เส้นทาง ‘อารยะขัดขืน’ ของ ‘เนติวิทย์' ในวันที่ ‘เกณฑ์ทหาร’ ไม่ขัด รธน.

13 พ.ค. 2569 - 18:16

  • ย้อนไทม์ไลน์กว่า 1 ทศวรรษของ ‘เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล’ ผู้ประกาศจุดยืน ‘ไม่เกณฑ์ทหาร’ สู่การเคลื่อนไหวเชิง ‘อารยะขัดขืน’

  • ก่อนนำไปสู่การต่อสู้ในชั้น ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ที่วันนี้มีคำวินิจฉัยออกมาว่า 'การเกณฑ์ทหารไม่ขัดรัฐธรรมนูญ'่

เส้นทาง ‘อารยะขัดขืน’ ของ ‘เนติวิทย์' ในวันที่ ‘เกณฑ์ทหาร’ ไม่ขัด รธน.

ที่ผ่านมาตลอดกว่า 1 ทศวรรษ ชื่อของ ‘เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล’ กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของผู้คน เป็นเหมือนไอคอลสำคัญบนแนวปะทะทางความคิด ระหว่าง ‘สิทธิของพลเมือง’ กับ ‘หน้าที่ตามกฎหมาย’ ผ่านการเคลื่อนไหว ‘คัดค้านระบบเกณฑ์ทหาร’ ที่เจ้าตัวยืนยันมาโดยตลอดว่า เป็นการต่อสู้เชิงหลักการ ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงหน้าที่เฉพาะตัว 

จากนักเรียนมัธยมผู้ประกาศจุดยืน ‘ไม่เกณฑ์ทหาร’ หลังรัฐประหารปี 2557 สู่ประธานสภานิสิตจุฬาฯ นักกิจกรรม และกลายเป็น ‘จำเลย’ ในคดีหลีกเลี่ยงการตรวจเลือกทหาร จนเกิดการการยื่นคำร้องให้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความว่า ‘ขัดต่อกฎหมายสูงสุดหรือไม่’  

มาจนถึงวันนี้ ท่าทีของ ‘เนติวิทย์’ บนเส้นทางการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในลักษณะของการทำ ‘อารยะขัดขืน’ ท้าทายความชอบธรรมของระบบ จะไปต่ออย่างไร โดยในกระบวนการยุติธรรม ที่เขากำลังเผชิญอยู่จะสิ้นสุดเลยหรือไม่ 

9 เม.ย. 2560  
ผ่อนผันทหารครั้งแรก 

'เนติวิทย์' เดินทางเข้ารายงานตัวผ่อนผันการเกณฑ์ทหารเป็นครั้งแรก ที่วัดราษฎร์โพธิ์ทอง จ.สมุทรปราการ หลังเคยประกาศจุดยืน ‘คัดค้านระบบเกณฑ์ทหาร’ มาตั้งแต่วัยมัธยม ขณะนั้น เขาเพิ่งได้รับเลือกเป็น ‘ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ ทำให้การเข้ารับกระบวนการตามกฎหมายครั้งแรก ได้รับความสนใจจากสังคมและสื่อมวลชนอย่างมาก 

4 เม.ย. 2561  
‘นาฬิกาหรู’ เสียดสี 'บิ๊กป้อม'

ในการผ่อนผันทหารปีที่ 2 ‘เนติวิทย์’ ปรากฏตัวพร้อม ‘นาฬิกาหรู 14 เรือน’ เพื่อเสียดสีประเด็นนาฬิกาหรูยืมเพื่อนของ ‘พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ’ ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้กว้างขวางในแวดวงการเมือง หลังการ ‘รัฐประหารปี 2557’ พร้อมชูป้าย “เกณฑ์ทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด” นอกจากนี้เขาและกลุ่มเพื่อนยังแจกแบบสอบถามเรียกร้องให้เปลี่ยนระบบ ‘บังคับเกณฑ์’ เป็น ‘สมัครใจ’ รวมถึงตั้งคำถามเรื่อง ‘การละเมิดสิทธิพลทหารในค่ายทหาร’ ด้วย 

4 เม.ย. 2562  
‘นายสั่งมา’ และข้อเรียกร้องให้ทหารออกจากการเมือง 

ปีต่อมา ‘เนติวิทย์’ แขวนบัตรเลือกตั้งจำลองที่มีข้อความ “นายสั่งมา” พร้อมชูป้าย “เกณฑ์กองทัพออกจากการเมือง” และ “เกณฑ์นายพลกลับกรมกอง” โดยเขาวิพากษ์บทบาทของกองทัพในทางการเมือง และยืนยันข้อเสนอให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่ ‘กองทัพอาชีพ’ แทนระบบเกณฑ์ทหารภาคบังคับ 

9 เม.ย. 2566  
ไม่เข้ารายงานตัวตรวจเลือกทหาร 

ขณะอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ‘เนติวิทย์’ ไม่ได้เดินทางไปตามหมายเรียกตรวจเลือกทหาร โดยยืนยันจุดยืนเดิมว่า ระบบเกณฑ์ทหารเป็น ‘เครื่องมือสร้างความกลัว’ และขัดต่อเสรีภาพของมนุษย์ โดยยืนยันว่าไม่ได้ใช้ ‘ผ้าเหลือง’ เพื่อหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร แต่ติดการสอบบาลีประโยค 1-2 และมีความตั้งใจกลับมาต่อสู้ทางความคิดเรื่องนี้อยู่แล้ว  

5 เม.ย. 2567  
อ่านแถลงการณ์ ‘อารยะขัดขืน’

‘เนติวิทย์’ เดินทางไปยังหน่วยตรวจเลือกทหารที่เทศบาลบางปู จ.สมุทรปราการ ก่อนอ่านแถลงการณ์ปฏิเสธการเข้าร่วมระบบเกณฑ์ทหารต่อสาธารณะ เขาระบุว่า การเกณฑ์ทหารขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อสังคมประชาธิปไตย พร้อมยืนยันว่าการปฏิเสธครั้งนี้ คือ ‘อารยะขัดขืน’ เพื่อผลักดันเสรีภาพของพลเมืองและกองทัพที่เคารพสิทธิมนุษยชนมากขึ้น 

22 พ.ค. 2568  
อัยการสั่งฟ้องคดีปฏิเสธเกณฑ์ทหาร 

พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการมีคำสั่งฟ้อง ‘เนติวิทย์’ ในข้อหาหลีกเลี่ยงการตรวจเลือกทหาร ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร มาตรา 45 โดยคดีสืบเนื่องจากการอ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืนเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2567 โดยเนติวิทย์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยืนยันว่า การปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมเป็น ‘สิทธิขั้นพื้นฐาน’ ของมนุษย์ ศาลไม่ออกหมายขัง เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี แต่ให้สาบานตนว่าจะเดินทางมาศาลตามนัด 

11 ก.ย. 2568  
กลับไทยขึ้นศาล ย้ำจุดยืน 11 ปี 

‘เนติวิทย์’ เดินทางกลับจากต่างประเทศ เพื่อเข้าร่วมการสืบพยานที่ศาลแขวงสมุทรปราการ ในคดีปฏิเสธเกณฑ์ทหาร เขาระบุว่า วันที่ขึ้นศาลตรงกับช่วงครบรอบ 11 ปี หลังประกาศจุดยืน ‘ไม่เข้าร่วมเกณฑ์ทหาร’ พร้อมย้ำว่า แม้เวลาจะผ่านไปกว่าทศวรรษ ระบบเกณฑ์ทหารก็ยังสร้างความทุกข์ ความกลัว และยังมีผู้เสียชีวิตในค่ายทหารอยู่ทุกปี เขามองว่าการต่อสู้ของตน อาจเป็นเพียง ‘ก้อนอิฐก้อนหนึ่ง’ ที่ช่วยผลักดันการยกเลิกเกณฑ์ทหารในอนาคต 

12 พ.ค. 2569  
เมื่อ ‘ศาล รธน.’ ชี้ ‘เกณฑ์ทหารไม่ขัดรัฐธรรมนูญ’ 

ล่าสุด ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ มีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31

โดยเห็นว่าการเรียกชายไทยเข้ารับการตรวจเลือกและกำหนดโทษกรณีหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร เป็นมาตรการเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหน้าที่ของบุคคล

พร้อมระบุว่ากฎหมายยังเปิดช่องยกเว้นหรือผ่อนผันในบางกรณี เช่น ป่วย เดินทางไปราชการ หรือเกิดเหตุสุดวิสัย ขณะที่มาตรา 45 กำหนดโทษผู้หลีกเลี่ยงหรือขัดขืนการตรวจเลือกไว้สูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยดังกล่าวสืบเนื่องจากศาลแขวงสมุทรปราการ ส่งคำโต้แย้งของ ‘เนติวิทย์’ จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ.3118/2568 ซึ่งถูกดำเนินคดีข้อหาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหารปี 2497 มาตรา 45 หลังอ่านแถลงการณ์ 'อารยะขัดขืน' ปฏิเสธการเข้าร่วมระบบเกณฑ์ทหาร เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2567 ที่เทศบาลบางปู จ.สมุทรปราการ

ส่วน ‘เนติวิทย์’ ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวว่า “ไม่ผิดคาด” และยืนยันว่าการต่อสู้ตลอด 12 ปี ยังมีความหมายต่อ “เสรีภาพและสันติภาพของคนรุ่นหลัง” แม้ผลคำวินิจฉัยจะไม่เป็นไปตามที่เรียกร้องก็ตาม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์