Photo Story 'นิสิต-นักศึกษา' ยื่นศาลปกครองกลาง วินิจฉัย 'บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด'

16 ก.พ. 2569 - 14:47

  • 'นิสิต-นักศึกษา' ยื่นศาลปกครองกลาง วินิจฉัย 'บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด' ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เหตุ ละเมิดหลักการ 'ลงคะแนนลับ' 

Photo Story 'นิสิต-นักศึกษา' ยื่นศาลปกครองกลาง วินิจฉัย 'บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด'

ภาคประชาชน กลุ่มนิสิต นักศึกษา เดินทางมายังศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยขอให้ศาลพิจารณาว่า บัตรเลือกตั้งที่มีรหัส Barcode ซึ่งสามารถระบุ หรือย้อนกลับไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนได้นั้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากละเมิดหลักการ "การลงคะแนนลับ" ตามรัฐธรรมนูญ 

ETC-16feb2026-SPACEBAR-Photo01.jpg

เนื่องจากหากบัตรเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมส่งผลให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา อาจเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 

นอกจากนั้น ยังทำการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้มีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากจะแก้ไขเยียวยา หากมีการรับรองผลไปก่อน 

ETC-16feb2026-SPACEBAR-Photo02.jpg

ส่วนควรยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจําศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า กรณีการสั่งหรือการกระทําของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่สั่งให้มีการออกแบบบัตรในลักษณะนี้ ถือเป็นคําสั่งหรือการกระทําทางปกครอง จึงต้องมายื่นต่อศาลปกครอง ซึ่งเคยมีแนวคําวินิจฉัยหรือคําพิพากษาของศาลปกครอง หมายเลขแดง 607-608/2549 ว่า กรณีนี้อยู่ในเขตอํานาจพิจารณาของศาลปกครองกลาง เพราะคําสั่งเรื่องการกําหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่การกระทําในทางรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ในเขตอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ  

สำหรับคําสั่งหรือวิธีการดําเนินการให้ออกแบบบัตรเลือกตั้ง จนสามารถสืบย้อนกลับไปได้นั้น เป็นคําสั่งหรือการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทําให้บัตรเลือกตั้งดังกล่าว เมื่อถูกนําไปใช้ในการเลือกตั้ง อาจส่งผลให้การเลือกตั้งดังกล่าวนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย  

ส่วนจะถึงขั้นเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ทนาย ย้ำว่า คํานิยามเช่นนั้น ตนไม่สามารถตอบเช่นนั้นได้ แต่หากกรณีศาลเห็นว่าเป็นการใช้บัตรเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเลือกตั้ง ศาลอาจมีคําสั่งให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยห้ามใช้บัตรเลือกตั้งที่สามารถสืบย้อนไปยังถึงตัวตนคนที่มาลงคะแนนเสียงได้แต่ถ้าจะตีความอย่างนั้น ก็ใช่   

ส่วนจะมีแค่การเลือกใหม่ในส่วนของ สส.บัญชีรายชื่ออย่างเดียวหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาวินิจฉัยของศาลปกครอง อาจไม่ได้จำกัด และจะใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ ในการที่ศาลจะประทับรับฟ้องหรือมีคําสั่ง ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาวินิจฉัยของศาลปกครองเช่นเดียวกัน ตามระเบียบ เราขอให้ศาลดําเนินการเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน เพราะหากมีการรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ หากภายหลังศาลวินิจฉัยว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจจะเกิดสถานะที่ยากต่อการเยียวยาในภายหลัง โดย ต้นขั้ว และบัตรเลือกตั้ง หากศาลมีคำสั่ง จะต้องจัดเก็บด้วยวิธีการความปลอดภัย ภายใต้การกํากับดูแลหรือคําสั่งของศาล เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล 

เมื่อให้เปรียบเทียบกรณีนี้กับการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ ในปี 49 และ 57 ซึ่งมีพฤติการณ์ต่างกัน ทนาย ระบุว่า ศาลปกครองเคยวินิจฉัยว่า เพียงแค่สามารถคาดเดาได้ว่า บุคคลนั้น ลงคะแนนเสียงอย่างไร ก็วินิจฉัยว่าขัดต่อการลงคะแนนโดยลับแล้ว ส่วนคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดว่า แค่อยู่ในวิสัยที่สามารถรู้ได้ ก็ถือว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนเสียงโดยลับแล้ว หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่อยู่ในวิสัย หรือสามารถคาดการณ์ แต่เพียงแค่สแกน ก็สามารถรู้ได้อย่างแม่นยํา ยิ่งตอกย้ําว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ ขัดต่อการลงคะแนนโดยลับอย่างชัดเจน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์