กกต. แจง ‘บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง’ ย้อนชื่อ ‘ผู้เลือก’ ไม่ได้ ชี้ยุบรวมหีบ-แยกเก็บ‘ต้นขั้ว-รายชื่อ’

13 ก.พ. 2569 - 20:22

  • กกต. แจง ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ บัตรเลือกตั้ง ย้อนชื่อ ‘ผู้ใช้สิทธิ’ ไม่ได้ ชี้แยกเก็บ ‘ต้นขั้วบัตร-บัญชีชื่อผู้มีสิทธิ’ คนละที่ แยกผู้รับผิดชอบ และยุบรวม ‘หีบเบือกตั้ง’ ย้ำเป็นการ ‘ลงคะแนน’ โดยลับ พร้อมยืนยันเป็นมาตรการป้องกัน ‘ทุจริต-บัตรปลอม’

กกต. แจง ‘บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง’ ย้อนชื่อ ‘ผู้เลือก’ ไม่ได้ ชี้ยุบรวมหีบ-แยกเก็บ‘ต้นขั้ว-รายชื่อ’

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยากร รองเลขาธิการ กกต. , กิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผอ.สำนักเทคโนโลยีฯและ วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สนับสนุนการเลือกตั้ง ชี้แจงกรณีเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจใช้ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนน ว่า กระบวนการนับคะแนน กปน. ก็หยิบบัตรมาขานโดยไม่รู้ว่าเป็นบัตรใคร เพราะต้นขั้วบัตรไปคนละที่ นับเสร็จ

ส่วนบัตรก็ไปบรรจุถุงวัสดุใส แยกบัตรดี บัตรเสีย มีเคเบิลไทคล้องไว้หน้าถุง ไม่มีใครเปิดได้ หีบบัตรแต่ละประเภทเมื่อทำแบบนี้ เอาถุงใส่ในหีบบัตร ล็อกเทปกาว ใช้เคเบิลไทอีกชั้น แล้วนำหีบบัตรส่งไปศูนย์ลงคะแนน ยุบรวบหีบบัตร

ดังนั้นเมื่อลงคะแนนเสร็จ บัตรเลือกตั้งจะถูกคละรวมกันในหีบ ส่วน ต้นขั้วบัตร และ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ จะถูกส่งไปเก็บแยกสถานที่กัน เช่น สถานีตำรวจ หรือ อำเภอ หรือสถานที่สำคัญตามจุด

กกต. ไม่มีอำนาจเปิดดูบัตร เว้นแต่จะมีคำสั่งให้นับคะแนนใหม่ ข้อมูลจะถูกเก็บรักษาไว้ 2 ปี จนพ้นระยะเวลาร้องเรียน ก่อนจะนำไปทำลาย

ส่วนกรณีที่ทำไมมีบาร์โค้ด รีเช็กได้ไหมนั้น ขอชี้แจงว่า ถึงสแกนออกมา ก็ต้องมีต้นขั้วบัตร ท่านไม่รู้ว่าเก็บไว้ไหน เอาไปรวมหมดแล้ว บัญชีรายชื่อก็ไปสำนักทะเบียน ที่มีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ทุกขั้น เป็นไปโดยตรงและลับ

ทั้งนี้ กกต. ชี้แจงว่าการทำ บาร์โค้ท-คิวอาร์โค้ด เพื่อตรวจสอบการจัดพิมพ์ เกินกว่ากำหนดหรือไม่ , ใช้โค้ทตรวจสอบก่อนเข้าเล่ม โดย 1 เล่ม มี 20 ใบ มีเลขใดบ้างในหน่วยเลือกตั้ง เพื่อป้องกัน ‘บัตรเขย่ง’ อีกทั้งเพื่อป้องกันบัตรเล็ดลอดไปภายนอก สามารถตรวจสอบที่มาบัตรได้ พร้อมกับ ป้องกันทุจริต เช่น การนำบัตรปลอม , การใช้บัตรข้ามเขต-ข้ามหน่วย

พร้อมย้ำเป็นไปโดยตรงและลับ ไม่มีโอกาสรู้ว่าผู้เลือกลงคะนนให้พรรคใด-ผู้สมัครคนใด ในส่วนกรณีลงชื่อและมี ‘ลำดับที่’ นั้น การนับคะแนนทำต่อหน้าสาธารณะ แล้วจัดเก็บบัตรฯ กปน. ไม่สามารถถ่ายสแกนได้

กกต. ชี้แจงอีกว่า หลังปิดหีบ บัตรจะถูกบรรจุในถุงใสและล็อคด้วยสายรัด (Cable Tie) อย่างแน่นหนา ก่อนส่งไปยังศูนย์ลงคะแนนเพื่อรวมหีบ ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าบัตรใบใดมาจากหน่วยไหนหรือเป็นของใคร

กกต. ยังย้ำอีกว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในผลคะแนนจากเอกสาร สส. 5/18 และยืนยันว่าระบบบาร์โค้ดมีไว้เพื่อความโปร่งใสในเส้นทางเอกสารเท่านั้น ไม่สามารถละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ลงคะแนนได้

เมื่อถามถึงกรณี พรป.เลือกตั้ง สส. ปี 2561 มาตรา 96 ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกต โดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง โดย กกต. ชี้แจงว่า กกต. มีอำนาจ ‘กำหนดรหัส’ หรือมาตราการต่างๆ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร

ส่วนที่ทำไมประชามติไม่มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด นายวรพงศ์กล่าวว่า การพิมพ์บัตรต้องใช้ 3 โรงพิมพ์ มาตรการป้องกันแต่ละโรงตั้งไว้แตกต่างกัน โรงพิมพ์แต่ละโรง มีเทคโนโลยีแตกต่างกัน บัตรออกเสียงประชามติ ก็แทรกกิ้งได้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์