‘กรมการปกครอง’ แจงชัด! Laser ID ไม่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

19 ก.พ. 2569 - 20:18

  • กรมการปกครองชี้แจงชัด “Laser ID” ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

  • ย้ำข้อมูลส่วนบุคคลอยู่เฉพาะด้านหน้าบัตร การใช้ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

  • ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร–บัตรประชาชน “เป็นความลับ” เปิดเผยได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด

‘กรมการปกครอง’ แจงชัด! Laser ID ไม่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้เผยแพร่เอกสารข่าว ชี้แจงกรณีการใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน (Check Card Service) โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขอใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และการให้บริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนในระบบ Laser ID

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

  1. Laser ID หรือ เลขรหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน

เป็นเลขที่กรมการปกครองใช้ในการควบคุมการจ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่แจกจ่ายให้กับสำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนท้องถิ่น กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ ควบคุมและตรวจสอบบัตร เพื่อให้ทราบว่าถูกส่งไปที่ใด ออกบัตรให้กับใคร

“ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจะอยู่ด้านหน้าบัตรเท่านั้น”

ข้อมูลบนหน้าบัตรเป็นข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นสิทธิของเจ้าของบัตร ตามที่จะให้ความยินยอมของผู้ถือบัตรว่าประสงค์จะใช้ทำการในสิ่งใด

  1. การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน (Check Card Service)

การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชนใบล่าสุดแบบออนไลน์ ว่าบัตรดังกล่าวมีสถานะปกติ ถูกระงับ หรือถูกยกเลิก (จำหน่าย) เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร การปลอมแปลงข้อมูล และการแอบอ้างสวมสิทธิ์

หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้บริการได้ 2 วิธี ได้แก่

  1. ตรวจสอบผ่านเครื่องอ่านบัตร (Chip Card Reader)

อ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Chip) และส่งข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะ ประกอบด้วย เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำ Chip และหมายเลขคำขอมีบัตรฯ

  1. ตรวจสอบโดยกรอกข้อมูลจากหน้าบัตรและหลังบัตร โดยระบุข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน ชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด และเลขรหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน (Laser ID) ให้ครบถ้วน

ผลการตรวจสอบทั้ง 2 วิธี จะแจ้งผลให้ทราบว่าบัตรฯ มีสถานะเป็นปกติ หรือไม่ปกติ เท่านั้น

  1. การอนุญาตให้ใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID)

ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ที่กรมการปกครองได้พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อว่า “แอปพลิเคชัน ThaiD” มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนเพื่อขอรับบริการออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านช่องทางดิจิทัล

โดยไม่ต้องเดินทางไปแสดงตน ณ หน่วยงานให้บริการ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ลดการใช้สำเนาเอกสาร

หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนที่ประสงค์ใช้บริการ สามารถยื่นขออนุญาตเชื่อมโยงระบบตามหลักเกณฑ์ที่กรมการปกครองกำหนด

ตามประกาศกรมการปกครอง เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนให้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลฯ เล่มที่ 141 ตอนพิเศษ 176 ง ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2567 เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและมีมาตรฐานเดียวกัน

เมื่อได้รับการอนุญาตให้ใช้งานตามหลักเกณฑ์แล้ว หน่วยงานรัฐหรือเอกชนจึงจะสามารถพัฒนาระบบเพื่อมาเชื่อมต่อกับ ThaiD เพื่อใช้งานต่อไปได้

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงว่า ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน เป็นข้อมูลสำคัญและเป็นความลับตามกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17

ซึ่งกำหนดให้การเปิดเผยหรือการนำข้อมูลไปใช้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 49-50 ข้อมูลทะเบียนราษฎรถูกจัดเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ของประเทศ จึงต้องมีมาตรการดูแลและควบคุมความปลอดภัยในระดับสูงสุด

ดังนั้น ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถเปิดเผยให้หน่วยงานหรือองค์กรใดได้เว้นแต่

  • ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
  • เป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของรัฐ
  • ใช้ในการดำเนินคดี การพิจารณาคดี หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้

ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด การนำข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไปใช้ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล และต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การเข้าถึงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน “ต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น”

และต้องเป็นไปตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน โดยมีการกำหนดสิทธิการเข้าใช้งาน (Access Control) ตามระดับหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลหรือหน่วยงาน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์