ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยระบุว่า ได้รับแจ้งจากตัวแทนสำนักประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า อาจมีการแก้ไขคำผิดเล็กน้อยในญัตติ แต่ไม่กระทบต่อเนื้อหาสาระสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่จะให้ลงนามกำกับการแก้ไข อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดการแก้ไขดังกล่าว
เมื่อถามว่าจะกระทบต่อเนื้อหาของญัตติหรือไม่ ณัฐพงษ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า การแก้ไขดังกล่าวไม่กระทบต่อสาระสำคัญ ส่วนการส่งญัตติไปยังรัฐบาลนั้น ตามกระบวนการต้องดำเนินการให้ญัตติเสร็จเรียบร้อยก่อน ขณะที่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะไม่มีการแก้ไขหรือบิดเบือนเนื้อหาแต่อย่างใด
จี้รัฐบาลอย่าต่อรองวันซักฟอก เหมือนต่อรองราคาสินค้า
ณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลออกมาวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐบาลควรเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายอย่างเต็มที่ โดยการอภิปรายครั้งนี้มีรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติจำนวนมาก จึงไม่อยากเห็นการแสดงความคิดเห็นในลักษณะต่อรองจำนวนวันอภิปราย เปรียบเสมือนการต่อรองราคาสินค้า
ณัฐพงษ์มองว่า หากรัฐบาลมีความบริสุทธิ์ใจ ก็ควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลเองด้วย
ส่วนกรณีที่อาจมีเวลาอภิปรายเพียง 3 วัน ณัฐพงษ์ระบุว่า รายละเอียดจำนวนวันต้องรอให้ตัวแทนของแต่ละฝ่ายหารือกันก่อน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลควรเปิดพื้นที่ให้มีการอภิปรายอย่างเต็มที่ เพราะหากชี้แจงได้ ก็ย่อมเป็นผลดีต่อรัฐบาลเช่นกัน
ประธานสภาฯ ตรวจญัตติเสร็จแล้ว ส่ง ครม. เคาะกรอบเวลา
ด้าน ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวน 18 คน ซึ่งฝ่ายค้านยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่า โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบญัตติเสร็จสิ้นตามกรอบเวลาแล้ว และอนุญาตให้บรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณา
ล่าสุด ได้แจ้งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วในช่วงสาย โดยต้องรอดูว่าจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อหารือกรอบเวลาเมื่อใด รวมถึงกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป
ยืนยันแก้เพียงคำเชื่อม-คำซ้ำ ไม่กระทบสาระญัตติ
ส่วนกรณีณัฐพงษ์ระบุว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งให้แก้ไขถ้อยคำในญัตติ ศิโรจน์ชี้แจงว่า เป็นเพียงการแก้ไขคำเชื่อมและคำซ้ำเล็กน้อยเท่านั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อเนื้อหาของญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่อย่างใด
‘รังสิมันต์ โรม’ ย้ำ 5 วันขั้นต่ำ เตือนอย่าหักคอฝ่ายค้าน
ขณะที่ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมกรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้ระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคมว่า ตามกระบวนการปกติ ประธานสภาฯ ต้องเรียกตัวแทน ครม. ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านมาประชุมหารือร่วมกัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประชุมวิปเพื่อกำหนดวันอภิปราย
รังสิมันต์มองว่า การที่รัฐบาลส่งสัญญาณกำหนดกรอบอภิปรายเพียง 3 วัน ทั้งที่ยังไม่มีการหารือร่วมกัน เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลร้อนรนและพยายามจำกัดเวลาของฝ่ายค้านให้เหลือน้อยที่สุด
เมื่อพิจารณาจากญัตติที่มีรัฐมนตรีถูกกล่าวหาถึง 18 คน รวมถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีเนื้อหาในญัตติเกินหนึ่งหน้าครึ่งเพียงคนเดียว อีกทั้งรัฐมนตรีหลายคนยังมีข้อกล่าวหาหลายประเด็น จึงจำเป็นต้องมีเวลาเพียงพอสำหรับการอภิปรายลงรายละเอียด
รังสิมันต์ยังกล่าวถึงกรณีที่ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งคำถามถึงถ้อยคำ “จิตใจผุพัง” โดยระบุว่าศุภมาสเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่จะถูกอภิปรายในประเด็นสำคัญเช่นกัน
“มีหลากหลายคนจริง ๆ ที่ทำกันเป็นขบวนการและเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน หากคุณปิดปากฝ่ายค้าน ต้องการหักคอเราเพื่อจะให้เหลือเวลาน้อย ๆ เพื่อที่เราจะไม่สามารถลงรายละเอียดได้ การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง”
— รังสิมันต์ โรม
รังสิมันต์ยืนยันว่า ฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปราย 5 วัน โดยถือเป็นระยะเวลาขั้นต่ำที่เห็นว่าเพียงพอ แม้ยังมีความกังวลว่าเวลาอาจไม่พอต่อการอภิปรายทั้งหมดก็ตาม
ชี้ภารกิจนายกฯ ไม่ควรเป็นเงื่อนไขจำกัดเวลาซักฟอก
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศหลังช่วงวันที่รัฐบาลวางกรอบไว้ รังสิมันต์กล่าวว่า สามารถนำเหตุผลต่าง ๆ มาหารือกันได้ แต่ต้องยึดหลักว่าฝ่ายค้านจำเป็นต้องมีเวลาอภิปรายอย่างน้อย 5 วัน โดยไม่ควรนำความสะดวกของรัฐบาลมาเป็นเงื่อนไขหลัก
รังสิมันต์ระบุด้วยว่า แม้จะยังไม่ได้หารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในประเด็นกรอบเวลา แต่ข้อเรียกร้อง 5 วันเป็นแนวทางที่ฝ่ายค้านเห็นตรงกันมาตั้งแต่ต้น และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันในคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) จึงไม่ควรเร่งสรุปกรอบเวลาโดยไม่ผ่านการหารือ
“คำถามที่สำคัญคือกลัวอะไร ทำไมจึงต้องพยายามบีบเราขนาดนั้น หากคุณคิดว่าคุณไม่มีอะไร ก่อนหน้านี้เห็นชอบมาพูดว่าเป็นบันเทิงอะไรต่าง ๆ แล้วตอนนี้ล่ะ หากชอบเรื่องบันเทิงนัก ทำไมถึงไม่ยอมให้เราอภิปรายอย่างเต็มที่ หากคุณคิดว่าคุณบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ทำไมจึงไม่ให้เราอย่างที่เราตั้งใจเอาไว้”
— รังสิมันต์ โรม
ส่วนแนวทางดำเนินการหากรัฐบาลยืนยันกรอบเวลาเดิม รังสิมันต์มองว่ายังไม่ควรด่วนสรุป เพราะอาจเป็นเพียงการส่งสัญญาณหยั่งท่าทีของรัฐบาลเท่านั้น
ย้ำใช้พยานหลักฐานสู้เกมเบี่ยงประเด็น
สำหรับเนื้อหาในญัตติที่กล่าวถึง “ระบอบ น. กินรวบประเทศ” และความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโต้เถียงจากการพาดพิงบุคคลภายนอก รังสิมันต์ระบุว่า ฝ่ายค้านเตรียมรับมือกับความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นหลักไว้แล้ว
เขาย้ำว่า ฝ่ายค้านจะมุ่งเน้นพยานหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา เพื่อใช้ตรวจสอบรัฐบาลและนำไปสู่ความรับผิดทั้งทางการเมืองและทางกฎหมาย โดยไม่ปล่อยให้การโต้ตอบประเด็นอื่นมาบดบังสาระสำคัญของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ




