'ณัฐพงษ์' ชี้ 'เลขต้นขั้ว' หาย เป็นการยอมรับโดย 'กกต.' บัตรเลือกตั้งมีปัญหา

22 ก.พ. 2569 - 17:30

  • มอง กกต. เปลี่ยนแบบ เพื่อปิดช่องโหว่ สะท้อนบัตรเลือกตั้งมีปัญหา

'ณัฐพงษ์' ชี้ 'เลขต้นขั้ว' หาย เป็นการยอมรับโดย 'กกต.' บัตรเลือกตั้งมีปัญหา

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีในเลือกตั้งใหม่ หน่วยที่ 9 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่มีเลขต้นขั้วในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อนั้น สะท้อนอะไร และจะมีการตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างไร ว่า กรณีนี้ แปลว่า กกต. เปลี่ยนแบบพิมพ์บัตร ทั้งที่บัตรเดิม มีเหลืออยู่ระดับหลายล้านใบ แต่ไม่ได้หยิบออกมาใช้ เป็นการยอมรับโดย กกต. แล้วว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีปัญหา  

ดังนั้น ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนี้มีหลายคดีอยู่ในกระบวนการ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เอาหลักฐานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดําเนินการตรงไปตรงมา สําหรับพรรคเอง เรามีการเตรียมยื่นตามมาตรา 157 และในส่วนภาคประชาสังคมเอง ก็มีการร้องในช่องทางอื่นหมดแล้ว 

ส่วนการที่ตัวเลขต้นขั้วหายไป เป็นการเปลี่ยนเพื่อไม่ให้สามารถถ่ายภาพเจาะจง และย้อนกลับไปดูที่คนเลือกได้ใช่หรือไม่ ณัฐพงษ์ ระบุว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เห็นว่ามีกกต. ออกมาแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าการถ่ายภาพเลือกตั้งผิดกฎหมาย แต่ในตัวบทกฎหมายจริง ๆ คือห้ามไม่ให้ถ่ายบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนแล้ว  

เพราะฉะนั้น การถ่ายบัตรก่อนฉีกออกจากต้นขั้ว สามารถทําได้ และแม้ไม่มีการถ่ายภาพ แต่ผู้ออกใช้สิทธิ์จําเลขต้นขั้วของตัวเองได้ ก็สามารถสืบย้อนกลับไปได้ ว่าคนต่อท้ายเขากาอะไร  

เชื่อว่า กกต. รู้ช่องโหว่ตรงนี้ดี และการที่ กกต. ออกมาแถลงข่าวว่า การเลือกตั้งโดยกระบวนการมีความลับนั้น ไม่จริง จึงออกมาแก้บัตรเลขตั้ง เชื่อว่า ไม่ใช่ความผิดพลาด เพราะบัตรเลือกตั้ง ก็มีเหลืออยู่ หยิบเล่มเก่ามาใช้ได้เลย จึงน่าจะเป็นการสั่งพิมพ์ใหม่ เพื่อปิดช่องโหว่ตรงนี้

ณัฐพงษ์ กล่าว 

ส่วนจะเป็นการตอกย้ําความผิดพลาดของ กกต. หรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ กกต. พยายามทําอยู่ ต้องให้ความเป็นธรรม และรอฟังสิ่งที่เขาจะแถลงว่า จะออกมาอย่างไร ณ ตอนนี้ บัตรทุกใบที่ผ่านการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์มา ถูกเก็บไว้อยู่ในหีบแล้ว  

ดังนั้น หากยืนยันในหลักว่า กระบวนการเป็นความลับ จึงเปลี่ยนแบบบัตร กระบวนในการวันนี้ ไม่สามารถที่จะไม่เป็นความลับได้ จึงเปลี่ยนแบบ แต่คิดว่าไม่ควรใช้วิธีการตีความกฎหมายแบบนี้ การที่บอกว่าบัตรควรจะเป็นความลับ ก็ควรเป็นความลับถึงที่สุดตลอดไป ไม่ใช่ว่ามีใครคนใดคนหนึ่ง อย่างเจ้าหน้าที่ กกต. เปิดหีบ จนสามารถรู้ได้ว่าใครโหวตใคร  

สําหรับกรณีบัตรเขย่งที่มีเยอะขึ้นนั้น ณัฐพงษ์  อยากเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาธารณะอยู่แล้วออกมาให้มีความโปร่งใสมากที่สุด ทั้งแบบใบขีดคะแนน สส. 5/11 และใบรวมคะแนน สส. 5/18 ให้ครบทุกหน่วย เพื่อตรวจสอบให้ตรงกันได้ ระหว่างภาพของประชาชนที่บันทึกไว้ในวันเลือกตั้ง และภาพที่ กกต. เปิดเผยออกมาว่า ตรงหรือไม่ตรงกันอย่างไร และเมื่อบวกคะแนนกลับไปแล้ว ตกลงแล้วจะเขย่งหรือไม่เขย่งจริง ตรงกับอีซีทีรีพอร์ตหรือไม่ 

ส่วนพรรคมีการเตรียมแผนอย่างไร หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมสัมนามีการให้ข้อคิดเห็น และเตรียมแผนการไว้ทุกฉากทัศน์ ซึ่ง ธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ชี้แจงภาพใหญ่ให้เห็นว่า หากเป็นโมฆะแล้ว ไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร แต่ความเห็นของตน และของพรรค คงพูดแทนศาลไม่ได้ ก็อยู่ที่คำวินิจฉัยของศาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์