‘นิรโทษ’จบแน่! ขีดเส้น มี.ค.70 ตั้ง 2 อนุฯ กลั่นกรอง-รับร้องเรียน ยึดตีความกว้าง-ไม่ใช้หลักทางศาล

21 ก.ย. 2569 - 20:14

  • ‘บอร์ดนิรโทษฯ’ เผยตั้ง 2 อนุกรรมการ ‘กลั่นกรองข้อร้องเรียน-สื่อสาร’ ลุย ‘นิรโทษกรรม’ ต้องเสร็จภายใน 180 วัน มี.ค.70 ใช้หลักตีความอย่างกว้าง สำหรับประเด็นที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง-ทางความคิด ไม่นำหลักการทางศาลมาใช้ในการวินิจฉัย และพิจารณาเป็นกรณีไป

‘นิรโทษ’จบแน่! ขีดเส้น มี.ค.70 ตั้ง 2 อนุฯ กลั่นกรอง-รับร้องเรียน ยึดตีความกว้าง-ไม่ใช้หลักทางศาล

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ว่า เป็นก้าวแรก หลังจากสภาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้แล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล และเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี กรมราชทัณฑ์และสถานพินิจต่างๆ มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 8 พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการนิรโทษกรรมทุกคนโดยทันที โดยจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด

ชุดที่ 1 จะเป็นชุดพิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียน

ชุดที่ 2 เป็นชุดสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับประชาชน และเปิดช่องทางในการรับข้อร้องเรียน

ส่วนเรื่องที่อยู่ในการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ เบื้องต้นสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะมีหนังสือขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงผลการดำเนินงานตามกฎหมายฉบับนี้ว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง มีกี่คดี อย่างไร โดยให้ส่งมาที่คณะกรรมการภายใน 30 วัน นับจากวันนี้

จากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม หรือทางคดีมาตรวจสอบข้อมูล เพื่อจะได้รู้ว่าคดีไหนที่อาจจะยังตกหล่นอยู่ก็สามารถร้องทุกข์ผ่านคณะกรรมการชุดนี้ได้ โดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจะถือเป็นที่สุด เพื่อยุติความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ และเสริมสร้างสังคมสันติสุขขึ้นมาให้ได้

ปกรณ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้มีข้อยุติแล้วว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างไร และเราต้องการเห็นกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ทันที โดยต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน นับจากนี้หรือประมาณเดือนมีนาคม 2570 เพราะหากล่าช้าจะกระทบต่อความยุติธรรม

เราจะตีความในความหมายอย่างกว้าง อะไรที่เป็นประเด็นทางการเมือง เป็นอะไรที่เกิดความขัดแย้งทางความคิด เราจึงไม่ใช้หลักทางการศาลในการวินิจฉัย จะพยายามตีความให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ และภายใต้กรอบกฎหมายกำหนด เพราะต้องการสร้างสังคมสันติสุข ไม่ใช่จะบอกว่าต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ ไม่มีนิยามที่ชัดเจน แต่จะดูเป็นกรณีไป” ปกรณ์ กล่าวย้ำ

เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานของรัฐ นิรโทษกรรมให้เฉพาะกับคนที่ทำผิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ทำลายข้าวของ แต่ถ้าเป็นความผิดต่อส่วนตัวที่ประชาชนมีขึ้นระหว่างกัน ยังเป็นเรื่องสิทธิของแต่ละคนที่สามารถไปดูแลสิทธิของตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้คนที่อยู่ในเรือนจำยังไม่ได้ออกมาเลยหลังกฎหมายประกาศใช้ ปกรณ์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะมีหนังสือที่แจ้งมติดังกล่าวออกไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันนี้ ยอมรับว่าเมื่อกฎหมายประกาศใช้ ทุกคนงงหมดว่าทำได้เลยหรือไม่ และต้องรอคณะกรรมการชุดนี้หรือไม่ แต่ตอนนี้คณะกรรมการมีตัวตน และมีมติแล้ว คำวินิจฉัยของเราถือเป็นที่สุดแล้ว ทุกหน่วยงานทำได้เลยไม่ต้องกังวล

ส่วนสิทธิทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญห้ามไว้ จะได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้หรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า การนิรโทษกรรมคือไม่ได้ถือว่ากระทำความผิด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์