'ปชน.' ฟ้อง '7 เสือ กกต.-เลขาฯ-ผอ.สนับสนุน'

26 ก.พ. 2569 - 13:09

  • 'ปชน.' ฟ้อง '7 เสือ กกต.-เลขาฯ-ผอ.สนับสนุน' 

  • ร้องขอพยาน 'วิษณุ-3 บริษัทพิมพ์บัตร'

  • จ่อคัดค้าน ไม่ให้ 'อัยการ' อยู่ฝั่ง 'จำเลย' 

'ปชน.' ฟ้อง '7 เสือ กกต.-เลขาฯ-ผอ.สนับสนุน'

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง พร้อมด้วย นิธิ ละเอียดดี ทีมกฎหมายของพรรคประชาชน เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อเข้ายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในฐานะพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นเพื่อใด หรือหน้าที่โดยทุจริต และ ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาตรา69 ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทั้งตัวเลขาธิการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้กระทําการละเว้นกระทําการอันมิชอบ และ พ.ร.ป.สส.มาตรา 96 ประกอบ 164 กรณีทําเครื่องหมายอันเป็นที่สังเกตได้ลงบนบัตรเลือกตั้ง  

โดยฟ้อง 9 จำเลย ประกอบด้วย 7 กกต. ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน, เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ, ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ, ชาย นครชัย, สิทธิโชติ อินทรวิเศษ, อนันต์ สุวรรณรัตน์, ณรงค์ รักร้อย และ แสวง บุญมี เลขาธิการ และ วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง 

จาก 4 โจทก์ คือ พรรคประชาชน ในฐานะนิติบุคคล และ 3 คนของพรรคประชาชน ในฐานะผู้ลงรับสมัครเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ได้แก่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, นพ.วาโย และ พริษฐ์ วัชรสินธุ  

อย่างไรก็ดี จะมีการยื่นขอพยานเพิ่มเติมด้วย อาทิ วิษณุ เครืองาม และนักกฎหมายอื่นๆ พร้อมด้วยบริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และกรรมการบริหาร ทั้ง 3 บริษัท ได้แก่บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) พิมพ์บัตรสีเขียว สส.แบบแบ่งเขต, บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด พิมพ์บัตรสีชมพู สส.แบบบัญชีรายชื่อและโรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง บัตรสีเหลือง การออกเสียงประชามติ 

นอกจากนั้น ยังจะชี้ช่องขอเพิ่มพยานเอกสาร เช่น สัญญาจ้าง ของทั้งวันที่ 8 ก.พ. และ 22 ก.พ. รวมถึง TOR บัตรเลือกตั้งทุกดราฟ ตลอดจนรายงานการประชุมของ กกต.ทุกครั้ง และเชวเลข ทั้งนี้ จะมีการคัดค้านไม่ให้อัยการอยู่ฝ่ายจำเลย หรือช่วยเหลือจำเลยในคดีอาญาด้วย 

ขณะนี้ได้มีการลงเลขรับคดีไว้แล้ว รอฟังคำสั่งอีกครั้งหนึ่งว่า จะมีคำสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง หรือจะมีคำสั่งให้รับฟ้อง หรือไม่รับฟ้อง ภายใน 30 วัน ซึ่งหากมีการรับฟ้อง ก็จะต้องมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ซึ่งน่าจะมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องได้ภายใน 45-60 วันนับจากวันที่ 24 มี.ค. 

สำหรับความคาดหวัง พวกเราเชื่อว่ามีข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นจํานวนมาก และมีคดีตัวอย่างไปแล้ว คือกรณีของ วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต.เมื่อการเลือกตั้งปี 49 ซึ่งมีคําพิพากษาในปี 58 ซึ่งเราได้ศึกษาโดยละเอียด เพื่อนําข้อเท็จจริงมาปรับใช้ร่วมกันพอสมควร และจะเห็นว่าคดีดังกล่าว ศาลลงความผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) กกต. มาตรา 24 ประกอบ มาตรา 22  

ส่วนที่บางคนมีความกังวลว่า มาตรา 157 นั้น มีความลักษณะเป็นพิเศษ นอกจากแสดงเจตนาโดยทั่วไปแล้ว แต่โจทก์จะต้องสืบให้ได้ถึงเจตนาพิเศษ จึงขอใช้คําว่าไม่ง่าย จึงใช้มาตรา 69 รองรับอีกชั้นหนึ่ง ส่วนเรื่องเครื่องหมาย นี่จะถือว่า เป็นครั้งแรกๆ คงต้องรอดูว่า เราสามารถไต่สวนได้ความว่าอย่างไร เชื่อว่า น่าจะต้องใช้เวลาต่อสู้กันอีกยาวนาน เราสู้ทั้งชั้นอุทธรณ์ ถึงฎีกาแน่นอน กว่าจะสิ้นสุดคิดว่าคง 10 ปี  

สำหรับการที่หลายภาคส่วนเข้ายื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น เป็นคนละเรื่อง เพราะต้องการนำข้อเท็จจริงขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีอํานาจวินิจฉัยคดีอาญา เป็นเพียงการมีคําสั่งให้เลือกตั้งโมฆะหรือไม่อย่างไร ส่วนศาลปกครองก็เป็นคําสั่งทางปกครอง อย่างการสั่งนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่  

นพ.วาโย ยืนยันว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ยื่นร้องอาญาได้เหมือนกัน เพราะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ถือว่าเป็นผู้เสียหาย มีสิทธิ์โดยชอบที่จะฟ้องคดีเช่นนี้ต่อ กกต. ซึ่งก็คิดว่าหลายท่านกําลังทําอยู่  

นพ.วาโย ยังยอมรับว่า การดำเนินการในครั้งนี้ตนเองใช้ทีมงานในสํานักงานร่วมสิบชีวิต เพราะการจะฟ้องคดีอาญา โดยหลักก็ไม่ง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะอาญาทุจริตก็จะยากขึ้น เนื่องจากเป็นการฟ้องต่อพนักงานของรัฐ แม้แต่การระบุพยาน ก็มีกระบวนการวิธีทึ่บัญญัติแตกต่างจากคดีอาญาทั่วไป จึงไม่ง่าย ซึ่งตนเองก็ได้ฟ้องในฐานะประชาชนด้วย  

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ มีการยื่นร้อง กกต.เรื่องการเลือกตั้ง มองว่า จะเป็นมูลเหตุเดียวกัน ที่อาจจะเสี่ยงข้อกฎหมายเรื่องซ้ําซ้อนหรือไม่ นพ.วาโย ยืนยันว่า ไม่ใช่แน่นอนแต่เรื่องการรวมคำฟ้องเป็นดุลพินิจของศาล เพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนกัน หากพวกตนเผลอ หรือตกหล่นอะไรบางส่วน แล้วศาลมีคําสั่งไม่รับฟ้อง จะถือเป็นคําพิพากษายกฟ้องไปโดยปริยาย จะไม่สามารถฟ้องคดีใหม่ได้ แต่ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายคนอื่นที่จะมาฟ้องคดีนี้ 

สำหรับพฤติการณ์ ที่ส่งผลเสียต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น มีแนวคำวินิจฉัยเดิมอยู่แล้ว ว่าละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว ที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเลือกตั้งต้องเป็นโดยตรงและลับ ที่ระบุในกฎหมายฉบับอื่นด้วย  

ขณะที่ในส่วนของพรรค ยังมีทั้งเรื่องของการเลือกตั้ง และความเสียหายทางเศรษฐกิจ ในการที่พรรคการเมือง มีวัตถุประสงค์จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อส่งผู้แทนราษฎรลงเลือกตั้ง นำเสนอนโยบายให้ประชาชนเลือกเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทนประชาชน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายการดําเนินการกิจกรรมต่างๆ และใช้บุคลากรจํานวนมาก

เมื่อถามถึงกรณี กกต.ฟ้องประชาชน ที่เข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งใหม่ วันที่ 22 ก.พ. ซึ่ง กกต.อ้างว่า เป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานนั้น  นพ.วาโยยอมรับว่า ตอนแรกคิดจะเพิ่มเข้าไป แต่ขอพูดตรง ๆ ว่า ทําไม่ทัน ปัญหาที่หนึ่งคือยาก ปัญหาที่สองคือ ข้อเท็จจริงใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้น เราจึงไม่ถือว่าเป็นการกระทํากรรมเดียว ซึ่งกรณีนี้ แทบจะคล้ายกับการเลือกตั้งปี 49 ซึ่งมีเป็รเรื่องการเลือกปฏิบัติ โดย กกต.ยุคนั้น ไม่ดําเนินการกับพรรคไทยรักไทย แต่ใช้กับพรรคเล็ก ทั้งนี้ อาจมีการแก้ฟ้องเพิ่มเติมภายใน 15 วัน หรือหากมีข้อเท็จจริงอะไรที่มีความจําเป็น เราก็จะกระทำภายใต้กรอบระยะเวลาที่ศาลอนุญาต  

นพ.วาโย ยังกล่าวถึงการประกาศรับรอง สส.เขต ใช้เวลาเพียง 17 วัน หลังจากวันเลือกตั้ง และถือว่าเป็นเวลา 3 วัน หลังจากวันลงคะแนนใหม่ เป็นอาการที่ดูเร่งรีบเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใดผู้หนึ่ง ในทางกลับกัน การที่ประชาชนฟ้องร้องดําเนินคดีส่งเรื่องไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลปกครอง รวมถึงหลายหน่วยงานจํานวนมาก ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ และอํานาจในการสืบสวนสอบสวน แต่ไม่ปรากฏว่า ได้ทําการ กลับรีบเร่งประกาศรับรอง เพื่อให้อํานาจหน้าที่ของตัวเองพ้นไป 

ส่วนถือเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ เพราะ กกต.ระบุว่า ถ้าไม่ดําเนินการจะโดน ม.157 เสียเอง นพ.วาโย มองว่า ประหลาดมาก เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครเรียกร้อง แต่กลับมีความกังวล ว่าจะโดน ม.157 แต่เรื่องทั้งหมดที่ใหญ่กว่า เป็นช้างทั้งตัวที่อยู่ในห้อง กลับไม่กังวล  

วันนี้ยากมาก ที่ประชาชนจะทําอะไรกับผู้ดํารงตําแหน่งในหน่วยงานรัฐ เป็นปัญหาที่ให้ประชาชนประจักษ์ชัดอีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับหน้าที่ขององค์กรอิสระ และความสัมพันธ์ยึดโยงกับประชาชน ว่าองค์กรอิสระไม่ยึดโยงกับประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ 60 และเราไม่มีกลไกใดๆ ในการเข้าชื่อ แสดงออก เพื่อคัดค้านถอดถอนได้เลยซึ่งพรรคประชาชน จะมีการยื่นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เมื่อเปิดประชุมสภาทันที

นพ.วาโย กล่าวย้ำ

ส่วนมองว่า การเลือกตั้ง มีโอกาสโมฆะหรือไม่ นพ.วาโย ระบุว่า การกระทําส่งผลกระทบได้หลากหลาย ซึ่งผลลัพท์ต่างกัน ตนเองตอบไม่ได้เหมือนกันว่า สุดท้ายอะไรจะออกก่อน แต่เชื่อว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นก่อน เพราะศาลอาญานี้ แต่ละชั้นต้องสู้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 ปีครึ่ง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์