เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ‘พานทองแท้ ชินวัตร’ บุตรชายคนโต ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ‘ณัฐฐิญา ปวงคำ’ ภรรยา และ ‘บรรณพจน์ ดามาพงศ์’ ได้เดินทางเข้าเยี่ยม ‘ทักษิณ’ โดยมี ‘วิญญัติ ชาติมนตรี’ ทนายความ ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยมในฐานะตัวแทนครอบครัวด้วย ขณะที่บริเวณหน้าเรือนจำยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจสมาชิกครอบครัวชินวัตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันทักษิณได้รับการคุมขังมาแล้วเป็นระยะเวลา 5 เดือน 21 วัน
ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยม ‘พานทองแท้’ เปิดเผยว่า ทักษิณมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงดี โดยการพูดคุยในวันนี้เป็นการสนทนาเรื่องทั่วไป ไม่ได้มีประเด็นอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการพักโทษที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนั้น ไม่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน ก่อนที่ทั้งหมดจะกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและเดินทางกลับออกไป
ทางด้านนายวิญญัติ เปิดเผยถึงอาการป่วยของทักษิณว่า จากการพูดคุยพบว่าสุขภาพดีขึ้นกว่าระยะแรกๆที่เข้ามา สีหน้ายิ้มแย้มเบิกบานเนื่องจากมีลูกหลานและญาติเข้ามาเยี่ยมสม่ำเสมอ รวมถึงได้รับทราบถึงกำลังใจจากพี่น้องประชาชนและมวลชนคนเสื้อแดง
สำหรับความคืบหน้ากระบวนการพักโทษนั้น ในฐานะทนายความกำลังดำเนินการตามระเบียบและกฎกระทรวง รวมถึง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุดภายในเดือนนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้ข่าวไว้ โดยขณะนี้นายทักษิณเข้าสู่การคุมขังเดือนที่ 6 แล้ว ซึ่งตามเกณฑ์การพ้นโทษจะต้องคุมขังให้ครบ 2 ใน 3 ของโทษทั้งหมด 8 เดือน หากครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และได้รับการปล่อยตัวก็ถือเป็นเรื่องดีต่อตัวท่าน ครอบ ครัว และประชาชนที่เฝ้ารอ
กรณีคดีมาตรา 112 ที่มีการยื่นอุทธรณ์อยู่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอขยายเวลาแก้อุทธรณ์ ซึ่งผลของคดีต้องกลับไปที่จุดเดิมคือศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว ท่านจึงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ การอุทธรณ์ของโจทก์หรืออัยการเป็นเพียงกระบวนการตามขั้นตอน ซึ่งไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาในขณะนี้ และที่สำคัญคือคดี 112 เป็นคนละส่วนกับการพักโทษ เพราะการพักโทษเป็นเรื่องของคดีที่ถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อกัน ส่วนการให้กำลังใจประชาชนที่รอคอยการได้รับอิสรภาพของนายทักษิณในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ว่า เชื่อว่าวันนั้นจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ และทุกคนจะได้เห็นว่าท่านได้รับการบังคับโทษตามเกณฑ์อย่างครบถ้วนแล้ว
ส่วนภารกิจของทักษิณภายหลังออกมาจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวที่ท่านจะดำเนินการเอง พร้อมฝากถึงประชาชนที่กำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจหรือความกังวลเรื่องการเมืองว่าขอให้ใจเย็น ๆ เนื่องจากประเทศชาติมีกลไกดำเนินการอยู่ ส่วนประเด็นการเลือกตั้งที่อาจมีการมองว่าเป็นโมฆะหรือไม่นั้น เชื่อว่าบ้านเมืองปกครองด้วยระบบนิติรัฐ หากมีหลักฐานก็ว่ากันไปตามกระบวนการ และขอให้กำลังใจทุกฝ่ายให้ผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้ด้วยดี




