาะสม ขณะที่เรื่องการเสนอญัตติ เราไม่ได้ปิดกั้น แต่หากเรื่องใดที่เคยเสนอไปแล้ว ต้องมีการนำรายงานของชุดเก่ามาดูประกอบ เพื่อจะได้ใช้เวลาน้อยลง และปรับปรุงให้ทันกับเหตุการณ์ จะได้ไม่มีญัตติซ้ำ
สำหรับเรื่องรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการนั้น เรื่องใดที่ไม่สำคัญ เราจะมีการลดเวลาอภิปรายของสมาชิกลง เพื่อให้สภาฯ ใช้เวลาอย่างเกิดประโยชน์ นอกจากนี้ จะมีการหารือกับรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คนว่า จะสามารถเปิดประชุมก่อนเวลา 09.00 น. ได้หรือไม่ และเมื่อได้ข้อตกลงแล้ว ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต้องเคารพข้อตกลงดังกล่าวด้วย






