ก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค สมาชิกวุฒิสภา ที่มี นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.เป็นประธาน วาระพิจารณากรณีการดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้มีการนับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี
โดยเชิญผู้แทน เข้าร่วม ดังนี้แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง มอบหมายให้ ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เข้าร่วมแทนผ่านซูม, ประยูร วัฒนศิริบรรจง ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมผ่านซูม, คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายคดีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ได้รับผลกระทบ เบญจพร สุขสว่าง, กนกวรรณ สร้อยสน, มนัสนันท์ กรเกษม, เจษฎา เลาสุวรรณาหยก, คุณัชญ์ สิงห์สา และ กัณพงศ์ แก้วทอ

นรเศรษฐ์ เปิดเผยว่า วันนี้เชิญผู้ถูกฟ้อง ประชาชน และ กกต.มาชี้แจงเนื่องจากเป็นความสนใจสาธารณะ มีข้อสังเกตหลายอย่างเป็นการฟ้องปิดปาก (SLAPP) โดยผู้มีอำนาจรัฐ และผู้ถูกฟ้องคือ ประชาชนที่ทำการตรวจสอบการทำงานของ กกต. หลายคนได้ติดตามข่าว พบมีเหตุความผิดปกติเกิดขึ้นในกระบวนการนับคะแนน ภาคประชาชนจึงติดตามตรวจสอบในกระบวนการ กกต. ซึ่งเข้าใจว่ามีพฤติกรรมบางอย่างที่เป็นการละเมิดการทำงานของ กกต. แต่การประชุมวันนี้ จะให้ กกต.ชี้แจงว่า พฤติกรรมเหล่านั้นเป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ที่ได้แจ้งข้อหากับประชาชนหรือไม่ เป็นการตีความตามตัวอักษรตามกฎหมายว่ามีการละเมิด หรือเป็นการตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าเป็นการละเมิดจริง ๆ หรือไม่
นรเศรษฐ์ ย้ำว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมาก หลังจาก กกต.ตั้งข้อกล่าวหา และฟ้องประชาชน ก็เกิดความหวาดกลัว โดยเฉพาะประชาชนที่มีการตรวจสอบ หลายครั้ง กกต.บอกว่า ข้อความหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในโซเชียลมีเดียผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ทั้งที่ข้อมูลที่มีความผิดพลาด ซึ่ง กกต.ได้นำขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ ก็เป็นความผิดพลาดเช่นกัน
ทั้งหมดเป็นความกังวลที่เกิดขึ้น เพราะหากเกิดการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจ ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ที่จะตรวจสอบจะทำให้เกิดการฟ้องปิดปาก วันนี้จะเป็นพื้นที่ให้ทั้งสองฝั่งได้ชี้แจง ทั้งฝั่งประชาชนที่จะชี้แจงในเจตนารมณ์ในสิ่งที่ทำวันนั้น และ กกต.จะชี้แจงด้วยว่าสิ่งที่ กกต.มองว่าผิด และฟ้องประชาชน ด้วยสาเหตุอะไร นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ประชาชนมีข้อสงสัย เช่น ไฟล์กล้องวงจรปิดที่หายไป หลักฐานในกองขยะ จะมีการสอบถาม กกต.เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนชลบุรีสงสัย จึงต้องไปเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งกันข้ามคืน
ส่วนมีจุดมุ่งหมายในการประชุมวันนี้ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ไกล่เกลี่ยเรื่องคดีความด้วยหรือไม่ นรเศรษฐ์ กล่าวว่า เป็นความตั้งใจ เพราะการฟ้องร้องประชาชนแบบนี้ ไม่เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย ในส่วนประชาชนหากสุดท้ายศาลเห็นว่า เจตนารมณ์เป็นไปด้วยการตรวจสอบ อาจไม่ได้ถูกลงโทษจริง แต่ก็เป็นภาระที่ต้องไปพิสูจน์ตัวเอง ขณะที่ภาพลักษณ์ กกต.เอง การฟ้องร้องประชาชนก็ไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ดี ตนเองจึงเห็นว่า ควรทำความเข้าใจ เปิดเผยกระบวนการต่างๆ ให้โปร่งใส
สำหรับคําถามต่าง ๆ นรเศรษฐ์ เชื่อว่า คงไม่ใช่แค่ประชาชนที่ถูกฟ้อง แต่ประชาชนทั่วประเทศตั้งคำถามเดียวกัน และสังคมยังไม่ได้คําตอบที่ชัดเจนจาก กกต. ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่ได้เหตุผลที่ เลขาฯ กกต.ไม่เข้าชี้แจงในวันนี้ ขณะที่เรื่องกระบวนการความผิดปกติ ต้องรอ กต.ชี้แจง ทั้งกระบวนการการจัดเก็บหีบ ว่าในแต่ละที่เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องด้วยหรือไม่
ส่วนการดําเนินการของ กมธ.หลังจากนี้ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง กมธ.เราเดินหน้าทำรายงานเรื่องการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม รอการนำเสนอในสภาอยู่ ส่วนตัวรู้สึกว่า จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา รายงานของเราไม่รู้จะมีประโยชน์หรือไม่ เพราะเรื่องการเลือกตั้งที่ถูกต้องคําถามเยอะมาก กมธ.มีอีกหลายประเด็นที่ยังต้องตามต่อไป เช่น บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยได้ทําหนังสือขอไปยัง กกต. ในส่วนเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง การทําบัตรเลือกตั้งของทั้งปี 66 และ 69 เพื่อนํามาเปรียบเทียบกัน พบว่าสเปกของบัตรเลือกตั้งมีการระบุเฉพาะเจาะจงหรือไม่

สำหรับท่าทีที่ กกต.มีการเรียกประชุมด่วน เรื่องเฟคนิวส์ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ กกต.นั้น นรเศรษฐ์ เชื่อว่า คําถามต่าง ๆ ที่ประชาชนมีต่อ กกต. สิ่งที่ กกต.สามารถทําได้ดีที่สุด คือออกมาชี้แจงความจริงรวมถึงแสดงขั้นตอนต่าง ๆ ให้โปร่งใสที่สุด การที่ออกมาพูดว่าสิ่งต่าง ๆ เป็นเฟคนิวส์นั้น แม้เชื่อว่า บางอย่างอาจจะมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่บางเรื่องประชาชนก็สงสัยจริงๆ กกต.จึงควรอธิบาย ทั้งข้อสงสัยเรื่องการเก็บหีบบัตร คะแนนที่ยังรวมไม่ได้ คะแนนที่มีการปรับขึ้นปรับลงตลอดเวลา รวมถึงกระบวนการการนับคะแนนที่อยู่ในห้องลับของ กกต.เอง
เมื่อถามถึงกรณีที่ นันทนา นันทวโรภาส สว. เตรียมรวมรายชื่อเพื่อยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ นรเศรษฐ์ กล่าวว่า เรื่องการยื่นอยู่ในอํานาจหน้าที่ของ สว. แต่ยังไม่ไปถึงตรงนั้น ยังอยู่ในกระบวนการที่ กกต. ต้องอธิบายให้ประชาชนฟัง รับทราบก่อน หากอธิบายแล้ว ประชาชนยังรู้สึกว่า ไม่เชื่อมั่นในคําอธิบาย หรือขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการทํางานเหล่านี้ ก็คงไม่ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งครั้งนี้แต่ยังส่งผลต่อระบบประชาธิปไตยด้วย แต่ส่วนที่ สว.จะมีการดําเนินการอย่างไรนั้น ยังไม่มีการพูดคุยกัน ถ้าจะไปถึงกระบวนการนั้น คนต้องมีการพูดคุยกันใน สว.ก่อน

ด้าน เบญจพร เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 คำร้องที่ยื่นไปถูกปัดตกทั้งหมด และในวันที่ตนเองเปิดหีบ แถลงการณ์ของ กกต.ไม่ตรงความเป็นจริง และพูดไม่หมด กกต.ไม่ได้พูดถึงหลักฐานที่เราเจอ ไม่ได้พูดถึงสาเหตุไม่ได้ที่ไม่ได้ปิดหีบ และคิดว่า ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.ไม่ได้นำหลักฐานทั้งหมดไปชี้แจงกับเลขาธิการ กกต. เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนยังคาใจ
ตลอดระยะเวลาที่เราชุมนุม ผู้ใหญ่ทางภาครัฐไม่ค่อยให้ความร่วมมือ กกต.มาเก็บหลักฐานไม่ครบ พูดง่าย ๆ คือไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเราถูกฟ้องปิดปาก เพราะทุกสิ่งที่ทำมีหลักฐาน มีกล้องวงจรปิด และกล้องของสื่อมวลชน ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้กระโดดข้ามรั้วตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ เพราะประกาศเรียกผู้ใหญ่แล้ว แต่ไม่มีใครให้ความร่วมมือ และรู้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้มีการฟ้องกลับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ที่ได้ฟ้องตนเองในข้อหาบุกรุกแล้ว ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจบ แต่แทนที่จะชี้แจงข้อมูลด้วยเหตุผลกลับใช้กฎหมายโต้ตอบ





