‘ประชาชาติ’ แฉใช้รถ กอ.รมน. ยิงถล่มรถ ‘สส.กมลศักดิ์’ ชี้ดู ‘ผู้จ้างวาน-เหตุจูงใจ’

3 เม.ย. 2569 - 15:42

  • ‘พรรคประชาชาติ’ แฉใช้รถยนต์ กอ.รมน. ยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ก่อนชำแหละชิ้นส่วน ชี้สร้างฉากใช้อาวุธสงคราม ยิงด้านหน้าเบี่ยงเบนปมก่อเหตุ ‘กมลศักดิ์’ หวัง ‘ชุดคลี่คลายคดี’ ให้ความกระจ่าง โยง ‘การเมือง’ หรือไม่ ด้าน ‘ทวี’ จี้ นายกฯ-ผบ.ทบ. ดูแลคดี อย่าให้ตัดตอนผู้กระทำผิด

‘ประชาชาติ’ แฉใช้รถ กอ.รมน. ยิงถล่มรถ ‘สส.กมลศักดิ์’ ชี้ดู ‘ผู้จ้างวาน-เหตุจูงใจ’

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ แถลงข่าวกรณี พนักงานสอบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดีลอบยิงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ และพบรถยนต์ที่ก่อเหตุได้

พ.ต.อ.ทวี ว่า ขอเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ และมีการออกหมายจับแล้ว จึงขอให้กำลังใจตำรวจชุดที่คลายคดี แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีความสบายใจไม่สบายใจ คือรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุคันสีขาวทราบว่าเป็นรถยนต์ของทางราชการ และหลังจากกระทำผิดแล้วได้นำไปชำแหละนำชิ้นส่วนบางชิ้นไปทิ้งน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยราชการนั้นคือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีคุม กอ.รมน. ซึ่ง กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยในสายงานบังคับบัญชาของการสืบสวนสอบสวน จึงอยากขอความมั่นใจในการดำเนินการเรื่องนี้

“ถ้ารัฐบาลหรือผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่มาแสดงบทบาทในการกำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายก็จะ เกิดความสงสัยขึ้น รวมถึงกรณีของการลอบสังหารปลัดอำเภอ จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนโดยใช้ข้อมูลทางนิติศาสตร์ เข้าคลี่คลายให้เกิดความจริง และเราหวังว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ถูกครอบงำในการทำงาน จึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในและ ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในรวมถึงแม่ทัพภาคที่4 ซึ่งดูแลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้พวกท่านให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่หวาดกลัวกับอิทธิพลใดๆอย่างไรก็ตาม ตนได้บอกเรื่องนี้กับนายกฯไปแล้วซึ่งท่านก็จะดูแลให้ แต่เมื่อเกิดเหตุแล้ว และสภาพเป็นลักษณะนี้เรากลัวว่าจะมีการตัดตอน“

ทางด้าน กมลศักดิ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุมีการควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่ง ตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ดังนั้นประเด็นความบาดหมางส่วนตัวจึงตัดไปได้เลย แต่จากหลักฐานที่พบจึงน่าจะสืบทราบได้ว่าเหตุจูงใจในการยิงนั้นคืออะไร ซึ่งพฤติการณ์ในการก่อเหตุ เช่นใช้ปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก ซึ่งไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงแน่นอนว่าหวังเอาชีวิตแต่เบี่ยงเบนว่าพุ่งเป้าไปที่คนขับ ซึ่งจากสภาพรถยนต์ของตน ไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธสงครามลักษณะดังกล่าว อีกทั้งคนขับรถของตนก็อยู่บ้านตามปกติไม่จำเป็นจะต้องตามมาจากอำเภอหาดใหญ่

กรณีนี้คดีค่อนข้างโชคดีตรงพยานหลักฐานจากกล้องหน้ารถ สามารถบันทึกภาพได้ชัดเจนว่าเป็นรถยนต์ประเภทไหน จึงนำไปสู่การขยายผลแกะรอยจนกระทั่งพบการแยกชิ้นส่วน รถจนทราบได้ว่าเป็นรถของ กอ.รมน. นราธิวาส ทั้งนี้เมื่อทราบผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่พบว่ามีความขัดแย้งส่วนตัว ก็ต้องไปดูว่าใครเป็นผู้บงการ จ้างวานหรือมีเหตุจูงใจอย่างไรในการก่อเหตุครั้งนี้

เมื่อถามว่า เหตุใดคนร้ายถึงพุ่งเป้าไปที่การยิงไปด้านกระจกคนขับทั้งสองด้านทั้งที่เป้าหมายอยู่ที่ กมลศักดิ์ ซึ่ง กมลศักดิ์กล่าวว่า คงต้องถามผู้ก่อเหตุว่าทำไมถึงพลาดแล้วทำไมไม่ลงมายิงซ้ำ ซึ่งรายละเอียดในขั้นตอนของการปฎิบัติ ทั้งการสื่อสารของผู้ก่อเหตุ และกล้องวงจรปิดตลอดทางจากหาดใหญ่จะเป็นส่วนที่สามารถนำไปหาคำตอบได้

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ถึงการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการข่มขู่ให้มีการเปลี่ยนสีเสื้อพรรคการเมือง กมลศักดิ์ กล่าวว่าตอนนี้พยานหลักฐานที่ชัดมีแค่รถทางราชการ ตนเชื่อว่าราชการจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ทั้งนี้หากยุ่งเกี่ยวก็ต้องมีการเชื่อมโยงกันให้ได้ ตนจึงอยากให้ชุดคลี่คลายคดี ให้ความกระจ่างเรื่องนี้โดยเร็ว

เมื่อถามว่า อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่าพรรคการเมืองไปจ้างคนใน ราชการ ก่อเหตุ กมลศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามพนักงานสอบสวน ตนไม่อยากกล่าวหาใครง่ายๆ เดี๋ยวจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท

ส่วนกรณีที่รถดังกล่าวเป็นของนาวิกโยธินมีความเชื่อมโยงกับ สมพร ซึ่งถูกเชิญตัวมาสอบสวนหรือไม่นั้น ตนยังไม่มีข้อมูลตอนนี้ จึงอยากให้พนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี ขยายผลตรงจุดนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะจากพฤติการณ์พบว่ามีการแบ่งงานกันทำหลายคนการติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงถึงใครทั้งก่อนเกิดเหตุและ ช่วงก่อเหตุ ก็เรียกมาในฐานะของพยานก็ได้ แต่ถ้าหลักฐานเชื่อมโยงก็ต้องเป็นผู้ต้องหา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์