‘นิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ’ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงกรณีผู้ถูกกล่าวหา 3 ราย ในคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ได้รับการปล่อยตัวหลังครบกำหนดฝากขัง 84 วัน โดยยืนยันว่า ป.ป.ช. ยังคงเดินหน้าไต่สวนและขยายผลคดี พร้อมระบุว่าพบเครือข่ายนายหน้า 110 สาย และข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการเรียกรับเงินกว่า 6,000 ราย
ขณะที่ ‘เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์’ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจงข้อสงสัยว่า การปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาเป็นการตัดตอนคดีหรือไม่ รวมถึงมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยระบุว่า เมื่อเรื่องถึง ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีใครเกี่ยวข้องกับการทุจริตและมีการพาดพิงถึงบุคคลใดบ้าง
เกียรติศักดิ์กล่าวว่า แม้รัฐและ ป.ป.ช. มุ่งนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกกล่าวหาด้วย โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 กำหนดระยะเวลาฝากขังสูงสุดไม่เกิน 84 วัน สำหรับคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วต้องปล่อยตัวตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ใช้กับทุกคดี
สำหรับความคืบหน้าการไต่สวน ป.ป.ช. ระบุว่า พบพฤติการณ์ที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 รายถูกกล่าวหาว่าร่วมกันแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ ขณะที่การสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องกับการจัดสอบกว่า 1,000 ราย ทำให้พบเครือข่ายนายหน้าที่ทำหน้าที่ประสานงานและเรียกรับเงิน 110 สาย รวมถึงข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการกว่า 6,000 ราย
นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน ปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใดเพิ่มเติมบ้าง โดยคาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569
ด้าน ‘มิรินทร์รัชต์ ชิตถะวงษ์’ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีว่า เนื่องจากคดีนี้มีบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องจำนวนมากกว่า 6,000 ราย จึงไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดได้ในคราวเดียว จำเป็นต้องทยอยดำเนินการตามลำดับความสำคัญของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย พร้อมขอให้ประชาชนรอติดตามความคืบหน้า โดยยืนยันว่าจะใช้เวลาไม่นานเกินรอ
เมื่อถามถึงข้อสงสัยของประชาชนที่มองว่า ป.ป.ช. ชุดนี้มาจาก 'สายน้ำเงิน' และอาจมีการช่วยเหลือกัน มิรินทร์รัชต์ยืนยันว่า การไต่สวนดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการตามระบบไต่สวน และการเมืองไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงได้ โดยระบุว่า ป.ป.ช. สามารถแยกแยะเรื่องการเมืองออกจากการทำงานได้ พร้อมย้ำว่าไม่มีการเมืองสีใดเข้ามาแทรกแซง และยืนยันว่าจะไม่มี “มวยล้มต้มคนดู” โดยยึดหลักความถูกต้องเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




