กรณี “การเสนอสินบน 40 ล้านบาท เกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์” และเครือข่ายเว็บพนันกว่า 4,000 เว็บไซต์ กำลังถูกหยิบกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมคำถามสำคัญว่า สิ่งที่ถูกกล่าวอ้างนั้นมีหลักฐานรองรับมากน้อยเพียงใด
รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ. กรณีการเสนอสินบน 40 ล้านบาทเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ โดยระบุว่า ขณะนี้มี 2 ประเด็นหลักที่ต้องตรวจสอบ ทั้งเรื่องการติดสินบนรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในประเด็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และเรื่องเว็บไซต์พนันกว่า 4,000 เว็บ ซึ่งเชื่อมโยงกับ “นายคิว” บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามติดสินบน ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผ่านผู้ช่วย สส. รายหนึ่ง
เปิดไทม์ไลน์ “นายคิว” ตั้งแต่พบผู้ช่วย สส. ถึงรัฐมนตรี
รังสิมันต์ ระบุว่า กมธ.ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ชัดเจนขึ้น โดย ฉัตรมงคล รังสรรค์พันธุ์ ผู้ช่วยดำเนินงานของ สส. พรรคภูมิใจไทย พูดคุยกับ “นายคิว” เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2568 ที่ร้านขายกระเบื้องแห่งหนึ่ง ก่อนมีการประสานงานไปยัง วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568 และวรศิษฎ์ประสานงานต่อไปยังไชยชนกในวันที่ 30 ก.ย. 2568
รังสิมันต์ กล่าวว่า ไทม์ไลน์ดังกล่าวทำให้เห็นลำดับการประสานงานชัดเจนมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการออกหมายเรียกหรือสอบปากคำ “นายคิว” แต่อย่างใด
“นายคิว” ปฏิเสธตัวตน ปมคำกล่าวอ้างเริ่มสั่นคลอน
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เคยระบุว่าจะเรียกตัว “นายคิว” มาดำเนินการสอบถาม กระทั่งเมื่อวานมีการทำหนังสือเชิญและสอบปากคำ ก่อนเข้าชี้แจงต่อ กมธ.ในวันนี้
อย่างไรก็ตาม “นายคิว” ให้การปฏิเสธว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ ไชยชนก กล่าวถึง ทำให้ กมธ.ตั้งคำถามว่า ข้อเท็จจริงที่ ไชยชนก นำไปอภิปรายในสภาฯ และแจ้งความกล่าวโทษนั้น มีมูลความจริงหรือไม่
รังสิมันต์ ยังระบุว่า ทั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) และสอบสวนกลางก็ไม่มีการดำเนินการใด ๆ กับ “นายคิว” ก่อนหน้านี้
ตั้ง 2 สมมติฐาน “อภิปรายเท็จ” หรือรัฐละเว้นหน้าที่
รังสิมันต์ ระบุว่า หากข้อเท็จจริงที่ไชยชนกนำมาอภิปรายเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 ไม่เป็นความจริง ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นการอภิปรายเท็จ แต่หากเรื่องดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงจริง ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบต่อการละเว้นปฏิบัติหน้าที่
“มีความเป็นไปได้ว่า ไชยชนก จะเป็นการอภิปรายเท็จเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ปี 68 ถ้าเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจริง ๆ ถ้าไม่ได้เป็นการอภิปรายเท็จและเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจริง ๆ ก็แสดงว่าจะต้องมีผู้รับผิดชอบจากการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในฝั่งของตำรวจ หรือแม้กระทั่งกระทรวงดีอีก็ตาม”
ไม่พบหลักฐานรองรับ “เว็บพนัน 4,000 เว็บ”
ประธาน กมธ. กล่าวว่า คณะกรรมาธิการตรวจสอบต่อว่า ขณะนี้มีข้อเท็จจริงใดสนับสนุนคำกล่าวอ้างเรื่องเว็บไซต์พนันกว่า 4,000 เว็บหรือไม่ แต่จากข้อมูลของ สอท. สอบสวนกลาง และกระทรวงดีอี ยังไม่พบข้อเท็จจริงที่สนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว
รังสิมันต์ จึงระบุว่า หากไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม ก็มีความเป็นไปได้ว่าไชยชนกอาจให้ข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จต่อสภา และอาจรวมถึงการแจ้งความอันเป็นเท็จต่อกองปราบ
ขณะเดียวกัน หากปรากฏภายหลังว่าเรื่องเว็บพนัน 4,000 เว็บเป็นความจริง ตำรวจก็ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้า เนื่องจากไม่มีการดำเนินการใด ๆ มาเกือบ 1 ปี
กมธ.มีมติเรียก ‘ไชยชนก-วรศิษฎ์’ แจง 17 ก.ย.
จากประเด็นดังกล่าว กมธ.มีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ออกคำสั่งเรียก ไชยชนก ชิดชอบ มาชี้แจง และมีมติ 8 ต่อ 2 ใช้อำนาจเรียก วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มาชี้แจงในวันที่ 17 ก.ย. 2569 เวลา 09.30 น.
รังสิมันต์ กล่าวว่า หวังว่าทั้งสองคนจะให้ความร่วมมือในการมาตอบข้อซักถาม เพราะข้อเท็จจริงที่ กมธ.ได้รับทำให้เริ่มไม่แน่ใจว่า คำกล่าวอ้างที่ไชยชนกพูดต่อสภาและนำไปแจ้งความดำเนินคดีนั้น มีมูลความจริงหรือไม่
หากไม่มาแจง เตรียมพิจารณาตามกฎหมาย
ส่วนหากทั้งสองคนไม่เข้าร่วมประชุมจะมีผลอย่างไร รังสิมันต์ กล่าวว่า จะต้องมีการชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร และต้องพิจารณาว่าการไม่มาชี้แจงดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย กมธ.อาจใช้อำนาจตรวจสอบต่อไป โดยระบุว่าไชยชนกและวรศิษฎ์มีพันธะตามกฎหมายในการตอบข้อซักถามของ กมธ. ซึ่งมีกฎหมายรองรับทั้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 และ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจเรียกของกรรมาธิการ
จาก “สินบน 40 ล้าน” สู่คำถามว่าใครต้องรับผิดชอบ
การตรวจสอบของ กมธ.จึงกำลังขยับจากข้อกล่าวหาเรื่อง “สินบน 40 ล้านบาท” ไปสู่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงของ “นายคิว” และเครือข่ายเว็บพนันกว่า 4,000 เว็บ โดยมีไทม์ไลน์การประสานงานและคำปฏิเสธของบุคคลที่ถูกระบุชื่อเป็นจุดสำคัญ ขณะที่ กมธ.เลือกเดินหน้าตรวจสอบทั้งสองทาง คือหากข้อกล่าวอ้างไม่เป็นจริง ผู้กล่าวอ้างอาจต้องตอบคำถามเรื่องข้อมูลที่นำเสนอต่อสภา แต่หากเป็นเรื่องจริง ก็ย่อมตามมาด้วยคำถามว่าเหตุใดหน่วยงานรัฐจึงไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจังตลอดเกือบ 1 ปี
คำชี้แจงของ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ และ ‘วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์’ ในวันที่ 17 ก.ย. จะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของการคลี่ปมดังกล่าว




