เงินกู้วันนี้ เพิ่มภาษีวันหน้า ใช้ปรับโครงสร้างประเทศ ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

21 เม.ย. 2569 - 16:15

  • "ไม่มีเงินกู้ฟรี" ดร.ภาวิน เตือน พ.ร.ก.เงินกู้ดันหนี้ทะลุ 70% จี้รัฐใช้ปรับโครงสร้าง เลิกกระตุ้นระยะสั้น ย้ำทุกบาทคือภาษีที่ต้องจ่ายคืน

เงินกู้วันนี้ เพิ่มภาษีวันหน้า ใช้ปรับโครงสร้างประเทศ ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

ในสภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการตั้งคำถามต่อความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ประเด็นการออก "พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้" กลายเป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงอีกครั้งท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกันการออก พ.ร.ก.เงินกู้คงหนีไม่พ้น เรื่องข้อครหาที่ว่านี่คือการ "เลี่ยง" กระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาที่ปกติแล้วควรออกเป็น พระราชบัยญัติ (พ.ร.บ.) ที่ต้องมีความเห็นร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัยญัติที่รัฐสภาของไทย

SPACEBAR จะมาเจาะลึกมุมมองกับ ผศ.ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงนิยามความจำเป็นเร่งด่วน เพดานหนี้สาธารณะที่กำลังจะทะลุ 70% และทางออกที่รัฐบาลไทย อาจยังไม่กล้าบอกประชาชนตรงๆ

ช่องว่างงบประมาณ เหตุผลเบื้องหลัง ความจำเป็นเร่งด่วน

เมื่อถามถึงนิยามของ "ความจำเป็นเร่งด่วน" ในมุมมองเศรษฐศาสตร์การเมือง อาจารย์ภาวิน เริ่มต้นด้วยการฉายภาพให้เห็นถึง "ข้อจำกัด" ของระบบงบประมาณปกติ

"เราต้องย้อนกลับไปดูวิธีการงบประมาณของประเทศ กระบวนการจัดทำงบประมาณแผ่นดินใช้เวลาล่วงหน้าประมาณ 1 ปี สมมติว่าเป็นปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเริ่มในเดือนตุลาคม 2568 กระบวนการทำงบประมาณจริงๆ มันเริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2567 ระยะเวลาที่เหลื่อมกันนี้ทำให้งบประมาณไม่มีความพร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นภายหลัง"

อาจารย์ภาวิน ขยายความต่อว่า หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการทรัพยากรก้อนใหญ่ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้ช่องทางการกู้ยืมเงินผ่าน พ.ร.ก. เพราะไม่สามารถใช้งบประมาณที่ทำไว้ล่วงหน้าได้

เรามักจะใช้การกู้เงินฉุกเฉินในกรณีที่มีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจหรือประเทศอย่างรุนแรง เช่น วิกฤตโควิด-19 ซึ่งไม่มีใครคาดการณ์ได้ หรือสถานการณ์ล่าสุด ที่อยู่ดีๆ สหรัฐฯ ก็ยิงไปที่อิหร่าน สิ่งเหล่านี้ต้องการทรัพยากรก้อนใหญ่มาบริหารจัดการ ซึ่งผมคิดว่าสอดคล้องกับช่องทางการกู้เงินฉุกเฉินนี้

ผศ.ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล

เพดานหนี้ 70% กับความเสี่ยงที่ไทย ไม่เคยเจอในรอบ 30 ปี

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP กำลังจะทะลุเพดานที่ 70% ซึ่งอาจส่งผลต่อ "วิกฤตความเชื่อมั่น" และต้นทุนทางการเงินในอนาคต

"ในสมัยก่อนเราค่อนข้างกังวลว่า สัดส่วนหนี้ที่สูง จะทำให้เจ้าหนี้ไม่ยอมให้กู้ต่อ และทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น เป็นต้นทุนการกู้ยืมในอนาคตของรัฐบาล" 

อาจารย์ภาวิน ให้มุมมองที่น่าสนใจเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน "ในระยะเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา หนี้สาธารณะไทยไม่เคยเกิน 60% เลย เพิ่งมาเกินในช่วง 2-3 ปีนี้ และกำลังจะขยับเกิน 70% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์"

เมื่อเทียบกับกลุ่ม ASEAN-6 อาจารย์ระบุว่า แม้มาเลเซียและสิงคโปร์จะมีสัดส่วนหนี้สูงกว่าไทย แต่ประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม กลับมีสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ที่ต่ำกว่าเราแล้วในปัจจุบัน

'หนี้ในประเทศ' เกราะป้องกันที่ยังพอวางใจได้

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ภาวิน ยังให้มุมมองเชิงบวกว่าสถานะการคลังของไทยไม่ได้เปราะบางจนเกินไป เนื่องจากโครงสร้างหนี้เกือบทั้งหมดเป็นหนี้ภายในประเทศ

หนี้สาธารณะไทยส่วนใหญ่เกิน 90% หรืออาจจะเกือบ 99% เป็นหนี้ในประเทศและเป็นหนี้ระยะยาว ผ่านการออกพันธบัตรกู้เงินกับคนในประเทศ การบริหารจัดการจึงง่ายกว่า ไม่มีเรื่องความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน หรือความกังวลว่าเจ้าหนี้ต่างประเทศจะเปลี่ยนใจไม่อยากให้กู้ในวันดีคืนดี หากรัฐบาลกู้เพิ่มจากคนในประเทศเหมือนเดิม ผมคิดว่ายังบริหารจัดการได้อยู่

ผศ.ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล

โครงสร้าง vs กระตุ้น รัฐบาลควรจัดลำดับความสำคัญอย่างไร?

เมื่อมีเงินก้อนหลักแสนล้านจากการก่อหนี้ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ คำถามสำคัญคือควรนำไปใช้กับอะไร? ระหว่าง "แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง" หรือ "กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น"

อาจารย์ภาวิน แนะว่า "การใช้ทรัพยากรก้อนนี้ต้องคิดให้ลึก ไม่ควรใช้กับการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่ใช้แล้วหมดไป สิ่งที่เราต้องการมากกว่าคือ การปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ การหาพลังงานทางเลือก หรือกระจายพอร์ตพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป"

อาจารย์ภาวิน ยังได้เปรียบเทียบท่าทีของรัฐบาลไทยกับสิงคโปร์ในแง่ของ "ความจริงใจในการสื่อสาร"

"ผมเห็นตัวอย่างจากสปีชของ นายกฯสิงคโปร์ เขาไม่ได้แค่บอกว่ารัฐบาลทำอะไร แต่เขาสื่อสารว่าสถานการณ์จริงมันรุนแรง เรียกร้องให้คนในประเทศปรับตัวและร่วมฟันฝ่าอุปสรรค ท่าทีแบบนี้ผมยังไม่ค่อยเห็นจากรัฐบาลไทยที่มักจะบอกว่าน้ำมันยังพอนะ จะตรึงราคาไว้นะ แต่ความจริงรัฐบาลควรรายงานสถานการณ์ที่มันรุนแรง และเรียกร้องให้ผู้คนช่วยกันประหยัดพลังงาน หรือเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือก"

บทสรุปที่เลี่ยงไม่ได้ กู้ตอนนี้ ชำระคืนด้วยภาษีในอนาคต

ท้ายที่สุด อาจารย์ภาวินฝากข้อเตือนใจถึงประชาชนทุกคนว่า การกู้เงินของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องไกลตัว และผลกระทบจะย้อนกลับมาหาทุกคนอย่างแน่นอนผ่านระบบภาษี

ต้องตระหนักว่ารายได้หลักของรัฐบาลคือการจัดเก็บภาษี ถ้ารัฐบาลกู้เงินเยอะ ตอนชำระคืนก็หมายถึงการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีสรรพสามิต ทุกคนเสียหมดไม่มีข้อยกเว้น

ผศ.ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล

สำหรับกลไกการตรวจสอบที่ดูจะอ่อนแรงลงเมื่อเป็นการออก พ.ร.ก. อาจารย์เสนอว่ารัฐบาลต้อง "ใจกว้าง"

ต้องยอมรับว่า พ.ร.ก. มีกลไกตรวจสอบที่อ่อนกว่า พ.ร.บ. เพราะไม่มีรายละเอียดการใช้จ่ายผ่านสภาฯ รัฐบาลเองนั่นแหละ ที่ต้องเป็นคนรายงานว่าเงินกู้ก้อนนี้ถูกใช้ในโครงการอะไร และควรเปิดให้สังคมได้ถกเถียงกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและโปร่งใสที่สุด ท่ามกลางวิกฤตที่ทุกคนต้องแบกรับร่วมกัน

ผศ.ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล

ทัศนะของ ผศ.ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล เป็นภาพสะท้อนเพื่อสร้างความเข้าใจในมิติเศรษฐศาสตร์การเมืองของการกู้เงินสาธารณะ และกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้ถึงหน้าที่และการปรับตัวของภาคประชาชนในอนาคต

เพราะสุดท้ายแล้ว พรก. เงินกู้ อาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้รัฐบาลฝ่าวิกฤตได้ทันท่วงที แต่ต้องไม่ลืมว่าในโลกของเศรษฐศาสตร์ 'ไม่มีเงินกู้ก้อนไหนที่เป็นของฟรี' เพราะทุกบาทที่กู้มาในวันนี้ คือ ใบเสร็จภาษี ที่ประชาชนทุกรุ่นต้องร่วมกันจ่ายคืนในวันหน้าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์