ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย รับหนังสือจากเครือข่ายนักศึกษาปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ขอให้รวบรวมรายชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) “ตีตกคำร้อง” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม “ซุกหุ้น”
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าเราไม่ได้ติดขัดที่จะใช้อำนาจของสมาชิกรัฐสภาในการตรวจสอบองค์กรอิสระ โดยฝ่ายค้านได้เขียนคำร้องไว้แล้ว ย้ำว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน อะไรที่เป็นประโยชน์ของประเทศ เราคบกันได้เสมอ แต่เรามีจุดยืนบางอย่าง เช่น การระมัดระวังการใช้อำนาจขององค์กรอิสระที่อาจจะขยายอำนาจ
ด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคประชาชนกำลังยกร่างคำร้องฉบับนี้ รวมถึงคำร้องฉบับก่อนที่เคยส่งไปในสภาฯ ชุดที่ 26 เพื่อให้ประธานสภาฯ คนใหม่วินิจฉัยมูลเหตุเพิ่มเติม ทั้งนี้เนื่องจากมีภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่บางส่วนส่งข้อมูลมาให้เพิ่มเติม จึงต้องมีการพิจารณาประกอบ โดยคาดว่าจะยื่นต่อประธานสภาได้ภายในสัปดาห์แรกของเดือน มิ.ย.นี้
หน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ใช่พิพากษาหรือวินิจฉัย นั่นเป็นหน้าที่ของศาล แต่หน้าที่ของ ป.ป.ช. เปรียบเสมือนกับเจ้าพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานอัยการ ไต่สวนมูลและเอามูลที่ค้นพบไปส่งศาล ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในศาลรัฐธรรมนูญน่าจะมีมูลที่ ป.ป.ช. ควรส่งเข้าสู่ศาลให้ศาลได้เป็นผู้วินิจฉัย
— นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง
ด้าน สาทิตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดและได้ทำงานร่วมกันในพรรคฝ่ายค้าน กรณีที่ ป.ป.ช. มีคำวินิจฉัยยกคำร้องคดีศักดิ์สยามนั้น ไม่ตรงกันกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี ได้ร่วมลงชื่อกับพรรคประชาชน ยื่นเรื่องนี้ไปยังประธานสภาฯ นอกจากนี้ พรรคประชาชนจะมีการยื่นแยกในประเด็นกรณีคดีของศักดิ์สยามเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คปท. ได้ยื่นให้ติดตามการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป ของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว
ขณะที่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เราจะพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ แม้เราจะมีข้อจำกัดคือเรามี 1 เสียง แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราพร้อมลงโลงไปด้วยกัน ซึ่งในวิปฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าจะต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้ ฉะนั้น ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนลงชื่อ
ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า พรรคเสรีรวมไทยหาเสียงพูดชัดเจนว่า “โกงเจอกู” ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านจึงต้องทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ยอมให้ใครมาทำผิดกฎหมาย โดยเรื่องของ คปท. มีทั้งเรื่องคดีของศักดิ์สยาม และหุ้นบริษัทชินคอร์ป ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา ดังนั้นเราพร้อมที่จะสนับสนุนและลงชื่อ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนที่จะยื่นเรื่องสอบกรณี “ที่ดินเขากระโดง” นั้น ที่แม้ขณะนี้ศาลฎีกาจะพิพากษาแล้ว ก็ชัดเจนว่าไม่มีการปฏิบัติตามคำพิพากษามาจนวันนี้
แม้ไม่มีใครทำ ผมก็ทำ แต่ทำแล้วผมก็ลงชื่อไม่ได้ ขอฝากณัฐพงษ์, พรรคประชาธิปัตย์ ช่วยกรุณารีบลงนามให้ผม ผมจะได้ดำเนินการต่อได้ ส่วนพรรคที่ผมไม่ได้พูดถึง เขาไม่ลงอยู่แล้ว ก็ไม่เป็นไร ผมก็บอกอยู่แล้วว่าถ้าไม่ลงก็ไม่ต้องมาคบกัน
— พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
ณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าไม่ได้ติดขัดที่จะใช้อำนาจของสมาชิกรัฐสภาในการตรวจสอบองค์กรอิสระซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าตราบใดที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศเราก็คบกันได้เสมอ แต่ในเรื่องจุดยืนบางอย่าง เช่น การระมัดระวังในการขยายอำนาจขององค์กรอิสระ ล้ำเขตแดนตัวแทนของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาชนก็ระวังเสมอ




