แรงระเบิดจากการสู้รบตามแนว ชายแดนไทย-เมียนมา ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงทางทหารที่อยู่ไกลตัวของคน จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ตาก แต่เป็นสิ่งที่ขนานกับชีวิต เศรษฐกิจ และโครงสร้างอำนาจทางการเมืองของจังหวัดหน้าด่านตะวันตกมาอย่างยาวนาน
การปะทะระลอกล่าสุดระหว่าง รัฐบาลทหารเมียนมา กับ กองกำลังชาติพันธุ์ ทวีความรุนแรงจนสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืน ข้ามฝั่งมาตกในบ้านเรือนราษฎรไทยฝั่ง อ.แม่สอด จ.ตาก สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อประชาชน
ขณะเดียวกัน ยุทธการทิ้งระเบิดทางอากาศ ประชิดริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ในพื้นที่ อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ก็ผลักดันให้เกิดผู้หนีภัยการสู้รบข้ามพรมแดน กระทบต่อวิถีชีวิตและการค้าชายแดนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ในมิติทางการเมือง สภาพความไม่แน่นอนเหล่านี้กลับขับเน้นให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่หยั่งรากลึกของ 2 จังหวัดชายแดน ทั้งจ.แม่ฮ่องสอน จ.ตาก ซึ่งพื้นที่การเมืองระดับชาติและท้องถิ่นถูกจัดสรรแบ่งปันอย่างลงตัวระหว่าง 2 พรรค 'พรรคกล้าธรรม' และ 'พรรคภูมิใจไทย' ภายใต้การนำพาของตระกูล 'บ้านใหญ่' ที่ยึดโยงพื้นที่ไว้อย่างเหนียวแน่น
’แม่ฮ่องสอน’ สูตรคนละครึ่ง
แม่ฮ่องสอน ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบกลับมีการจัดสรรดุลอำนาจทางการเมืองอย่างประนีประนอมและคมคาย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีโควตาเพียง 2 ที่นั่ง
จบลงด้วยสูตร "แบ่งคนละครึ่ง" ที่สะท้อนฐานบารมีดั้งเดิมของนักการเมืองระดับท้องถิ่นอย่างเด่นชัด
เขตเลือกตั้งที่ 1 ชัยชนะตกเป็นของ ปกรณ์ จีนาคำ สวมเสื้อ พรรคกล้าธรรม ทายาทสายตรงของ ปัญญา จีนาคำ อดีต สส. แม่ฮ่องสอน หลายสมัย การเข้าป้ายของปกรณ์เกิดจากการหลอมรวมฐานคะแนนดั้งเดิมของ ตระกูลจีนาคำ ในเขตอำเภอเมือง ปาย และ ปางมะผ้า เข้ากับกลไกจัดตั้งอันทรงพลังของ พรรคกล้าธรรม
ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ตกเป็นของ สมบัติ ยะสินธุ์ สส. รุ่นเก๋าหลายสมัย ซึ่งตัดสินใจย้ายรังจากพรรคประชาธิปัตย์มาปักธงสีน้ำเงินให้ พรรคภูมิใจไทย
สมบัติ อาศัยสายสัมพันธ์แนบแน่นกับกลุ่มธุรกิจการเกษตรและฐานคะแนนใน แม่สะเรียง ขุนยวม แม่ลาน้อย และ สบเมย รักษาเก้าอี้ไว้ได้อย่างมั่นคง
แต่จุดโฟกัสที่แท้จริงของ จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ที่การเมืองท้องถิ่น ซึ่งตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยังคงตกเป็นของ อัครเดช วันไชยธนวงศ์ หรือ 'นายกเกี๊ยก' ที่ครองเก้าอี้ติดต่อกันมายาวนาน และเพิ่งกวาดชัยชนะขาดลอยในการเลือกตั้งท้องถิ่น
อัครเดช สืบสายเลือดมาจากตระกูล 'วันไชยธนวงศ์' บ้านใหญ่เชียงราย เป็นบุตรชายของ สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต สส. เชียงราย 7 สมัย และเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตกับ อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ. เชียงราย คนปัจจุบัน ตลอดจน สุธีระพงศ์ วันไชยธนวงศ์ สส. เชียงราย พรรคกล้าธรรม
ขณะเดียวกัน กิ่งก้านสาขาของตระกูลยังแผ่ไปถึง รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สส.เชียงราย ที่ย้ายไปสังกัดภูมิใจไทย และในอดีต อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ก็เคยเป็นตัวแทนแม่ฮ่องสอนทั้งในสภาสูงและสภาล่าง
บารมีของ ตระกูลวันไชยธนวงศ์ ที่แผ่ข้ามขุนเขาจาก เชียงราย มาฝังรกรากใน แม่ฮ่องสอน ทำให้ อัครเดช สามารถดำเนินบทบาทเป็นตัวกลางประสานประโยชน์ระดับชาติและท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน
‘ตาก’ ฐานที่มั่น 'ทวีเกื้อกูลกิจ'
เลียบแม่น้ำเมยลงมายัง จ.ตาก ประตูการค้าชายแดนอันคึกคักและซับซ้อนที่สุดของภาคตะวันตก ผลการเลือกตั้งระดับชาติสะท้อนภาพการแบ่งเค้กอำนาจอย่างชัดเจน โดย พรรคกล้าธรรมกวาดไป 2 เขต และ พรรคภูมิใจไทย ยึดกุม 1 เขต
สนามเขต 1 อ.เมือง และอำเภอโดยรอบ ตกเป็นของ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ จาก พรรคภูมิใจไทย ซึ่งทวงเก้าอี้คืนสำเร็จจากการขับเคี่ยวกับกระแสพรรคประชาชน
ส่วนเขต 2 ซึ่งครอบคลุม อ.แม่สอด และ พบพระ อันเป็นพื้นที่ชายแดนร้อนฉ่า ชิงชัย ก่อประภากิจ หรือ 'นายกเคี้ยง' อดีตนายก อบจ. ตาก สวมเสื้อ กล้าธรรม คว้าชัยชนะ นำประสบการณ์การเมืองท้องถิ่นมาปักธงผู้แทน
สำหรับเขต 3 อ.ท่าสองยาง และ แม่ระมาด ตกเป็นของ ภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส. พรรคกล้าธรรม ผู้มักเป็นกระบอกเสียงหลักในสภาผู้แทนราษฎรเรื่องปัญหาผลกระทบจาก การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา
ความน่าสนใจของ จ.ตาก ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สัดส่วน 2 ต่อ 1 ในสภาผู้แทนราษฎร หากแต่อยู่ที่อำนาจบริหารท้องถิ่นของ อบจ. ตาก ซึ่งตกเป็นของ อัจฉรา ทวีเกื้อกูลกิจ หรือ 'นายกจอย' อดีตรองนายก อบจ. ที่ขยับขึ้นมาเป็นนายก อบจ. ตาก
อัจฉรา คือ ภาพสะท้อนอันแจ่มชัดของคำว่าบ้านใหญ่ ด้วยฐานะภรรยาของ สส. ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ และเป็นลูกสะใภ้ของ ณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ อดีตนายก อบจ.ตาก หลายสมัย ผู้แผ่บารมีคุมท้องถิ่นเมืองตากมาอย่างยาวนานก่อนส่งไม้ต่อให้สะใภ้
ปรากฏการณ์การเมืองใน จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ตาก เผยว่าการเมืองไทยอย่างลึกซึ้งว่า ยิ่งสถานการณ์ภายนอกประเทศมีความผันผวนและเปราะบางมากเท่าใด กลไกอำนาจภายในพื้นที่กลับยิ่งโหยหาความแน่นอนและความต่อเนื่องมากขึ้นเท่านั้น
สูตรอำนาจที่ จ.แม่ฮ่องสอน แบ่งเก้าอี้คนละครึ่งระหว่าง ปกรณ์ จีนาคำ แห่ง กล้าธรรม กับ สมบัติ ยะสินธุ์ แห่งภูมิใจไทย โดยมี อัครเดช วันไชยธนวงศ์ แห่งตระกูลดังเชียงราย คุมเบ็ดเสร็จใน อบจ.
ประสานเข้ากับ จ.ตาก ที่ กล้าธรรม กวาด 2 เขต ภูมิใจไทย ยึด 1 เขต โดยมี อัจฉรา ทวีเกื้อกูลกิจ สะใภ้ใหญ่แห่ง ตระกูลทวีเกื้อกูลกิจ นั่งคุม อบจ. ไว้อย่างเหนียวแน่น ล้วนชี้ชัดว่าแนวรบด้านตะวันตกยังคงเป็นของ ภูมิใจไทย และ กล้าธรรม ภายใต้ร่มเงาบ้านใหญ่หลังเดิมที่ยากจะต่อกร







