ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมากสั่งฟ้องคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพียง 26 ราย โดยไม่มีชื่อกลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจากพรรคภูมิใจไทยแม้แต่คนเดียว ชี้เป็น "มหากาพย์การโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย" เพื่อหวังฮุบอำนาจและควบคุมกลไกรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ
ณัฐพงษ์ ระบุว่า การที่ กกต. มีมติสั่งฟ้องเฉพาะ สว. ส่วนน้อยเพียง 26 คน ทั้งที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ชี้ชัดถึงความเชื่อมโยงของขบวนการทั้งหมด รวมถึงบุคคลระดับรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยนั้น ถือเป็นการ "ตัดตอน" ทางคดีอย่างชัดเจน เพื่อกีดกันไม่ให้พยานหลักฐานสำคัญเข้าสู่การพิสูจน์ในชั้นศาลฎีกา
หัวหน้าพรรคประชาชนย้ำว่า คดีนี้มีพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีน้ำหนักสูงมาก ทั้งโพยใบสั่ง สถิติการลงคะแนน เส้นทางการเงิน คลิปเสียง พิกัดศูนย์ทำโพย ไปจนถึงประวัติการโทรศัพท์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระทำความผิดในรูปแบบขบวนการอย่างเป็นระบบ ไม่สามารถแยกพิจารณาเป็นรายบุคคลได้ และหลักฐานชุดนี้ยังแน่นหนากว่าคดีก่อนหน้าที่ กกต. เคยสั่งฟ้องเพียงเพราะมีข้อความแชต LINE จับคู่แลกคะแนนเสียอีก
"การใช้ดุลยพินิจของ กกต. เข้าข่ายขัดต่อหลักกฎหมายและมาตรฐานของตนเองในอดีต อาจถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเมื่อพิจารณาว่า กกต. 4 ใน 7 คน เข้าสู่ตำแหน่งด้วยความเห็นชอบของ สว. ชุดนี้ สังคมย่อมตั้งคำถามได้ว่า นี่คือพฤติการณ์ 'ต่างตอบแทน' กับผู้มีอำนาจทางการเมืองหรือไม่ มติดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่อิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง แต่อิสระจากการรับผิดชอบต่อประชาชน" ณัฐพงษ์กล่าว
พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนได้ประกาศแผนเดินหน้า 5 มาตรการเข้มข้นเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ดังนี้
1. ดำเนินการและสนับสนุนการฟ้องร้อง กกต. ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.
2. ผลักดันให้พยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาที่ถูก กกต. สั่งไม่ฟ้อง ได้รับการพิจารณาในชั้นศาลฯ ให้ครบถ้วน
3. ใช้กลไกรัฐสภาตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พัวพันกับขบวนการฮั้ว สว. ทั้งการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการรณรงค์กดดันทางสังคม
4. ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก เพื่อจำกัดอำนาจที่มิชอบธรรมของวุฒิสภา ปฏิรูปองค์กรอิสระให้โปร่งใส และเปิดทางให้ประชาชนเข้าชื่อตรวจสอบ-ถอดถอนได้โดยตรง
5. ผลักดันการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติ โดยให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 100% ปราศจากเงื่อนไขพิเศษหรืออำนาจแทรกแซงของ สว. ในการขัดขวางเจตจำนงประชาชน




