Photo Story : บรรยากาศหลังปิดหีบ’ จับตาการนับคะแนน ‘เลือกตั้งใหม่คันนายาว’

22 ก.พ. 2569 - 19:01

  • จับตาหน่วยเลือกตั้งใหม่คันนายาว หลังสังคมตั้งคำถาม ‘รหัสต้นขั้ว’ บน ‘บัตรสีชมพู’ หายไปไหน ?

  • ด้าน ‘ไอติม’ ชี้ 5 ข้อ หาก ‘กกต.’ ยืนยัน 8 ก.พ. ถูกต้อง ต้องใช้แนวปฏิบัติเดียวกันทุกประการ

Photo Story : บรรยากาศหลังปิดหีบ’ จับตาการนับคะแนน ‘เลือกตั้งใหม่คันนายาว’

บรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศปิดการลงคะแนนตามเวลาที่กำหนด ท่ามกลางสายตาของประชาชน อาสาสมัคร และสื่อมวลชนที่ยังคงเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นหน่วยเลือกตั้งใหม่เพียงแห่งเดียวของ กทม. โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการปิดทางเข้า–ออกคูหา และตรวจสอบความเรียบร้อยภายในหน่วย จากนั้นจึงมีกระบวนการปฏิบัติที่ต้องทำตามระเบียบของ กกต. ก่อนจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการนับคะแนน 

Election-recount-on-February-22-2026-4-SPACEBAR-Photo01.jpg
Election-recount-on-February-22-2026-4-SPACEBAR-Photo02.jpg

สำหรับหน่วยเลือกตั้งแห่งนี้ มีการนับคะแนนพร้อมกัน 3 ประเภทบัตร ได้แก่ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต (สีเขียว) บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) บัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง) 

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความสนใจต่อ 'บัตรสีชมพู' ที่ก่อนหน้านี้มีข้อสังเกตในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับรูปแบบบัตรที่จัดพิมพ์ใหม่ ซึ่งไม่มี 'ตัวเลขต้นขั้ว' แบบที่เคยปรากฎในบัตรเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.2569 ทำให้บรรยากาศการเฝ้ารอผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เต็มไปด้วยสายตาที่จดจ่อ  

Election-recount-on-February-22-2026-4-SPACEBAR-Photo03.jpg
Election-recount-on-February-22-2026-4-SPACEBAR-Photo04.jpg
Election-recount-on-February-22-2026-4-SPACEBAR-Photo05.jpg

ขณะที่ 'พริษฐ์ วัชรสินธุ'  โฆษกพรรคประชาชน ที่เดินทางมาร่วมสังเกตการณืการนับคะแนนด้วย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าส่วนตัวเป็นส่วนหนึ่งของตัวแทน 'พรรคประชาชน' ที่มาสังเกตการณ์และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่  ซึ่งเดินทางมาพร้อมรองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคครสส. ในพื้นที่นี้  

โดยท่ามกลางข้อพิรุธ และข้อสังเกตหลายประการของพรรคประชาชนและสังคมได้ตั้งคำถามขึ้นมา มองว่าหากกกต. ยังคงยืนยัน ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างถูกต้องทุกประการ และเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยลับ แสดงว่าการออกเสียงในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ต้องเหมือนกับแนวปฏิบัติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกประการ  

โดยแบ่งออกเป็น 5 ข้อ หากกกต. ยืนยันว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาทำอย่างถูกต้อง  

  1. บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและ QR Code อยู่  
  2. ประชาชนที่มาใช้สิทธิ์ต้องเห็นรหัสบัตรต้นขั้ว ซึ่งภาพที่ปรากฏตามสำนักข่าว พบว่าต้นขั้วบัตรไม่ได้มีรหัสดังกล่าว  
  3. รหัสต้นขั้วต้องเปลี่ยนตามลำดับ  
  4. ต้องเห็นเจ้าหน้าที่มีการจดลำดับในบัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง  
  5. ควรเห็นเจ้าหน้าที่ชูบัตรและขานคะแนนต่อหน้าประชาชน โดยไม่มีเจตนาจงใจปิดบาร์โค้ด หรือ QR Code บนบัตร  

ดังนั้น หาก กกต. ยืนยันว่าการดำเนินการวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกต้อง วันนี้ก็ควรเห็นแนวปฏิบัติทั้ง 5 ข้อ แต่หากไม่ตรงกัน สังคมย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถามได้ 

Election-recount-on-February-22-2026-4-SPACEBAR-Photo06.jpg
Election-recount-on-February-22-2026-4-SPACEBAR-Photo07.jpg

ส่วนกรณีตัวเลขบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลง จะใช้เป็นหลักฐานยื่นร้องตามมาตรา 157 หรือไม่ พริษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเก็บข้อมูล โดยประเด็นรหัสต้นขั้วเป็นหนึ่งในห้าข้อ ต้องรอพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ว่าภาพที่ปรากฏสะท้อนทุกกรณีหรือไม่ หากพบความแตกต่างจะเป็นข้อเท็จจริงประกอบคำร้อง 

เมื่อถูกตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดต้นขั้วบัตรจึงไม่มีตัวเลข พริษฐ์กล่าวว่า การที่ผู้ใช้สิทธิ์เห็นรหัสบนต้นขั้ว อาจกระทบหลักการออกเสียงโดยลับ เพราะประชาชนเกิดความเคลือบแคลง หากวันนี้มีการใช้บัตรที่รหัสตรงกับต้นขั้วแต่ผู้ใช้สิทธิ์ไม่เห็นรหัสดังกล่าว ถือเป็นแนวปฏิบัติที่แตกต่างกัน ต่อประเด็นนิยามคำว่า 'ลับ' พริษฐ์ระบุว่า มีสองแนวคิด  

โดยพรรคประชาชนเห็นว่า 'ลับ' ต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เลย ขณะที่อีกกลุ่มซึ่ง กกต. สนับสนุน มองว่าแม้ตรวจสอบได้แต่หากทำได้ยากก็ยังถือว่าเป็นลับ พร้อมย้ำว่าแนวทางของพรรคสอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่าการออกเสียงต้องไม่อาจตรวจสอบย้อนกลับได้ 

“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราไม่เคยกล่าวหาว่ากกต. จงใจทำการทุจริต แต่การที่มีการเลือกใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ระบุระหัสใต้บัตร เป็นการเปิดช่องโหว่ ที่ทำให้พรรคการเมืองหรือว่าผู้สมัคร หากรับรู้ระบบจะสามารถออกแบบกระบวนการเพื่อเช็คว่าใครกาให้กับใครได้ ซึ่งจะทำให้การออกเสียงนั้นไม่ลับไปแล้ว ซึ่งสิ่งนี้จะใช้เพื่อประกอบคำฟ้องในมาตรา 157  ด้วย วันนี้ถ้ากกต. มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการ ตนคิดว่าจะเป็นการเพิ่มข้อเท็จ และจะตีความได้ว่ากกต. ยอมรับ ข้อบกพร่องที่ได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569”  

ส่วนกรณีกูรูทางกฎหมายออกให้ความคิดเห็นซึ่งอาจจะมีความขัดแย้งในข้อมูล  แต่ละคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ทางพรรคประชาชนยังแสดงความคิดเห็น เหมือนกับกลุ่มความเห็นที่หนึ่ง ว่าเมื่อเรานิยามคำว่าลับ คือตรวจสอบไม่ได้ ไม่ใช่ตรวจสอบได้ยากหรือไม่ยาก ซึ่งความเห็นของเราสอดรับกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า ลับ หมายถึงไม่อาจตรวจสอบย้อนกลับไปได้  

สำหรับกรอบระยะเวลาดำเนินการประชาชนได้มอบหมายรองหัวหน้าพรรค ในการทำคำฟ้อง ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีแผนที่จะยื่นในสัปดาห์หน้า พร้อมย้ำว่าจะนำข้อเท็จจริงในวันนี้ประกอบในคำฟ้องด้วย 

Election-recount-on-February-22-2026-4-SPACEBAR-Photo08.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์