สมช. คุมเข้มเข้า-ออกไทย เปิดแผนอพยพ ‘บก-เครื่องบิน’ มองสถานการณ์ยืดเยื้อ

2 มี.ค. 2569 - 14:04

  • รมว.ต่างประเทศ เผย เตรียมอพยพ ‘คนไทย’ ออกจากอิหร่าน ผ่านชายแดนตุรกี จ่อคุย ‘รบ.อิหร่าน’ ให้หลักประกันความปลอดภัย-อำนวยความสะดวก มองสถานการณ์ ‘ตะวันออกกลาง’ ยืดเยื้อ ระบุ ‘อิสราเอล’ สกัดขีปณาวุธได้ ช่วยดูแล ‘แรงงานไทย’ ไม่ได้รับผลกระทบ

  • เลขาธิการ สมช. เผยวง สมช. คุมเข้มความปลอดภัย สั่ง ‘ฝ่ายข่าว-ตำรวจ’ เฝ้าระวังสถานทูตคู่ขัดแย้ง ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล’ จับตาบุคคลเข้า-ออกประเทศ ป้องกันเหตุไม่สงบ

สมช. คุมเข้มเข้า-ออกไทย เปิดแผนอพยพ ‘บก-เครื่องบิน’ มองสถานการณ์ยืดเยื้อ

เตรียมอพยพ ‘คนไทย’ ออกจากอิหร่าน ผ่านชายแดนตุรกี

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ขณะนี้ที่มีการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯและอิสราเอล ต่ออิหร่าน  ซึ่งท่าทีของประเทศไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพราะมีผลกระทบต่อสันติภาพความมั่นคงในภูมิภาคของโลก ซึ่งเราอยากให้มีการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ด้วยการเจรจาทางการทูต บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ

นอกจากนี้เรามีความห่วงใยในความปลอดภัยของคนไทย ที่อยู่ในพื้นที่โดยเฉพาะอิหร่าน เพราะมีคนไทยอยู่ 250 คน ซึ่งสถานทูตไทยในกรุงเตหะราน ได้มีการติดต่อคนไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยให้ใช้ความระมัดระวังและให้อยู่ในที่ปลอดภัย

สีหศักดิ์ กล่าวว่า โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญ ในการช่วยเหลือคนไทยเดินทางกลับมาประเทศ ขณะนี้น่านฟ้าบริเวณดังกล่าวปิดอยู่ ดังนั้นการอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน ต้องทำผ่านชายแดนตุรกี และเดินทางกลับโดยเครื่องบิน ซึ่งคนไทยแจ้งความประสงค์เดินทางกลับขณะนี้ 20 คน โดยจะอำนวยความสะดวกด้วยการ เดินทางทางบก โดยใช้รถยนต์ ข้ามผ่านชายแดนตุรกี ซึ่งจะมีศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ หากมีจำนวนไม่เยอะ ก็บริหารจัดการโดยใช้เครื่องบินพาณิชย์

สีหศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากการเดินทางทางบกแล้ว เราอาจจะต้องมีการส่งเครื่องบินไปรับ ซึ่งได้มีการประสานงานกับกองทัพอากาศแล้ว เพราะฉะนั้นในทุกฉากทัศน์เรามีความพร้อม

ส่วนของการอพยพคนไทยในอิสราเอล สีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางอิสราเอลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาได้ และยังไม่มีคนไทยที่ได้รับผลกระทบ และยังไม่มีคนไทยที่แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญกับแรงงานไทย และดูแลความปลอดภัยอย่างดี

ทั้งนี้ ตนเองมีความห่วงใย สถานการณ์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะที่นครดูไบที่มีคนไทยอยู่เยอะ ซึ่งมีคนไทยที่แสดงความจำนงอยากจะกลับพันกว่าคน เราคิดว่าจะประสานงานได้ เพราะสนามบินที่ เมืองมัสกัต ประเทศโอมาน ยังเปิดอยู่ ดังนั้นคนไทยที่อยากจะกลับ เมืองดูไบและอาบูดาบี เราก็จะอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพราะใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง รวมถึงดูแลกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้ทุกอย่างมีความสะดวก

ส่วนประเทศที่ได้รับการโจมตีจากอิหร่าน ทั้งบาห์เรน จาการ์ตา คูเวต ได้ให้สถานทูตไทย ในประเทศที่ได้รับผลกระทบและมีคนไทยอาศัยอาศัยอยู่ ทำการติดต่อว่าอยากจะกลับไทยหรือไม่ โดยจะประสานให้เขาเดินทางกลับ ผ่านเมืองที่ใกล้ที่สุดในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพราะยังมีการบริการโดยสายการบินพาณิชย์

สีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีญาติของคนไทยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น กระทรวงการต่างประเทศ มีศูนย์ที่คอยตอบข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่คอยประสานงานกับสถานทูต เพื่อให้ญาติเกิดความสบายใจและมั่นใจ

ส่วนการอพยพคนไทยจำนวน 20 คน จากอิหร่าน จะดำเนินการเร็วที่สุดได้เมื่อใดนั้น สีหศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เกิดสงคราม 12 วัน การเดินทางด้วยรถยนต์ 1,000 กว่ากิโลเมตร ค่อนข้างลำบากและมีด่านต่างๆ ซึ่งเราจะดำเนินการทันที แต่ขอให้ประสานกับทางอิหร่าน เพื่อให้เขาอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้เกิดความราบรื่น

เมื่อถามว่า จะรับรองความปลอดภัยในการเดินทางจากอิหร่านไปยังตุรกีอย่างไร สีหศักดิ์ กล่าวว่า เราจะคุยกับฝ่ายอิหร่าน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นมนุษยธรรม และต้องขอให้เขาให้หลักประกันในเรื่องความปลอดภัย

เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อใด สีหศักดิ์ กล่าวว่า เราประเมินว่าคงจะยืดเยื้อ เพราะเป้าหมายของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล คงไม่ใช่เรื่องของการขจัดภัยนิวเคลียร์เพียงอย่างเดียว ตรงนี้อาจจะทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อ และอิหร่าน มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติการโต้ตอบ ไปยังหลายประเทศที่มีฐานทัพอเมริกัน รวมทั้งฝ่ายไทยก็ต้องเตรียมความพร้อมไม่ใช่แค่การดูแลและอพยพคนไทย เราต้องเตรียมความพร้อมในประเทศด้วย

สีหศักดิ์ ยังเน้นย้ำว่า ขอให้ประชาชนคนไทยหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว แม้จะมีความจำเป็นก็ควรหลีกเลี่ยง

เมื่อถามว่า มีความกังวลเกี่ยวกับสถานทูตไทยหรือไม่ สีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีการติดต่อกันได้ แม้จะมีสัญญาณขาดการติดต่อเป็นช่วง ๆ แต่เราก็ทำอย่างสม่ำเสมอ แต่ที่เป็นห่วงคือ ประชาชนคนไทยต้องเตรียมเสบียงน้ำและอาหารแห้งทั้งหลาย

จับตาบุคคลเข้า-ออกประเทศ ป้องกันเหตุไม่สงบ

ขณะที่ ฉัตรชัย บางฉวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงมาตรการเกี่ยวกับความมั่นคงภายในประเทศ วันนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายตำรวจกับหน่วยงานด้านการข่าวไปติดตาม เฝ้าระวังทั้งในเชิงของสถานที่ขัดแย้งของประเทศคู่ขัดแย้ง สถานเอกอัครราชทูตที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเฝ้าระวังกิจกรรมต่างๆ ซึ่งฝ่ายตำรวจได้เตรียมการรองรับไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังต้องติดตามบุคคลที่เข้าออกประเทศไทยด้วยที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งจะมีมาตรการในการติดตามเพิ่มเติมด้วย

ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ยังมีเรื่องของการใช้สื่อโซเชียลต่างๆ ซึ่งบางทีมีการบิดเบือนสร้างความแตกแยกและความและความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่างๆ เราจะมีการติดตามตรวจสอบเพื่อให้มีความถูกต้องเหมาะสม ส่วนที่เหลือจะมีมิติด้านเศรษฐกิจต้องรอช่วงบ่ายที่นายกรัฐมนตรีจะมีการประชุม เบื้องต้นมีการมอบหมายกระทรวงพลังงานไปประเมินเรื่องน้ำมัน กระทรวงพาณิชย์ดูเรื่องผลกระทบการส่งออก ซึ่งจะมีการหารือในห้องประชุมช่วงบ่าย

เมื่อถามว่าในประเทศไทยสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจจะเป็นจุดเสี่ยง เช่น ถนนข้าวสาร ประชาชนสามารถออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือไม่ ฉัตรชัย กล่าวว่า ยังสามารถใช้ชีวิตปกติได้อยู่ ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยทั้งหมด ทั้งคนต่างชาติที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตามเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

ส่วนมาตรการป้องกันภัยไซเบอร์ที่มากับสงครามอย่างไร ฉัตรชัย กล่าวว่า ในที่ประชุมก็มีพิจารณาสิ่งเหล่านี้ มีมติข้อหนึ่งให้หน่วยงานด้านการข่าวตำรวจ กระทรวงดิจิตอลและเศรษฐกิจและสังคมมาช่วยดูเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคที่ต้องไปตรวจสอบ ยืนยันว่าให้ความสำคัญบางทีโซเชียลก็ไปบิดเบือนสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มคนฝ่ายต่างๆที่มีความเห็นไม่ตรงกัน

สำหรับสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ในประเทศไทยต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ ฉัตรชัย กล่าวว่า ทางฝ่ายตำรวจดำเนินการแล้วมีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ อิหร่าน อิสราเอล รวมทั้งประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย จะมีความเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์