






อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวง ภาคเอกชน ห้างค้าส่งและค้าปลีก ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ร่วมงานด้วย
โดยนายกฯ กล่าวว่า “วันนี้มีความยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการไทยช่วยไทยลดภาระลดค่าครองชีพ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงที เราทราบกันดีว่าสถานการณ์ความขัดแย้งการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ราคาพลังงานในภาวะเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพของประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยของเราเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะการนี้ด้วย”
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้คำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลจึงได้ขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการออกมาตรการต่างๆ เพื่อดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มุ่งเน้นการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค ด้วยการร่วมมือกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสนับสนุนให้สินค้าที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของประชาชนมีราคาที่เหมาะสม และเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยมีราคาที่ถูกกว่าราคาที่หาได้ตามท้องตลาด เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดี และข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ทุกคน ผมทราบดีว่าทุกท่านได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่งในการที่จะจัดหาสินค้าเหล่านี้เพื่อมาลดภาระ ลดความเดือดร้อนของประชาชน
ที่จะต้องกล่าวถึงและอาจจะต้องพูดได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือความร่วมมืออันดีจากท่านทั้งหลายที่เป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หลายรายที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งสินค้าที่ร้านค้าปลีกหรือห้างสรรพสินค้าเป็นเจ้าของแบรนด์ (กลุ่มเฮาส์แบรนด์) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าผ่านมาตรฐานคุณภาพดี สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ในราคาสมเหตุสมผล เราพยายามจะหาสินค้าที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาป้าย และราคาที่ทางราชการใช้คำว่าราคาสมเหตุสมผลที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ง่าย ฟังดูอาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้
พูดง่ายๆ วันนี้กระทรวงพาณิชย์รับนโยบายรัฐบาลในการไปหาสินค้าที่ทางผู้ผลิตยินดีที่จะลดราคาต้นทุนค่าการตลาด เนื่องจากผู้ผลิตเหล่านี้เป็นคนไทยด้วยกัน รับทราบถึงความเดือดร้อนถึงสถานการณ์ และต้องการมีจิตที่เป็นกุศลเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระคนไทย ในขณะเดียวกันก็จะทำให้สินค้าเหล่านี้ได้ถูกแพร่กระจายไปยังผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สินค้าถึงแม้จะเป็นสินค้ารองลงมา แต่คุณภาพ
ผมได้ถามปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนของผมตั้งแต่อนุบาล เขาไม่โกหกผมแน่ คุณภาพอาจจะไม่สวยงามเท่าสินค้าที่อยู่ในห้าง แต่ตรงนี้ทำให้เรามีความมั่นใจว่าประชาชนก็จะสามารถที่จะเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้ และสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือประชาชนจะสามารถประหยัดเงินในกระเป๋า เพื่อมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกวัน
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ตั้งใจมาซื้อของเยอะ ที่บ้านยาสีฟันหมด เพื่อพิสูจน์ว่าปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้พูดกับผมจริงหรือไม่ เพราะผมทราบยี่ห้อที่ผมต้องซื้อแล้วว่ายาสีฟันวันนี้ต้องซื้อยี่ห้ออะไร ถ้าเทียบกับที่ผมใช้อยู่ทุกวัน ถ้ามีรสเค็มๆ และรสสะอาดๆ ข้างนอกถึงจะเป็นยี่ห้ออะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าข้างในคุณภาพเดียวกัน ประชาชนก็ไม่ได้สูญเสียอะไร และยังสามารถที่จะช่วยประหยัดเงินได้ด้วย นี่คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลด้วยความมีประสิทธิภาพ ผมได้ทำงานกันอย่างใกล้ชิดกับทางกระทรวงพาณิชย์ และได้เห็นถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่น รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของประชาชนในยามวิกฤตเหล่านี้
พวกเราทุกคนตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะสร้างสิ่งที่เป็นการลดภาระให้กับประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่จะมาลดภาระค่าครองชีพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และสินค้าแบรนด์ทางเลือกให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยสามารถก้าวผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง
โครงการนี้เป็นการช่วยคนไทยไม่ต้องไปพึ่งพาใคร เราต้องช่วยเพื่อนร่วมชาติของเราทุกคนด้วยความเต็มใจ ด้วยความรัก ความสมานสามัคคี สมัยเป็นเด็กมีเพลงอยู่ท่อนหนึ่งที่บอกว่า ‘ถ้าไทยไม่ช่วยไทยแล้วใครจะมาช่วยเรา’ และจบด้วยคำว่า ‘ไทยเพื่อไทยอุดหนุนไทย ไทยพวกเรา’ คนแต่งเพลงนี้มาจากอนาคตเหมือนกันเมื่อ 30-40 ปีก่อน เป็นเพลงที่ฟังแล้วมันติดอยู่ในมโนสำนึก เราก็ถือว่านี่เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องดำเนินต่อไป มันเป็นสัจธรรม เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนพึงจะปฏิบัติ ไม่ใช่เฉพาะในยามข้าวยากหมากแพง หรือในยามที่มีวิกฤตการณ์ใดๆ ก็ตาม แต่ในยามปกติเราก็ต้องรักกัน สามัคคีกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป้าหมายทั้งหลายที่เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นเหมือนที่เราอยากเห็น ประเทศไทยมีสถานะในเวทีโลก ประชาชนอยู่ดีมีสุข มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ใช่เรื่องยาก มั่นใจว่าพวกเราทำได้ถ้าเราร่วมมือกัน
ภายหลังเปิดงาน นายกฯ เดินเยี่ยมชมบูธร้านค้าที่เข้าร่วม “ไทยช่วยไทย” พร้อมอุดหนุนสินค้าราคาประหยัดหลายรายการ และจ่ายเงินสดด้วยตัวเอง ก่อนหันมาบอกผู้สื่อข่าวว่า “วันนี้ซื้อไปยังไม่ถึง 1,000 บาทเลย” โดยเลือกซื้อทั้งยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก กระดาษทิชชู น้ำยาล้างจาน ข้าวสาร ผลไม้กระป๋อง ไข่ไก่ ยาสระผม ครีมอาบน้ำ สบู่ และข้าวกล้องขนาด 5 กิโลกรัม
จากนั้น นายกฯ แวะร้านขายข้าวสาร พร้อมสอบถามว่า “สามารถสั่งไปได้เยอะๆ ได้หรือไม่ จะนำไปเยี่ยมชาวบ้าน” ก่อนตัดสินใจซื้อข้าวสาร 5 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม ชิมข้าวหอมมะลิใหม่ 100% และซื้อน้ำมันปาล์ม 12 ขวด โดยระบุว่าจะนำไปใช้ประกอบอาหาร พร้อมใส่สินค้าทั้งหมดลงรถเข็นและเข็นออกมาด้วยตัวเอง










