ย้อนคดี ‘น้ำเงิน’ ขึ้น ‘ศาลฎีกา’ ไม่รอด! ถึงคิว ‘ฮั้ว สว.’ 229 คน จับตา 3 แนวทาง กกต.

28 ส.ค. 2569 - 18:00

  • ย้อนรอยคดี ‘นักการเมืองค่ายน้ำเงิน’ ที่เคยผ่านด่าน ‘ศาลฎีกา’ ซึ่งหลายคดีลงเอยด้วยทั้งโทษจำคุกและการตัดสิทธิทางการเมือง ก่อนจับตาคดีใหญ่ ‘ฮั้ว สว.’ ที่กำลังเดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยหัวต่อ

ย้อนคดี ‘น้ำเงิน’ ขึ้น ‘ศาลฎีกา’ ไม่รอด! ถึงคิว ‘ฮั้ว สว.’ 229 คน จับตา 3 แนวทาง กกต.

‘จักรวาลสีน้ำเงิน’ กำลังถูกจับตาอย่างหนัก ในคดีการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดเวลานี้ เมื่อปม ‘ฮั้ว สว.’ เดินทางมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รอเพียงมติของ กกต.ว่าจะส่งสำนวนให้ ‘ศาลฎีกา’ พิจารณาหรือไม่

เรื่องนี้ ทำให้ต้องย้อนกลับไปดูคดีในอดีตที่ ‘นักการเมืองจากค่ายสีน้ำเงิน’ เคยขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกากันมาแล้ว ก็จะพบว่า บทสรุปของ ‘พวกเขาเหล่านั้น’ ไม่ได้สวยงามนัก


info-blue-party-28-aug-2028.png

‘เสียบบัตรแทนกัน’ 3 สส.ภูมิใจไทย

คุก 9 เดือน ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

หนึ่งในคดีใหญ่ที่สะเทือน ‘ค่ายน้ำเงิน’ คือคดี ‘เสียบบัตรแทนกัน’ ของ 3 อดีต สส. 

 • ฉลอง เทอดวีระพงศ์

 • ภูมิศิษฏ์ คงมี

 • นาที รัชกิจประการ

คดีนี้ เกิดขึ้นจากการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2563 ซึ่งมีการลงชื่อเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนแทนกัน ขณะที่บางคนไม่ได้อยู่ในห้องประชุมในช่วงเวลาที่มีการลงคะแนน

ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกทั้ง 3 คน คนละ 9 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และต่อมาองค์คณะผู้พิพากษาวินิจฉัยอุทธรณ์ของศาลฎีกายืนคำพิพากษาเดิมในปี 2567

พูดง่ายๆ คือ เมื่อคดีไปถึงชั้นศาลฎีกาแล้ว บทสรุปของ 3 นักการเมืองค่ายสีน้ำเงินในคดีนี้ คือ ‘ไม่รอด’


‘กนกวรรณ’ ปมที่ดินเขาใหญ่

ปิดฉากเส้นทางการเมืองตลอดชีวิต

อีกคดีสำคัญคือ ‘กนกวรรณ วิลาวัลย์’ อดีต รมช.ศึกษาธิการ และอดีต สส.ภูมิใจไทย ถูกกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีการครอบครองที่ดินบริเวณเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี

ศาลฎีกา พิพากษาว่า ‘กนกวรรณ’ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สั่งให้พ้นจากตำแหน่ง พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก

คดีนี้ กลายเป็นอีกตัวอย่างของนักการเมืองสีน้ำเงินที่เข้าสู่กระบวนการศาลฎีกา และจบลงด้วยการ ‘ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต’


‘ครูแก้ว’ กับคดีครอบครองที่ดิน

บทสรุปไม่ต่างจาก ‘กนกวรรณ’

คดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินรัฐโดยมิชอบ คดีนี้ เดินไปถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และได้มีคำพิพากษาเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

บทสรุปคล้ายของคดี ‘กนกวรรณ’ เพราะศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่ง ‘ครูแก้ว’ ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ อีกต่อไป และยังถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปีด้วย


‘มุกดาวรรณ’ คดีซื้อเสียง 

ใบแดง 10 ปี ต้องเลือกตั้งใหม่

ปี 2568 ชื่อของ ‘มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล’ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ถูกจารึกเพิ่ม

เมื่อ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กรณีการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี และให้มีการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่กว่า 8.4 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

‘บทสรุป’ จึงชัดเจนอีกครั้งว่า จากสนามเลือกตั้ง เมื่อเข้าสู่สนามศาลฎีกาแล้ว ‘ใบแดง’ สามารถเปลี่ยนทั้งสถานะทางการเมืองและต้องย้อนกลับไปจัดการเลือกตั้งใหม่ได้


‘สุวรรณา’ บึงกาฬ เจอ ‘ใบแดง’ อีกคดี

อีกหนึ่งอดีต สส.ภูมิใจไทย คือ ‘สุวรรณา กุมภิโร’ ถูก กกต.ร้องต่อศาลฎีกาในคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี พร้อมให้มีการเลือกตั้งใหม่ และให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งประมาณ 9.8 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาจากคดีเหล่านี้ ก็ปรากฏภาพที่น่าสนใจ ตั้งแต่คดีทุจริตต่อหน้าที่ คดีจริยธรรมร้ายแรง ไปจนถึงคดีเลือกตั้ง  ‘นักการเมืองสีน้ำเงิน’ หลายรายที่ผ่านด่านศาลฎีกามาแล้ว ต่างต้องเผชิญบทลงโทษทางการเมืองในระดับที่ถือว่า ‘หนัก’

แต่จากบทเรียนในคดีต่างๆ ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นสิ่งสะท้อนว่า ‘ผู้ถูกกล่าวหา’ ในคดีฮั้ว สว. จะต้องมีความผิดตามไปด้วย เพราะท้ายที่สุด ทุกเรื่องต้องขึ้นอยู่กับศาลที่จะเป็นผู้วินิจฉัย


จับตา ‘ฮั้ว สว.’ 229 ราย

กกต.จะเลือกทางไหน?

เรื่องราวเดินมาถึงคดีใหญ่ที่กำลังเขย่า ‘จักรวาลน้ำเงิน’ ในเวลานี้

‘ฮั้วเลือก สว.’ คดีนี้ มีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน โดยในจำนวนนี้เป็น สว. 138 คน ขณะที่มีข้อมูลระบุพบว่า มีบุคคลจากแวดวงการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมถึง สส.ภูมิใจไทย 17 คน

เส้นตายของการพิจารณาคดีนี้ กำลังงวดเข้ามาทุกที หลังจาก กกต.ระบุว่า จะประชุมพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายในปลายเดือนสิงหาคมนี้

และนี่คือจุดที่ต้องจับตา...


3 แนวทาง ‘มติ กกต.’

  • แนวทางที่ 1 : ส่งทั้งหมด

กกต.อาจมีมติเดินหน้าส่งคำร้องต่อศาลฎีกาครบทั้ง 229 ราย หากเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น

หากผู้ถูกกล่าวหาเป็น สว. จะยัง ไม่ใช่หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีในวันที่ กกต.ส่งเรื่อง แต่ต้องรอให้ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาเสียก่อน จากนั้น สว.ที่ถูกกล่าวหาจึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

หากเป็นไปในแนวทางนี้ ย่อมมีผลกระทบต่อการทำงานของวุฒิสภา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่า สว.ที่หยุดปฏิบัติหน้าที่จะไม่นับรวมเป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมดของวุฒิสภา

  • แนวทางที่ 2 : ส่งบางส่วน

กกต.อาจเลือกส่งเฉพาะผู้ที่เห็นว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน ขณะที่บางส่วนอาจไม่ถูกส่งต่อ

ทางออกนี้ ไม่ทำให้ สว.ทั้งชุดเข้าสู่ภาวะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่พร้อมกัน แต่ในทางกลับกัน การเลือกว่า จะส่งใครหรือไม่ส่งใคร ก็กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของ กกต.

  • แนวทางที่ 3 : ไม่ส่งฟ้อง

หาก กกต.เห็นว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คดีในส่วนกระบวนการของ กกต.ก็จะไม่เดินหน้าไปสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกา

แต่ทางการเมืองอาจไม่จบง่าย เพราะจะเกิดคำถามกลับไปยัง กกต.ทันทีว่า เหตุใดสำนวนที่ใช้เวลาพิจารณามานานจึงไม่เพียงพอ และเหตุใดจึงไม่ส่งให้ศาลเป็นผู้พิจารณา


จาก ‘คดีในอดีต’ ถึง ‘คดีฮั้ว สว.’

บทสรุปของคดีต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น ไม่ใช่การบอกว่า ‘ส่งศาลแล้วต้องผิด’ แต่คือการสะท้อนว่า ศาลฎีกาคือด่านสำคัญที่มีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงและกำหนดบทลงโทษทางการเมืองตามกฎหมาย เพราะที่ผ่านมา นักการเมืองสีน้ำเงินหลายคนต้องเดินเข้าสู่ด่านนี้ และมีทั้งคดีที่จบด้วยโทษจำคุก และการตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

คราวนี้ จึงกลับมาที่คำถามใหญ่กว่าเดิมว่า ‘คดีฮั้วเลือก สว.’ จะเดินไปถึง ‘ศาลฎีกา’ หรือไม่ และถ้าเดินไปถึง จะไปทั้งหมด หรือบางส่วน หรือสุดท้าย กกต.จะเลือก ‘ไม่ส่ง‘?

คำตอบสุดท้ายของ กกต.จึงกำลังถูกจับตาว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้ง ‘วุฒิสภา’ และความน่าเชื่อถือขององค์กรที่เป็นหัวหอกในการจัดการเลือกตั้งเอง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


ย้อนคดี ‘น้ำเงิน’ ขึ้น ‘ศาลฎีกา’ ไม่รอด! ถึงคิว ‘ฮั้ว สว.’ 229 คน จับตา 3 แนวทาง กกต.