จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ได้เข้าตรวจค้นบ้านของ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ที่ ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมคดีเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ หลัง ปปง.มีมติยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สิน 158 ล้านของ ชนนพัฒฐ์กับพวกในคดีเว็บพนันตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากคำขอเพิกถอนยึดอายัดทรัพย์ไม่มีน้ำหนักพอ โดยการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดกระเป๋าแบรนด์เนมไม่ทราบยี่ห้อ ซึ่งเป็นของภรรยา ชนนพัฒฐ์ 1 ใบ
ล่าสุด พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม , รวิวรรณ จตุรพิธพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พร้อมด้วย กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกันแถลงข่าวกรณี DSI ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักการเมืองคนดัง เงินหมุนเวียนกว่าพันล้านบาท
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานคณะอนุกรรมการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มุ่งเน้นการปราบปรามเครือข่ายการพนันออนไลน์และการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการพนันทุกรูปแบบอย่างจริงจัง พร้อมบูรณาการการใช้กฎหมายพิเศษ เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีให้มีความต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรม
สืบเนื่องจากปี 2566 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์และการฟอกเงินของเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ คดีพิเศษที่ 5/2566 กรณีการสอบสวนเว็บพนันออนไลน์ “AK47MAX” ช่องทาง www.ak47max.com ซึ่งเป็นสำนวนคดีพิเศษเดิมของ กรมสอบสวนคดีพิเศษที่เคยดำเนินการโดยกองคดียาเสพติด
โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 36 ราย ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีได้จำนวน 24 ราย ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน
ขณะที่อีก 12 รายยังคงหลบหนี ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ทั้งนี้ จากการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินหมุนเวียนประมาณ 39 ล้านบาท ที่มีความเชื่อมโยงกับ ชนนพัฒฐ์ (สงวนนามสกุล) นักการเมืองรายหนึ่ง ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ขยายผลการสืบสวนตามเส้นทางการเงินดังกล่าว
รวมถึงตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้านี้ พบว่าแม้จะถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังคงมีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเดิมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบันโดยพบกระแสเงินหมุนเวียนประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีผู้ต้องหารายเดิมที่กลับมากระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 5 ราย จึงแยกเป็นคดีพิเศษที่ 150/2568 และได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับเพิ่มเติม ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 25 รายสำหรับกรณีของ ชนนพัฒฐ์ ได้มีการยื่นขออนุมัติหมายจับเช่นกัน แต่ให้ออกเป็นหมายเรียกก่อน
ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับกองคดียาเสพติด ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 9 และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและติดตามจากกลุ่มบุคคลตามหมายจับจำนวน 10 จุด
ได้แก่ จังหวัดสงขลา 5 จุด จังหวัดปทุมธานี 1 จุด จังหวัดนนทบุรี 2 จุด และกรุงเทพมหานคร 2 จุด โดยการปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
ส่วนที่หนึ่ง การตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ
ส่วนที่สอง การตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
ส่วนที่สาม การตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการฟอกเงิน
ซึ่งเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากคดีเดิมที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 รายคือ นิสารัตน์ (สงวนนามสกุล) ในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือจัดอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบหลักฐานหลายรายการที่สามารถเชื่อมโยงกับ ชนนพัฒฐ์ เช่น คลิปเสียงการสนทนา เป็นต้น นอกจากนี้ จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักของ ชนนพัฒฐ์ ในจังหวัดสงขลา ยังพบหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และการตกแต่งบัญชีภาษี โดยมีการกล่าวถึง นางสาวเร (สงวนนามสกุล) ในข้อความสนทนา
พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในโฉนดที่ดิน รวมทั้งกระเป๋าแบรนด์เนมจำนวน 9 ใบ มูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานเพิ่มเติมที่ยืนยันการครอบครองและการถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของ ชนนพัฒฐ์
โดยทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่งมูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปปง. ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทที่ให้บริการเปิดบัญชีต่าง ๆ พบว่าสถานที่ที่เกี่ยวข้องไม่สอดคล้องกับรายละเอียด
การจดทะเบียนบริษัทที่เคยแจ้งไว้สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีการจับกุม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมตัวทุกราย จึงขอให้ผู้ต้องหาที่หลบหนีเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในการรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการสอบสวนต่อไป
ร.ท.รุทธพล เปิดเผยว่า รอให้ ชนนพัฒฐ์ มาให้ปากคำในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ส่วนในวันดังกล่าวจะมีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้วหรือไม่ โดยเมื่อวานนี้ (5 มี.ค.69) ดีเอสไอ ได้ออกหมายเรียกโดยให้เวลา 7 วัน ในการให้เตรียมความพร้อม คือ ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ หากไม่มา จะออกหมายเรียกอีกครั้งในวันที่ 19 มี.ค.69 หากเปิดสมัยประชุม จะยังคงทำหน้าสอบสวนต่อไป จนกว่าจะปิดสมัยประชุม เพราะได้รับเอกสิทธิคุ้มครอง
ส่วนมีการใช้เงินที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ไปเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือไม่ ร.ท.รุทธพล กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้ตรวจสอบ
ร.ท.รุทธพล เปิดเผยว่าอีกว่า ขณะนี้ ปปง.อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่น ๆ หรือไม่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้
“ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลระหว่าง พรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม เพราะเจ้าหน้าที่ดำเนินการมาโดยตลอด แต่เพราะยังไม่ได้ตัวเพราะแอดมินเว็บไซต์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่เพิ่งกลับมา เพราะหลักฐานสำคัญอยู่ที่แอดมินเว็บไซต์ พฤติการณ์เป็นกลุ่ม เป็นเครือข่าย ถ้าหลักฐานไม่ถึงศาลคงไม่ออกหมายจับให้” ร.ท.รุทธพล กล่าวยืนยัน
ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้มีหมายเรียกไปยัง ชนนพัฒฐ์แล้ว เชื่อว่ายังอยู่ในไทย แต่กรณีเป็น สส. อาจได้รับเอกสิทธิ์ เมื่อไม่อยู่ในระหว่างสมัยประชุม ทางเจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจดำเนินการ แต่หากเปิดสมัยประชุมแล้ว สส. ก็จะได้รับเอกสิทธิ ห้ามจับกุมหรือควบคุมตัว เว้นได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร




