จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ชี้แจงบางช่วงบางตอนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก ว่า “ข้อเสนอทั้งหมดนี้ทางกระทรวงได้บันทึกไว้ และจะนำไปปรับปรุงในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ เรารับข้อเสนอและเป็นกระทรวงที่เปิดกว้าง พร้อมทำงานร่วมกับทุกคน งบประมาณที่ตั้งในปีนี้งบกระทรวงแรงงานได้เพิ่มมากขึ้นร้อยละ 5 เทียบกับหน่วยงานอื่นที่ถูกปรับลดเกือบทั้งหน้ากระดาษ งบในส่วนของการทำภารกิจของกระทรวงบางส่วนถูกตัดลง เพราะข้อจำกัดด้านงบประมาณ ขณะนี้เราไม่ได้ขยายกรอบเรื่องการขาดดุลเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องการขับเคลื่อนภาครัฐภายใต้วินัยการเงินการคลังให้มีความเหมาะสม จึงมีการปรับงบประมาณในหลายกระทรวงลง”
รมว.แรงงาน กล่าวต่อไปว่า “กระทรวงแรงงานที่ถูกเพิ่มมากขึ้น มาจากเงินสมทบของผู้ประกันตนในส่วนของสำนักงานประกันสังคม จริง ๆ สิ้นเดือนกันยายนนี้จะมีเงินคงค้างเหลืออยู่ประมาณ 42,000 กว่าล้านบาท แต่หากมองย้อนกลับไปสัก 10 ปี จะเห็นว่า งบประมาณคงค้างในส่วนนี้คงค้างประมาณ 100,000 ล้านบาท หลังจากมี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 ก็เป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้ภาครัฐถูกกำกับ โดยจำเป็นต้องชำระหนี้สินอย่างเป็นสัดส่วน”
ปีนี้เราตั้งงบประมาณในส่วนของหนี้คงค้างประมาณ 7 พันกว่าล้านบาท ซึ่งเป็นเจตจำนงที่เรามีความตั้งใจ ยืนยันกรอบที่มีการหารือกับสำนักงบประมาณไว้ว่าจะยึดมั่นในกรอบนี้ เพื่อให้กลไกของภาครัฐผ่านทางงบประมาณสามารถชำระเงินที่คงค้างกับผู้ประกันตนให้ได้ไปไกลที่สุด กรอบกำหนดไว้ปี 2574 ซึ่งยืนยันว่าผมจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด
จุลพันธ์ ยังกล่าวว่า ในส่วนของการ Upskill-Reskill พัฒนาทักษะของมนุษย์ ตรงนี้ก็ตรงกันกับกระทรวงแรงงานในยุคปัจจุบันที่ต้องการพัฒนาให้แรงงานไทยตามทันโลก แต่ต้องยอมรับในข้อเท็จจริงว่ามีการถูกปรับลดลงในงบประมาณของการ Upskill-Reskill แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของกระทรวงแรงงานลดทอนลง สิ่งที่ต้องทำคือการทำ Upskill-Reskill แบบตรงเป้า ซึ่งชัดเจนว่าจะต้องดูในภาคอุตสาหกรรม และภาคการผลิตที่เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อทำให้แรงงานไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เป็นโจทย์หลักที่พวกเราตั้งเป้าไว้ทั้งในอุตสาหกรรม EV หรือโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางกระทรวงแรงงานต้องปรับหลักสูตร
พร้อมเผยด้วยว่า สิ่งที่เราทำอีกอย่างหนึ่งคือการ “เรียนได้งบจบได้งาน” ซึ่งมีการบรรจุงบประมาณไว้ในงบประมาณปี 70 จริง ๆ เราขอมากกว่านี้ แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณก็ได้รับการจัดสรรมาประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอในการทำเฟสนำร่อง ซึ่งการเรียนได้งบเป็นการตอบโจทย์ในการพัฒนาทักษะฝีมือของคน เพราะต้องลาหรือขาดจากงานของตัวเองที่ทำอยู่มาพัฒนาทักษะ ซึ่งจะมีงบประมาณบางส่วนเข้าไปช่วยเหลือจุนเจือ เพื่อให้สามารถดำรงชีพและเลี้ยงครอบครัวได้ เราได้คุยกับสภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม มีการทำงานส่วนย่อยในการไปพูดคุยกับภาคเอกชน และมีการพูดคุยต่อไปว่าทักษะคืออะไร และจะอบรมแบบไหน แล้วมาจัดเรื่องคอร์สอบรมร่วมกัน เพื่อสร้างให้กลไกการพัฒนาทักษะฝีมือเกิดขึ้นได้จริง จะเพิ่มโอกาสให้แรงงานจบมามีรายได้มากขึ้น
รัฐบาลไม่ได้ละเลย นายกรัฐมนตรีเองได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ พวกผมเองที่อยู่ในกระทรวงที่เกี่ยวเนื่องกับทุนมนุษย์ก็มีการหารือกันตลอด วันนี้ถึงแม้งบประมาณประจำปีจะมีข้อจำกัด แต่เราพูดถึงอีกหนึ่งส่วนของงบประมาณที่สามารถดำเนินการได้ เช่น พระราชกำหนดเรื่องการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถ้าไปดูในรายละเอียดจะเห็นว่าส่วนหนึ่งมีการพูดถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ที่ชัดเจน เป็นหนึ่งในโครงการที่สามารถส่งคำขอไปยังกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินการพัฒนาคนแรงงานได้ ในส่วนของการจ้างงานเราก็พัฒนาเรื่องการเปิดตลาดใหม่ ๆ เราต้องกระจายความเสี่ยง ขยายขอบเขตของตลาดที่เรามีอยู่
รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมสวัสดิการ เรื่องการติดตามความเดือดร้อนของแรงงาน เราต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งทางกระทรวงมีการเตรียมความพร้อมอยู่ในงบประมาณปีปัจจุบันแล้ว ซึ่งเราเดินหน้าแล้วเรียบร้อย วันนี้กระทรวงแรงงาน ถ้าหากติดตามในเรื่องของทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) คนใช้งานหลักคือ กทม. ซึ่งขณะนี้เรื่องเดือดร้อน เรื่องร้องเรียนจากประชาชนมีจำนวนมาก เราจึงร่วมมือกับทางกระทรวง อว. พัฒนาระบบทราฟฟี่ฟองดูว์สำหรับกระทรวงแรงงาน เชื่อว่าจะเสร็จภายในปลายเดือนนี้ ซึ่งจะเป็นระบบใหม่ที่พี่น้องแรงงานสามารถใช้งานได้ และขยายขอบเขต ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตามก็สามารถร้องเรียนได้
ฝากสมาชิกโปรดติดตามการทำงานของพวกเรา เรายินดีในการตรวจสอบ และพร้อมที่จะอธิบายในส่วนของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกทุกท่าน โดยเฉพาะในชั้นของกรรมาธิการ ส่วนใดที่เป็นประโยชน์เราก็พร้อมเดินหน้า ส่วนใดที่ท่านสมาชิกมีข้อท้วงติง หากมีเหตุและผล การปรับเปลี่ยนเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกทุกท่านอยู่แล้ว ทางกระทรวงแรงงานยินดีให้ความร่วมมือกับการทำงานของสมาชิกทุกท่าน





