มรสุมบ้านใหญ่ - ขวาง ‘วังน้ำยม’ ตระกูล ‘ลิมปะพันธุ์’ แห่ง ‘สวรรคโลก’ สส.หนึ่งเดียว โดนฟัน ‘ฮั้ว สว.’

15 ก.ย. 2569 - 19:00

  • "ตระกูลลิมปะพันธุ์" ครองฐานเสียงยาวนานตั้งแต่ ยุคเสรีไทย สู่การบริหารระดับชาติและท้องถิ่น ถือเป็นเสาเข็มสำคัญ ขวางการกวาดแลนด์สไลด์ "กลุ่มวังน้ำยม" ของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน"

  • ล่าสุด "สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์" สส.สุโขทัย ภูมิใจไทย ถูก กกต. ฟ้องคดีฮั้ว สว. ต่อศาลฎีกา ซึ่งเป็นบททดสอบใหญ่ สั่นคลอนอนาคตการเมือง-ฐานอำนาจตระกูล จะส่งมอบ "รุ่นต่อไป" อย่างไร?

มรสุมบ้านใหญ่ - ขวาง ‘วังน้ำยม’ ตระกูล ‘ลิมปะพันธุ์’ แห่ง ‘สวรรคโลก’ สส.หนึ่งเดียว โดนฟัน ‘ฮั้ว สว.’

ขณะที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งรายชื่อผู้ถูกร้อง 77 ราย ในคดีกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไปยังศาลฎีกา 

ปรากฏชื่อของ สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 4 พรรคภูมิใจไทย การปรากฏชื่อของเขาไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางคดีของบุคคลธรรมดา หากแต่สมเจตน์คือ สส.ปัจจุบันเพียงหนึ่งเดียว พรรคภูมิใจไทย ที่มีชื่อติดร่างแหถูกส่งฟ้องต่อศาลฎีกาในคดีฮั้ว สว. รอบนี้

แรงกระเพื่อมนี้ปลุกให้ชื่อของ "ตระกูลลิมปะพันธุ์" แห่งเมืองสวรรคโลก กลับมาเฉิดฉายในเวทีระดับชาติอีกครั้ง เพราะนี่ไม่ใช่ตระกูลการเมืองที่อาศัยกระแสพรรคเพียงงอย่างเดียวเข้าสู่สภา หากแต่คือ "บ้านใหญ่สวรรคโลก" ผู้ครองฐานเสียงเหนียวแน่นในพื้นที่ตอนบนของ จ.สุโขทัย มายาวนานหลายชั่วอายุคน 

เครือข่ายของตระกูลนี้ครอบคลุมตั้งแต่นักการเมืองระดับปูชนียบุคคลยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตลอดจนรัฐมนตรีผู้กุมบังเหียนกระทรวงเศรษฐกิจและการต่างปะเทศ ไปจนถึงแม่ทัพท้องถิ่นที่ยากจะโค่นล้ม

ความน่าสนใจในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองลุ่มน้ำยมคือ ตระกูลลิมปะพันธุ์ เปรียบเสมือน "เสาตอม่อต้นใหญ่" ที่ปักหลักขวางทางเดินของกลุ่มวังน้ำยมภายใต้การนำของ สมศักดิ์ เทพสุทิน มาโดยตลอด 

เกือบทุกครั้งที่ สมศักดิ์ พยายามรวมเสียงเพื่อสร้างปรากฏการณ์ชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ยกจังหวัด มักจะต้องสะดุดตอดอกใหญ่ที่ชื่อลิมปะพันธุ์ ณ เมืองสวรรคโลกเสมอ การทำความเข้าใจมรสุมคดีฮั้ว สว. ของสมเจตน์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องย้อนรอยดูโครงสร้างอำนาจ รากเหง้า และสายสัมพันธ์ทางการเมืองอันเข้มข้นของตระกูลนี้ตั้งแต่ยุคบุกเบิก

'ปู่เพ่ง' เสรีไทยแห่งสุโขทัย

รากเหง้าของตระกูลลิมปะพันธุ์เริ่มต้นที่อำเภอสวรรคโลก ซึ่งในอดีตเคยมีฐานะเป็นจังหวัดสวรรคโลกและเป็นศูนย์กลางการค้าไม้กับการเกษตรลุ่มน้ำยม 

บุคคลผู้ปักเสาหลักต้นแรกคือ เพ่ง ลิมปะพันธุ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า "ขุนเพ่ง" ในช่วง สงครามมหาเอเชียบูรพา เพ่งมีบทบาทสำคัญในขบวนการเสรีไทยสายสุโขทัย โดยใช้ไร่ฝ้ายของตนเองซึ่งตั้งอยู่ใกล้ค่ายเสรีไทยบ้านเปยเลิ้ง เป็นคลังซ่อนอาวุธยุทธภัณฑ์ของฝ่ายสัมพันธมิตร 

เมื่อทหารญี่ปุ่นสงสัยและยกกำลังมาตรวจค้น เพ่งได้ใช้ไหวพริบปฏิภาณและสถานะความเป็นนายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลกเจรจาต้อนรับขับสู้จนรอดพ้นวิกฤตมาได้

หลังสงครามสิ้นสุดลง เพ่งก้าวเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติอย่างเต็มตัว ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.จังหวัดสุโขทัย ในการเลือกตั้งเพิ่มเติมปี 2492 และรักษาเก้าอี้ไว้ได้ต่อเนื่องในการเลือกตั้งปี 2495 รวมถึงการเลือกตั้งเดือนธันวาคมปี 2500 

เพ่งยังดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลกและประธานสภาจังหวัดสุโขทัย ทำหน้าที่บุกเบิกโครงสร้างพื้นฐาน โรงเรียน และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งผลให้สาย ตระกูลลิมปะพันธุ์ ได้รับความเคารพนับถือจากชาวสวรรคโลก และกลายเป็นทุนทางสังคมก้อนแรกที่ส่งต่อให้คนรุ่นถัดมา

'ประพาส' ยุคทอง 'ลิมปะพันธุ์' รัฐมนตรีหลายกระทรวง

เมื่อเข้าสู่รุ่นลูก ไม้ผลัดใบแรกในเวทีระดับชาติตกเป็นของ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ บุตรชายของ เพ่ง และเป็นลุงของ สมเจตน์ โดย ประพาส เป็น นักการเมืองชั้นครู มีบุคลิกประนีประนอม สุขุม และมีเครือข่ายอำนาจกว้างขวางในเมืองหลวง 

สังกัดพรรคการเมืองชั้นนำหลายพรรค เช่น พรรคกิจสังคม พรรคสามัคคีธรรม จนถึงการดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา

ประพาส สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลลิมปะพันธุ์ด้วยการก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารในหลายคณะรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดำรงตำแหน่งยาวนานต่อเนื่องข้ามทศวรรษ ทั้งในยุค พล.อ.เปรม และยุค "น้าชาติ" พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งเป็นยุคเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า มีผลงานเจรจาการทูตโดดเด่นจนได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์คุณธรรมแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ชั้นที่ 1

รวมไปถึงการดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลชวน หลีกภัย ดูแลงานชลประทานและนโยบายปฏิรูปที่ดิน

การนั่งเก้าอี้เสนาบดีหลายกระทรวงของ ประพาส ทำให้แบรนด์ "ลิมปะพันธุ์" ยกระดับจากบ้านใหญ่ระดับอำเภอ กลายเป็นผู้เล่นแถวหน้าของเกมอำนาจระดับประเทศ

'สมชาติ' นายกเล็กตลอดกาล 'ประพฤติ' แม่ทัพท้องถิ่น

จุดแข็งที่ทำให้ตระกูลลิมปะพันธุ์รักษาสถานะบ้านใหญ่ไว้ได้ข้ามทศวรรษ คือการจัดวางกลยุทธ์แบ่งงานกันทำอย่างลงตัว ระหว่างงานการเมืองระดับชาติกับงานการเมืองระดับท้องถิ่น 

ในขณะที่ ประพาสโลดแล่นในทำเนียบรัฐบาล ฐานที่มั่นในพื้นที่ถูกดูแลโดยสองพี่น้อง คือ สมชาติ ลิมปะพันธุ์ และ ประพฤติ ลิมปะพันธุ์

สมชาติ ลิมปะพันธุ์ บิดาของ สมเจตน์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลกติดต่อกันยาวนานถึง 10 สมัย จนสื่อมวลชนและประชาชนขนานนามให้เป็น "นายกเทศมนตรีตลอดกาล"

สมชาติ ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง ด้วยสไตล์การทำงานที่เข้าถึงประชาชนทุกระดับ ดูแลทุกข์สุขอย่างใกล้ชิด พัฒนาโรงเรียนในสังกัดเทศบาล และสร้างภูมิทัศน์ริมแม่น้ำยมจนกลายเป็นโมเดลเทศบาลที่เข้มแข็ง 

ความผูกพันนี้เปลี่ยนให้เทศบาลเมืองสวรรคโลกกลายเป็นฐานที่มั่นที่ไม่มีคู่แข่งคนใดเจาะทะลุได้โดยง่ายๆ ในการเมืองระดับจังหวัด ประพฤติ ลิมปะพันธุ์ ผู้เป็นอาของสมเจตน์ ได้ขยายอิทธิพลของตระกูลเข้าสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สุโขทัย ระหว่าง พ.ศ. 2541–2543

ทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกสภาจังหวัด (ส.อบจ.) ใน 4 อำเภอตอนบน ได้แก่ สวรรคโลก ศรีสัชนาลัย ทุ่งเสลี่ยม และศรีนคร ให้ผนึกกำลังเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน

ศึก 2 ขั้ว ลุ่มน้ำยม 'สวรรคโลก' ชน 'วังน้ำยม'

บริบทการเมืองจังหวัดสุโขทัยถูกแบ่งขั้วอย่างชัดเจนตามภูมิศาสตร์และสายสัมพันธ์ ทางตอนล่างและตอนกลาง ซึ่งประกอบด้วยอำเภอเมืองสุโขทัย อ.กงไกรลาศ อ.คีรีมาศ และ อ.ศรีสำโรง เป็นอาณาจักรของกลุ่ม "เทพสุทิน" นำโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน, อนงค์วรรณ เทพสุทิน ภริยา และ พรรณสิริ กุลนาถศิริ น้องสาว  ขณะที่ทางตอนบน โดยเฉพาะ อ.สวรรคโลก เป็นเขตอิทธิพลของ "บ้านใหญ่ลิมปะพันธุ์"

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สมศักดิ์ พยายามรวมเสียงสุโขทัยให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้ร่มธงของกลุ่มวังน้ำยม โดยมุ่งหวังเป้าหมาย "สุโขทัยแลนด์สไลด์" กวาด สส. ยกจังหวัด 

แต่ความพยายามดังกล่าวต้องเผชิญหน้ากับการปะทะของ ตระกูลลิมปะพันธุ์ อยู่หลายระลอก การแข่งขันดุเดือดเกิดขึ้นทั้งในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.สุโขทัย ในปี 2554 ที่ขั้วเทพสุทินและขั้วลิมปะพันธุ์เปิดศึกชิงเก้าอี้กันอย่างเปิดเผย ไปจนถึงการเลือกตั้งระดับชาติทุกครั้ง

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 เมื่อสมศักดิ์ตัดสินใจย้ายกลับพรรคเพื่อไทยเพื่อร่วมขบวนแลนด์สไลด์ สมศักดิ์ ได้ผนึกกำลังกับ ประศาสตร์ ทองปากน้ำ ผลักดัน "โบว์"ประภาพร ทองปากน้ำ ลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 3 และส่ง จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ลงในเขตเลือกตั้งที่ 4 เพื่อหวังปิดประตูไม่ให้ตระกูลลิมปะพันธุ์ได้ที่นั่ง

แม้ในเขต 3 ประภาพร จะคว้าชัยให้พรรคเพื่อไทยได้ แต่ในเขต 4 ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใจกลางสวรรคโลก สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย เอาชนะจักรวาลไปได้อย่างเด็ดขาด 

การชนะในเขตนี้ทำให้ สมเจตน์ กลายเป็น สส. พรรคภูมิใจไทย เพียงคนเดียวในสุโขทัย และทำลายเป้าหมายแลนด์สไลด์ยกจังหวัดของกลุ่มสมศักดิ์ลงได้สำเร็จ

ไม้ผลัดใบยุค 'สมเจตน์'

สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ทายาทรุ่นหลาน ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2544 สังกัดพรรคชาติพัฒนา ก่อนจะย้ายตามบริบทการเมืองไปพรรคไทยรักไทย พรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม และปักหลักอยู่พรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 

สั่งสมประสบการณ์จนเป็น สส.สุโขทัย รวม 5 สมัย พร้อมได้รับความไว้วางใจจากแกนนำพรรคสีน้ำเงินให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (อนุทิน ชาญวีรกูล)

อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเมืองของสมเจตน์ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ จากกรณีที่ กกต. มีมติส่งชื่อผู้ถูกร้อง 77 ราย ในสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. ชุดล่าสุดไปยังศาลฎีกา โดย สมเจตน์ ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งใน บุคคลที่ถูกส่งฟ้อง

การเป็น สส. เพียงหนึ่งเดียวของพรรคภูมิใจไทยที่ถูกส่งชื่อไปศาลฎีกาในคดีนี้ ทำให้ สมเจตน์ และ บ้านใหญ่ลิมปะพันธุ์ ตกเป็นเป้าสายตาของสาธารณชนในทันที 

เส้นทางอำนาจของ ตระกูลลิมปะพันธุ์ ที่ดำเนินข้ามผ่านยุคสงครามโลก ยุคเผด็จการทหาร และการแข่งขันกับมังกรการเมืองอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน พิสูจน์ให้เห็นถึงความลึกของรากฐานและความผูกพันที่พวกเขาสร้างไว้กับคนสวรรคโลก 

สมรภูมิการเมืองยุคปัจจุบัน มรสุมคดีฮั้ว สว. ย่อมเป็นบทพิสูจน์ที่หนักหน่วงที่สุดว่า ตระกูลการเมืองใหญ่แห่งสวรรคโลก จะยืนหยัดเพื่อส่งต่อสู่รุ่นถัดไปได้หรือไม่ หรือจะต้องพบกับจุดเปลี่ยนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ "การเมืองลุ่มน้ำยม"

อ้างอิง

komchadluek/ pridi / pubhtml5 /

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์