‘วุฒิสภา’ เตรียมถกรับทราบรายงานยกเครื่อง ‘องค์กรอิสระ’

19 เม.ย. 2569 - 14:32

  • ‘วุฒิสภา’ เตรียมถกรับทราบรายงานยกเครื่อง ‘องค์กรอิสระ’ ร่วมกัน ‘ปราบโกง’

  • ’ แนะลดข้อจำกัดกฎหมาย

  • ติง ‘กม.PDPA’ เป็นอุปสรรคต่อการแลกเปลี่ยน ‘ข้อมูล-การสืบสวน’

‘วุฒิสภา’ เตรียมถกรับทราบรายงานยกเครื่อง ‘องค์กรอิสระ’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘มงคล สุระสัจจะ’ ประธานวุฒิสภา นัดประชุม สว. วันที่ 20 เม.ย.นี้  มีวาระพิจารณาเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม เพื่อรับทราบรายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการบูรณาการความร่วมมือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี ‘พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร’ สว. เป็นประธาน กมธ.  

โดยรายงานฉบับดังกล่าวมีสาระสำคัญ  ระบุว่า การทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาปะเทศทุกมิติ รวมถึงการบิดเบือนกลไกตลาดที่นำไปสู่ความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำในสังคม บ่อนทำลายคุณธรรม จริยธรรม ทำลายความเชื่อถือของประชาชนต่อระบบราชการ และกระบวนการยุติธรรม และด้านการเมืองทำให้การบริหาราชการแผ่นดินขาดธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพ นำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน 

“แม้องค์กรอิสะมีหน้าที่ อำนาจ และกลไกทำงานชัดเจน แต่ลักษณะของการทุจริตมีความซับซ้อน หลากหลายรูปแบบ ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เชื่อมโยงเครือข่ายข้ามหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเกี่ยวพันกับองค์กอาชญากรมข้ามชาติ ทำให้การทำงานขององค์กรอิสระแต่ละแห่งเพียงลำพังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด และครอบคลุมปัญหาอย่างสมบูรณ์ได้ ดังนั้นต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรอิสระอย่างจริงจังเป็นระบบ”

รายงานศึกษาของ กมธ. ระบุ 

กมธ. ยังมีข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้แก่

  1. แก้ไขและปรับปรุงกฎหมาย ที่เป็นอุปสรคต่อการทำงาน เช่น เรื่องอายุความในคดีทุจริต เพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของหน่วยงานตรวจสอบ  สร้างข้อยกเว้นทางกฎหมายให้หน่วยงานอิสระสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อประโยชน์การสืบสวนสอบสวนภายใต้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคการปราบทุจริต พบว่ามีข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างหน่วยงาน แม้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการสืบสวนสอบสวนก็ตาม 
  2. จัดทำกลไก ช่องทางการเชื่อมโยงการทำงงานให้ประสานงานและส่งต่อข้อมูลที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ยับยั้งความเสียหายและดำเนินกาารกับผู้กระทำผิดได้โดยทันที  
  3. ส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกของความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อแก้ปัญหาทุจิต โดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีบทบาทสำคัญเพื่อคัดสรรคนดีเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อเป็นต้นแบบของความซื่อสัตย์และคุณธรรม ทั้งนี้กระบวการเลือกตั้งที่จะมีประสิทธิภาพต้องส่งเสริมให้ประชาชน และพรรคการเมืองมีส่วนร่วม 
  4. ให้ความสำคัญกับเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งของผู้นำประเทศ เพื่อต่อสู้กับการทุจริตที่จริงจังและสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล 
  5. คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ตามหลักการการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นการดำเนินการที่กระทบต่อสิทธิผู้ถูกกล่าวหาต้องระมัดระวัง 
  6. ผลักดันให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนประเทศตามแผนการปฏิบัติงานเชิงบูรณาการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์