53 นัก กม. ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึง กกต.คดี ฮั้ว สว.

16 ส.ค. 2569 - 16:58

  • เรียกร้อง มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา-ชี้แจงต่อสาธารณะ เหตุ ไม่ สุจริต-เที่ยงธรรม-ชอบด้วยกฎหมาย

53 นัก กม. ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึง กกต.คดี ฮั้ว สว.

จดหมายเปิดผนึก นักกฎหมาย ทนายความ และคณาจารย์นิติศาสตร์ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในคดี ฮั้ว สว. ที่อาจ “ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ระบุว่า นับตั้งแต่การประกาศผลการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ได้มีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความชอบด้วยกฎหมายของการได้มาซึ่ง สว. ชุดปัจจุบัน อันเนื่องมาจากความไม่ชอบมาพากลของกระบวนการตามที่มีการนำเสนอต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ภาคประชาชนและผู้ที่เห็นว่าตนเองเสียหายจากการทุจริตในการสรรหา สว. ได้ร้องเรียนและเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินการให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ทำการไต่สวนและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้การสรรหา สว. ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือที่รู้จักกันแพร่หลายว่า “การฮั้ว สว.”  

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในการสรรหา สว. ของ กกต. ได้สร้างความกังขาให้กับสังคมอย่างมาก ด้วยเหตุผลอย่างน้อยสองประการ ได้แก่ 

1. ขอให้ กกต. มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาและพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตการสรรหา สว. ครั้งที่ผ่านมา ตามที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้พิจารณาพิพากษาให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ตัดผู้ถูกกล่าวหาคนใดคนหนึ่งออกไปก่อนที่ศาลจะได้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนไต่สวน 

2. ขอให้ กกต. ชี้แจงต่อสาธารณะพร้อมแสดงพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการสืบสวน สอบสวน และมีมติเกี่ยวกับคดีการทุจริตการเลือกตั้ง สว. ครั้งที่ผ่านมา ว่าวางอยู่บนข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและกระบวนการดำเนินการอย่างไร เหตุใดจึงใช้เวลายาวนานกว่าสองปีกว่าก็ยังไม่ได้ข้อสรุปในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา อันส่งผลให้ประเทศได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จากการที่ต้องยอมให้ สว. ที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบใช้อำนาจอธิปไตยในนามของประชาชนชาวไทยออกกฎหมายและแต่งตั้งบุคคลากรในศาลและองค์กรอิสระอีกจำนวนมาก  

"พวกเราขอเตือนด้วยความห่วงใยต่ออนาคตของสังคมไทยว่า กกต. เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐที่มีหน้าที่ต้องกระทำการตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทยซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง มิใช่กระทำการเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังที่บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ มาตรา มาตรา 3 ที่บัญญัติว่า“อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” ประกอบกับมาตรา 6 ที่บัญญัติว่า “รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของ ประชาชนโดยรวม”  

พวกเราขอเรียกร้องให้ กกต. ต้องทำหน้าที่ให้ “สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย” อันเป็นคำขวัญซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหน่วยงาน หาก กกต. ไม่ใช้อำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย ย่อมเป็นการบิดเบือนอำนาจอธิปไตยของประชาชนและเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และต้องมีความรับผิดทางกฎหมายและทางสังคมต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง  

ด้วยความห่วงใยต่อสังคมไทย 
16 สิงหาคม 2569 

(1) พ.ร.ป. ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 69 บัญญัติว่า 
“กรรมการ เลขาธิการ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้งกรรมการหรืออนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ พนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ผู้ใดกระทำการหรือละเว้นการกระทำ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาสิบปี” 

“ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยทุจริตต้องระวางโทษเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา 149 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นด้วย” 

รายชื่อนักวิชาการ ทนายความ นักกฎหมาย 

1. กฤษณ์พชร โสมณวัตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
2. ขรรค์เพชร ชายทวีป คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 
3. เขมชาติ ตนบุญ อาจารย์  
4. คอรีเยาะ มานุแช ทนายความ 
5. จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความ  
6. เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความ  
7. ชำนาญ จันทร์เรือง ข้าราชการบำนาญด้านกฎหมาย  
8. กรกนก วัฒนภูมิ นักกฎหมาย  
9. ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  
10. ฐิตินันท์ เต็งอำนวย คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

11. ณรงค์เดช สรุโฆษิต คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
12. ณัฏฐพร รอดเจริญ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
13. ณัฐดนัย นาจันทร์ สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 
14. ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
15. ตามพงศ์ ชอบอิสระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ 
16. ทศพล ทรรศนพรรณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
17. นวพร เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
18. นันทัชพร ศรีจันทร์ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ 
19. นัทมน คงเจริญ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
20. เนติพงษ์ พรหมโคตร นักกฎหมาย  

21. วัลย์นภัสร์ เจนร่วมจิต ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) 
22. ธีรยุทธ ปักษา อาจารย์ คณะนิติศาสตร์ 
23. พุฒิพันธุ์ อภิไชยาวาทย์ นักกฎหมาย  
24. สมชาย หอมลออ ทนายความ NSP Legal Office 
25. สิริพัทธ์ รัตนตรีประสาน คลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิทยาลัยเชียงใหม่ 
26. สุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความ ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น 
27. นิฐิณี ทองแท้ คณะนิติศาสตร์  
28. ปสุตา ชื้นขจร ทนายความ  
29. ปารณ บุญช่วย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
30. พลอยแก้ว โปราณานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

31. พัชร์ นิยมศิลป คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
32. พิชามญชุ์ ทรัพย์ไพบูลย์ นักกฎหมาย  
33. ภาสกร ญี่นาง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
34. ภูภัชร พัฒนธารธาดา นักกฎหมาย  
35. มุนินทร์ พงศาปาน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
36. เมษปิติ พูลสวัสดิ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
37. เยาวลักษ์ อนุพันธุ์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) 
38. ยูฮานี เจ๊ะกา นักกฎหมาย  
39. วัชลาวลี คำบุญเรือง ทนายความ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม 
40. ศรัณย์ จงรักษ์ นักวิชาการอิสระ  

41. ศรีประภา เพชรมีศรี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
42. ศิริโสภา สันติทฤษฎีกร วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 
43. ศุภกร ชมศิริ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์  
44. ส. รัตนมณี พลกล้า ทนายความ มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน 
45. สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
46. สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
47. สิริไพลิน สิงห์อินทร์ คลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ 
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
48. สิริลักษณ์ บุตรศรีทัศน์ ทนายความ HRLA 
49. สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 
50. สุรชัย ตรงงาม ทนายความ  

51. สุรพี โพธิสาราช คณะนิติศาสตร์ 
52. เสาวณีย์ แก้วจุลกาญจน์ นักวิชาการอิสระ  
53. อัมรินทร์ สายจันทร์ นักกฎหมาย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์