อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวดึงปารมี ไวจงเจริญ หรือครูจวง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้ามาเป็นทีมงานของตัวเอง ว่า ตนเองสนิทกับปารมี มา 10 กว่าปีแล้ว ก่อนมาเล่นการเมือง ซึ่งก่อนที่จะชวนมาทำงานร่วมกันก็ทราบว่า ปารมีไม่ได้เป็น สส.แล้ว เมื่อตนเองได้พูดคุยกับปารมี ทราบว่าปารมีจะกลับไปเป็นติวเตอร์ จึงชวนมาทำงานร่วมกัน ไม่ได้มีประเด็นอะไรมาก
ส่วนปารมีจะย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อัครนันท์ กล่าวว่า ไม่มี ด้วยความสนิทสนม เมื่อตนเองมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อยากพัฒนาการศึกษา จึงอยากได้คนแบบปารมีมาทำงาน ชวนให้มาช่วยงานไม่ได้ชวนมาสังกัดพรรคเพื่อไทย เรื่องพรรคการเมืองก็ว่ากันไป แต่ละพรรคไม่เหมือนกัน คิดว่าปารมีมีคุณค่าในการทำงานร่วมกันในด้านการศึกษาเท่านั้น ไม่มีอะไรมาก
สำหรับกรณีที่ปารมี ยังเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนอยู่นั้น เรื่องนี้ตนเองไม่ได้พูดคุย เพราะชวนกันแบบพี่น้องให้มาทำงานร่วมกัน แต่ในเรื่องพรรคการเมืองต้องให้ปารมีไปเคลียร์ในส่วนนั้น
ส่วนได้มีการพูดคุยหรือไม่ว่าในอนาคตข้างหน้าปารมีจะย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทย อัครนันท์ กล่าวว่า ไม่เคยพูดเรื่องการเมืองใดๆ ไม่เคยพูดว่าจะต้องมาอยู่พรรคเพื่อไทยเพราะอย่างที่บอกพวกเราเป็นนักการเมืองมีหัวโขนของทุกคน ไม่รู้ว่าเราจะอยู่กี่เดือนกี่ปี พอเรามาทำงานตรงนี้เราอยากทำให้มันดี และอยากได้คนเก่งมาร่วมงานกัน สักพักจะมีคนเก่งๆ ที่ไม่ใช่นักการเมือง
ผมมองว่า หากมองแต่เรื่องพรรคการเมือง ประเทศไทยก็ไม่ก้าวหน้า สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้คนเก่งๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าพรรคการเมือง หากมองแต่พรรคการเมืองก็จะไม่ได้คนเก่งๆ มีความคิดเหมือนเรามาทำงานด้วยกัน ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดถึงพรรคการเมือง
— อัครนันท์ กล่าว
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะไม่เกิดดราม่าจากพรรคประชาชนอีกใช่หรือไม่ อัครนันท์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าตนเองและเพื่อนๆ พี่ๆ ในพรรคประชาชนก็สนิทกันหลายคน วันนี้ก็จะไปทานข้าวกับกรุณพล เทียนสุวรรณ อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถ้าวันนี้มองแต่ว่า มีเเนวคิดที่ไม่เหมือนกัน แล้วจะคบกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถคบใครได้แล้ว




