‘สว.’ หวั่น ‘แลนด์บริดจ์’ ซ้ำรอย โฮปเวลล์-คลองด่าน

12 พ.ค. 2569 - 15:46

  • ‘สว.ชูชีพ‘ เตือน ‘รัฐบาล’ เร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เสี่ยงเสียค่าโง่ซ้ำ

  • แนะให้ศึกษารอบด้าน-รอบคอบ ฟังเสียงประชาชน

  • ’ อ่านเกมรบ.กำลังถอย หนุนให้เป็นโครงการแรกที่ยุติ หลังเจอค้านหนัก

‘สว.’ หวั่น ‘แลนด์บริดจ์’ ซ้ำรอย โฮปเวลล์-คลองด่าน

ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี ‘พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์’ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารายงานพิจารณาศึกษา เรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(แลนด์บริดจ์) ซึ่งคณะกรรมมาธิการการคมนาคม พิจารณาเสร็จแล้ว และญัตติเรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดย ‘นรเศรษฐ ปรัชญากร’ สว.เป็นผู้เสนอ 

‘ชูชีพ เอื้อการณ์’ สว. อภิปรายว่า ส่วนตัวไม่ได้คัดค้านการพัฒนา แต่ขอให้รัฐบาลศึกษาอย่างรอบคอบ  รวมถึงภาระทางการคลัง รวมถึงควรให้สังคมตรวจสอบเข้าถึงได้ โดยไม่เป็นสะพานภาระให้กับคนไทยและไม่ควรให้คนไทยเสียค่าโง่ เหมือนหลายโครงการที่ผ่านมา เช่น โครงการโฮปเวลล์ คลองด่าน ทั้งนี้ตนกังวลว่าหากมุ่งที่เม็ดเงินหรือจีดีพี แต่ทำให้ความรวยจะกระจุกที่กลุ่มคน ขณะที่ความจนจะตกอยู่ที่ประชาชน สิ่งที่ต้องถามว่าหากประเทศไทยสร้างได้แล้วจะมีสายการเดินเรือมาใช้หรือไม่ เพราะเพิ่มต้นทุนการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ หากทำแแล้วไม่มีคนมาใช้ อาจกลายเป็นอนุสาวรีย์ของการศึกษาที่ผิดพลาดได้ 

ส่วนตัวมีข้อเสนอต่อรัฐบาลคือ เปิดเผยรายงานฉบับเต็ม ตั้งผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระศึกษาอย่างเป็นกลาง และวิเคราะห์ผลเลวร้ายไว้ล่วงหน้า วิเคราะห์ผลกระทบ รวมถึงเจรจากับผู้ใช้บริการจริงให้ชัดเจน นอกจากนั้นเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ได้รับความเสี่ยง  ทั้งนี้ไม่ได้เสนอให้รัฐบาลปิดประตูแลนด์บริดจ์แต่ควรศึกษาอย่างรอบด้าน เปิดเผยข้อมูลด้วยความจริงใจ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนตรวจสอบ หากจะให้แลนด์บริดจ์เป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจแท้จริง ต้องพิสูจน์ว่าไม่เป็นสะพานภาระให้ลูกหลานต่อไปในอนนาคต 

ด้าน 'นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ' สว. กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลตั้ง 'เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ' รองนายกฯ และรมว.คลัง ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ประกอบกับรายงานฉบับดังกล่าวของกมธ. มองว่าเป็นสัญญาณให้ถอยโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ดีตนมองว่าหากไม่มีโครงการดังกล่าวในคำแถลงนโยบายไม่ควรเดินหน้า เพราะมีผลกระทบต่อพื้นที่ ประชาชน เศรษฐกิจ และไม่คุ้มค่าการลงทุน ทั้งนี้ขอให้เป็นโครงการตัวอย่างที่รัฐบาลจะยุติเพราะมีความเห็นคัดค้านและข้อท้วงติงจากประชาชน ทั้งนี้ตนไม่ปฏิเสธการพัฒนา แต่ปฏิเสธการพัฒนาที่สุ่มเสี่ยง ที่ประเมินแล้วไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงตกเหว 

ขณะที่ 'อัจรพรรณ หอมรส' สว. อภิปรายว่าตนมองว่าควรทางเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อเป็นทางเลือกของเส้นทางเดินเรือ จากเดิมที่มีเส้นทางเดินเรือที่ช่องแคบมะละกาเท่านั้น ทั้งนี้ในอนาคตจากความขัดแย้งทางภูมิภาคอย่าคิดว่าจะปิดช่องแคบมะละกาไม่ได้ อย่างไรก็ดีตนมองว่าเป็นโอกาส ทั้งนี้ตนมีข้อเสนอแนะขอให้รัฐบาลระวังงทุนต่างชาติและความมั่นคง โดยเฉพาะการให้ทุนต่างชาติ เช่าที่ดินระยะยาว อย่าปล่อยให้ต่างชาติตั้งฐานทัพในพื้นที่ และ รัฐบาลต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมากกว่าปัจจุบัน  

“เรื่องนี้เป็นเรื่องทางนโยบาย แม้ไม่เคยหาเสียง หรือ ไม่ปรากฎในคำแถลงนโยบาย แต่รัฐบาลสามารถทำได้ เพราะนโยบายไม่ใช่การกระทำทางการปกครองที่ต้องมีฐานอำนาจตามกฎหมายก่อนเริ่มคิดหรือเริ่มทำ เพราะเป็นคนละเรื่องที่รัฐบาลไม่ทำตามคำแถลงหรือสัญญาประชาชน  ทั้งนี้อย่าให้การทำโครงการขัดกับรัฐธรมนูญไม่ว่าจะประเมินคุ้ม จะสร้างหรือไม่ต้องฟังเสียงประชาชนให้รอบด้านเพื่อให้การตัดสินใจเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน”

อัจรพรรณ อภิปราย 

/////

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์