‘ฝ่ายค้าน’ รับลูก ‘คปท.’ ชง ปธ.สภาฯ ส่งศาลฎีกาขอตั้งคณะไต่สวนอิสระคดี ‘ศักดิ์สยาม’

20 พ.ค. 2569 - 13:45

  • ‘4 พรรคฝ่ายค้าน’ รับหนังสือจาก ‘คปท.’

  • เดินหน้ารวบรวมรายชื่อ ยื่นศาลฎีกา

  • ขอตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระคดี ‘ศักดิ์สยาม’

‘ฝ่ายค้าน’ รับลูก ‘คปท.’ ชง ปธ.สภาฯ ส่งศาลฎีกาขอตั้งคณะไต่สวนอิสระคดี ‘ศักดิ์สยาม’

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย รับหนังสือจากเครือข่ายนักศึกษาปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ขอให้รวบรวมรายชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) “ตีตกคำร้อง” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม “ซุกหุ้น”

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าเราไม่ได้ติดขัดที่จะใช้อำนาจของสมาชิกรัฐสภาในการตรวจสอบองค์กรอิสระ โดยฝ่ายค้านได้เขียนคำร้องไว้แล้ว ย้ำว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน อะไรที่เป็นประโยชน์ของประเทศ เราคบกันได้เสมอ แต่เรามีจุดยืนบางอย่าง เช่น การระมัดระวังการใช้อำนาจขององค์กรอิสระที่อาจจะขยายอำนาจ

ด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคประชาชนกำลังยกร่างคำร้องฉบับนี้ รวมถึงคำร้องฉบับก่อนที่เคยส่งไปในสภาฯ ชุดที่ 26 เพื่อให้ประธานสภาฯ คนใหม่วินิจฉัยมูลเหตุเพิ่มเติม ทั้งนี้เนื่องจากมีภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่บางส่วนส่งข้อมูลมาให้เพิ่มเติม จึงต้องมีการพิจารณาประกอบ โดยคาดว่าจะยื่นต่อประธานสภาได้ภายในสัปดาห์แรกของเดือน มิ.ย.นี้

หน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ใช่พิพากษาหรือวินิจฉัย นั่นเป็นหน้าที่ของศาล แต่หน้าที่ของ ป.ป.ช. เปรียบเสมือนกับเจ้าพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานอัยการ ไต่สวนมูลและเอามูลที่ค้นพบไปส่งศาล ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในศาลรัฐธรรมนูญน่าจะมีมูลที่ ป.ป.ช. ควรส่งเข้าสู่ศาลให้ศาลได้เป็นผู้วินิจฉัย

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง

ด้าน สาทิตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดและได้ทำงานร่วมกันในพรรคฝ่ายค้าน กรณีที่ ป.ป.ช. มีคำวินิจฉัยยกคำร้องคดีศักดิ์สยามนั้น ไม่ตรงกันกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี ได้ร่วมลงชื่อกับพรรคประชาชน ยื่นเรื่องนี้ไปยังประธานสภาฯ นอกจากนี้ พรรคประชาชนจะมีการยื่นแยกในประเด็นกรณีคดีของศักดิ์สยามเพิ่มเติม

ทั้งนี้ คปท. ได้ยื่นให้ติดตามการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป ของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว

ขณะที่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เราจะพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ แม้เราจะมีข้อจำกัดคือเรามี 1 เสียง แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราพร้อมลงโลงไปด้วยกัน ซึ่งในวิปฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าจะต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้ ฉะนั้น ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนลงชื่อ

ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า พรรคเสรีรวมไทยหาเสียงพูดชัดเจนว่า “โกงเจอกู” ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านจึงต้องทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ยอมให้ใครมาทำผิดกฎหมาย โดยเรื่องของ คปท. มีทั้งเรื่องคดีของศักดิ์สยาม และหุ้นบริษัทชินคอร์ป ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา ดังนั้นเราพร้อมที่จะสนับสนุนและลงชื่อ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนที่จะยื่นเรื่องสอบกรณี “ที่ดินเขากระโดง” นั้น ที่แม้ขณะนี้ศาลฎีกาจะพิพากษาแล้ว ก็ชัดเจนว่าไม่มีการปฏิบัติตามคำพิพากษามาจนวันนี้

แม้ไม่มีใครทำ ผมก็ทำ แต่ทำแล้วผมก็ลงชื่อไม่ได้ ขอฝากณัฐพงษ์, พรรคประชาธิปัตย์ ช่วยกรุณารีบลงนามให้ผม ผมจะได้ดำเนินการต่อได้ ส่วนพรรคที่ผมไม่ได้พูดถึง เขาไม่ลงอยู่แล้ว ก็ไม่เป็นไร ผมก็บอกอยู่แล้วว่าถ้าไม่ลงก็ไม่ต้องมาคบกัน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

ณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าไม่ได้ติดขัดที่จะใช้อำนาจของสมาชิกรัฐสภาในการตรวจสอบองค์กรอิสระซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าตราบใดที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศเราก็คบกันได้เสมอ แต่ในเรื่องจุดยืนบางอย่าง เช่น การระมัดระวังในการขยายอำนาจขององค์กรอิสระ ล้ำเขตแดนตัวแทนของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาชนก็ระวังเสมอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์