จากกรณีที่ หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาชาวจีน ที่ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในเวลาต่อมาปรากฏว่า เจอคลังแสงอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนภายในบ้านพักพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง และเชื่อมโยงแก๊งสแกมเมอร์เขมร
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้(12 พ.ค.) ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี ได้คุมตัว หมิงเฉิน ซัน ออกจากห้อง ศปก.ตม.ชลบุรี เพื่อส่งมอบให้ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน คุมตัวส่งกลับศาลจังหวัดพัทยา เพื่อให้มีคำสั่งส่งฝากขังเรือนจำพิเศษพัทยา หลังมีการฝากขังผัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 9 พ.ค. แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาเบิกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เดินทางมาจาก สภ.นาจอมเทียน เมื่อเวลา 03.00 น. จนถึงช่วงเที่ยงวันนี้ หมิงเฉิน ซัน ยังไม่ยอมรับประทานอาหาร และขอเพียงดื่มน้ำและสูบบุหรี่ครั้งละ 2-3 ม้วนเท่านั้น จนเจ้าหน้าที่จิตวิทยาต้องคอยประกบ และพูดคุยกับผู้ต้องหารายนี้เพื่อให้มีอาการผ่อนคลาย รวมถึงจัดยาให้รับประทานตามกำหนด เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการซึมเศร้า ทั้งนี้ ปรากฏว่าไม่มีญาติหรือผู้ใดมาติดต่อขอเข้าเยี่ยม หรือขอยื่นประกันตัวชั่วคราวต่อศาล จึงเป็นเหตุให้หมิงฯ ถูกคุมตัวฝากขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา
วันนี้(12 พ.ค.69)ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำพิเศษพัทยา ได้มีการนำตัว หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ในคดีซุกระเบิดซีโฟร์และอาวุธสงครามจำนวนมาก ไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณอย่างเร่งด่วน หลังมีอาการชักเกร็งรุนแรงในระหว่างถูกนำตัวเข้าสู่ระบบจำแนกแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ของเรือนจำพิเศษพัทยา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง กว่า 10 นาย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยที่รพ. ทั้งนี้ ทราบว่าหลังจากที่ผู้ต้องหารายนี้ถูกจับกุมได้ก็ไม่ยอมรับประทานอาหารเกือบเข้าสู่วันที่ 4 โดยเจ้าตัวดื่มเพียงน้ำเปล่า รวมถึงมีสภาวะเครียด จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าว ส่วนทางด้านการรักษานั้น ทีมแพทย์ได้ให้น้ำเกลือ รวมถึงให้ยาที่จะทำให้ผู้ต้องหารายนี้เกิดอาการผ่อนคลาย และจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างน้อย 24 ชม.
ขณะที่ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติกับตำรวจ สภ.บางละมุง พร้อมทั้งระบุว่า ให้มีการผลัดเปลี่ยนกันมาประกบควบคุมและดูแลความปลอดภัยผู้ต้องหารายนี้อย่างใกล้ชิดในระหว่างที่ผู้ต้องหาเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลฯ จนกว่าผู้ต้องหาจะมีอาการดีขึ้น จนถึงขั้นตอนการนำตัวส่งกลับเข้าเรือนจำนอกจากนี้ มีการรายงานจากทีมแพทย์ระบุว่า หากผู้ต้องหายังมีอาการไม่ดีขึ้น จะต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด คือ โรงพยาบาลชลบุรี โดยตำรวจจะมีการจัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี เข้ามาดูแลรับช่วงต่อในการควบคุมดูแลผู้ต้องหารายนี้นั้น
ด้าน ยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า คืนวานนี้ (11 พ.ค.) ได้รับแจ้งรายงานเหตุเบื้องต้นจาก ผบ.เรือนจำพิเศษพัทยา ทราบว่าทางผู้ต้องหายังคงอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ยังไม่ได้มีการย้ายส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า เกิดจากการกินยาเกินขนาด โดยเป็นยาที่ผู้ต้องหาใช้รักษาพกติดตัวไว้อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะมีการกินมาก่อนที่จะมาฝากขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากการจะกินยาหรือขอนำยารักษาโรคประจำตัวเข้าสู่เรือนจำฯ จะต้องมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้ แม้ทางผู้ต้องหาจะอดอาหารตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนมา 3 วัน แต่ก็มีการดื่มน้ำเปล่ามาบ้าง ซึ่งหากดูจากสถานการณ์คงเป็นเรื่องของการเผชิญความเครียดสูง และก็ยังคงไม่ได้มีญาติมาเยี่ยม
ดังนั้น ระหว่างนี้ที่ผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ทางราช ทัณฑ์ได้จัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คอยประกบดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มข้นเพื่อความปลอดภัย ส่วนรายละเอียดเนื้อหาเพิ่มเติมจากนี้ ทางกรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์จะรีบสรุปรายงานเพื่อชี้แจงให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไปด้วย




