จากกรณีที่ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สั่งยกเลิก MOU ระหว่างกระทรวงดีอีกับบริษัท Prime Opportunity Fund VCC สิงคโปร์ เมื่อ 24 พ.ย. 2568 หลังพบเชื่อมโยงฟอกเงินดิจิทัลระดับโลกและโครงการ TIDC โดย MOU ลงนามเมื่อ 27 มี.ค. 67 โดย ประเสริฐ จันทรรวงทอง (ดำรงตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลฯ ขณะนั้น) และรัฐมนตรีอื่น ๆ เป็นสักขีพยาน พบพิรุธ เช่น จัดทำเพียง 3 วัน และเกี่ยวข้องกับการสแกนม่านตาคนไทยกว่า 1.2 ล้านรายในโครงการ Worldcoin
โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษที่ 148/2568 และเชิญ ประเสริฐ จันทรรวงทอง, วัลลภ รุจิรากร และ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ สอบปากคำ
ต่อมาเมื่อ 8 ม.ค. 2569 ดีเอสไอบุกค้น 5 แห่งใน กทม. รวมบริษัท TIDC Holdings, TIDC Worldverse, TIDC, M Vision และบ้าน โอภาส เฉิดพันธุ์ เพื่อยึดเอกสารและเครื่องสแกนม่านตา 4 ชุด ขยายผลฐานข้อมูลอัตลักษณ์ พิจารณาความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ 2550, พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สินทรัพย์ดิจิทัล 2561 และ พ.ร.บ.ธุรกิจคนต่างด้าว 2542 ล่าสุดเมื่อ 20 ม.ค. 2569 ดีเอสไอสอบปากคำ โอภาส เฉิดพันธุ์ เกี่ยวกับเครื่องสแกนที่เชื่อมโยงกับ MOU และ ฉันทานนท์ วรรณเขจร ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เมื่อ 30 ม.ค. 2569 ดีเอสไอและกระทรวงดิจิทัลฯ แถลงร่วมกัน พบกระบวนการทำ MOU ผิดปกติหลายประเด็นนั้น
ล่าสุดวันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2569) มีรายงานจากดีเอสไอถึงการเปิดเผยผลสอบคดีพิเศษที่ 148/2568 กรณีโครงการ Worldcoin สแกนม่านตาแลกคริปโทฯ โดยขยายผลตรวจค้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ MOU กระทรวงดิจิทัลฯ–กองทุน Prime Opportunity Fund VCC สิงคโปร์ และโครงการ TIDC พบความผิดปกติในการบริหารและการแบ่งผลประโยชน์จากคริปโทฯ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงดิจิทัลฯ โดย ฉันทานนท์ วรรณเขจร ประธาน ชี้พฤติการณ์ผิดปกติหลายประเด็น เช่น ลงนาม MOU ย้อนหลังโดย ประเสริฐ จันทรรวงทอง (ขณะนั้นเป็น รมว.ดิจิทัลฯ) โดยไม่ได้รับความเห็นชอบก่อน, MOU ทำให้รัฐเสียเปรียบด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ซึ่งต้องเสนอ ครม. แต่ไม่ดำเนินการ, โครงการนำร่อง Sandbox ทำก่อนมีกฎหมายรองรับ และการจัดทำ MOU ภายใน 3 วันอย่างเร่งรัดผิดปกติ ไม่ผ่านกองกฎหมาย พบข้าราชการฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐในกระทรวงดิจิทัลฯ 6 รายเกี่ยวข้อง
จึงส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 รวมถึง โอภาส เฉิดพันธุ์ กรรมการบริษัท TIDC Worldverse และ M Vision เพื่อตรวจสอบความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า บุคคลทั้ง 6 ราย ที่ถูกคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งพฤติการณ์ไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่ามีความเกี่ยวข้องกับ MOU ประกอบด้วย
- ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ตำแหน่งในขณะนั้น)
- วัลลภ รุจิรากร (ตำแหน่งในขณะนั้น เลขานุการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม)
- วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ (ตำแหน่งในขณะนั้น รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม)
- ผอ.กองการต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- เจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
โดยทั้งหมดมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเช้าวันนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำส่งสำนวนคดี จำนวน 6 กล่อง แฟ้ม จำนวน 10 แฟ้ม และเอกสารประมาณ 5,000 แผ่น ไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ ยธ 0823 ถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
โดยมีรายละเอียดว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนกรณีธุรกิจ “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโท” ภายใต้โครงการ Worldcoin ซึ่งอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) เป็นคดีพิเศษที่ 148/2568
จากการสอบสวน น่าเชื่อว่ากรณีกลุ่มบุคคลและคณะบุคคลที่กระทำความผิดเกี่ยวกับ “ธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโท ภายใต้โครงการ Worldcoin” มีพฤติการณ์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจมีการกระทำที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 28 ประกอบมาตรา 30 และมาตรา 48
จึงขอส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 148/2568 มายังท่านเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
หากผลเป็นประการใด โปรดแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบด้วย ทั้งนี้มอบ วิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด เป็นผู้ประสานงานในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ หากการตรวจสอบของกลางอื่น ๆ เสร็จสิ้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจะส่งผลการตรวจสอบพร้อมของกลางไปยังท่าน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมต่อไป




